ไมเนอร์ ฟู้ด ลุยตลาดครึ่งหลังปี 63 ยกระดับมาตรฐาน รุกดิจิทัลเกมอาหาร - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • ไมเนอร์ ฟู้ด ลุยตลาดครึ่งหลังปี 63 ยกระดับมาตรฐาน รุกดิจิทัลเกมอาหาร

ไมเนอร์ ฟู้ด ลุยตลาดครึ่งหลังปี 63 ยกระดับมาตรฐาน รุกดิจิทัลเกมอาหาร

ไมเนอร์ ฟู้ด เตรียมแผนครึ่งปีหลัง ปรับทุกแบรนด์ในเครือด้วยมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลและโมเดลการขายให้ใกล้ชิดผู้บริโภคยิ่งขึ้น ด้าน ดิลลิป ราชากาเนีย ผู้บริหารไมเนอร์ฯ ชี้ ความสามารถด้านการทำรายได้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการฝ่าวิกฤตในครั้งนี้

ไมเนอร์ ฟู้ด จัดแถลงข่าวเผยแผนครึ่งหลังปี 2563 พร้อมเผยภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีแรกหลังเกิดโควิด-19 ณ ออฟฟิศใหม่ที่ อาคาร The PARQ ใกล้ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ย่านพระราม 4-คลองเตย นำโดย Dillipraj Rajakarier ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT และทำหน้าที่รักษาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไมเนอร์ ฟู้ด ที่เผยภาพรวมธุรกิจไมเนอร์ ฟู้ด ในครึ่งแรกของปี ทุกแบรนด์ภายในเครือต่างจำเป็นต้องปรับตัว เนื่องจากไม่สามารถเปิดบริการร้านอาหารแบบนั่งทานในร้านได้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสัดส่วนรายได้ของไมเนอร์ ฟู้ด ร้อยละ 70 มาจากรายได้ภายในประเทศเป็นหลัก

Dillipraj เผยว่าด้วยประสบการณ์ของไมเนอร์ ฟู้ด ในต่างแดนโดยเฉพาะจากประเทศจีน ทำให้ทีมงานในไทยสามารถปรับตัวการทำงานรับการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ในระดับหนึ่ง ยอดขายจากยอดขายเดลิเวอรี่ โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันกับปีที่ผ่านมาเติบโตมากถึง 3 เท่า โดยเฉพาะจากแบรนด์ Pizza Company และรวมไปถึงยอดขายจากแบรนด์น้องใหม่อย่าง Bonchon ที่เข้ามาภายใต้การบริหารของไมเนอร์ ฟู้ด เมื่อเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา

ไมเนอร์ ฟู้ด
Dillipraj Rajakarier ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT

สำหรับทิศทางการลงทุนของธุรกิจในปี 2563 ท่ามกลางวิกฤตการแพร่กระจายในทั่วโลก Dillipraj เผยว่า ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ เน้นในเรื่องการบริหารระดับเงินสดและอัตราการทำรายได้เป็นสำคัญ บางแบรนด์ในเครือจะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อาทิ Bonchon ที่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเปิดสาขาเพิ่มไปแล้ว 19 สาขา จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 40 สาขา โดยแผนขยาย 90 สาขาในปีนี้ยังคงดำเนินต่อไป

สำหรับร้านอาหารสาขาในประเทศปัจจุบันเปิดบริการไปแล้วกว่าร้อยละ 95 จากจำนวนร้านอาหารทั้งหมด 1,490 แห่งทั่วประเทศ Dillipraj เสริมว่า การเปิดบริการในปัจจุบันยังเป็นลักษณะ เปิดๆ ปิดๆ ตามสถานการณ์และดูความสามารถจากรายได้เป็นสำคัญเนื่องจากเราคำนึงเรื่องการบริหารการเงินเป็นส่วนสำคัญที่สุด

ด้าน ประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ไมเนอร์ ฟู้ด ได้เสริมความพร้อมของการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2563 ประกอบไปด้วย ส่วนคัญ 4 ด้านได้แก่ การยกระดับบริการเดลิเวอรี่ การพัฒนาเมนูใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค การดำเนินโมเดลร้านรูปแบบคีออส และ การพัฒนา Cloud Kitchen

ประพัฒน์ ให้ข้อมูลว่าช่วงเดือนเมษายนที่มาผ่านยอดขายด้านเดลิเวอรี่เติบโตมากถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดือนที่ผ่านมา ผ่านแพลตฟอร์ม 1122 และผ่านบริการจากพันธมิตรเดลิเวอรี่ต่างๆ ซึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมคือ The Pizza Company และ Bonchon โดยแผนในครึ่งในปีหลัง ไมเนอร์ ฟู้ด เตรียมพัฒนาแพลต์ฟอร์ม 1122 รวบรวมช่องการสั่งอาหารออนไลน์ของแบรนด์ต่างๆ ในเครือเข้ามาในแพลตฟอร์มนี้ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีอาจจะได้เห็นการเปิดตัวรอยัลตี้โปรแกรมต่างๆ เกิดขึ้น

ไมเนอร์ ฟู้ด
ประพัฒน์ เสียงจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

สำหรับสถานการณ์ครึ่งปีหลังที่เหลือ ประพัฒน์ มองว่ากำลังให้ส่วนที่เป็นลูกค้าต่างชาติอาจยังไม่กลับมาเป็นโอกาสในไมเนอร์ ฟู้ด ได้พัฒนาเมนูใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็น เมนูไอศกรีมมะม่วงคู่กับข้าวเหนียวดำ หรือการมีท้อปปิ้งน้ำปลาหวานเป็นต้นซึ่งเป็นเมนูสำหรับลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะพร้อมประสานกับทำแคมเปญการตลาดไปพร้อมๆ กัน

ในขณะที่แบรนด์ซึ่งต้องทานที่ร้านอย่าง Sizzler และ Coffee Club นั้นไมเนอร์ ฟู้ดไม่รอช้าเปิดตัวโมเดลร้านแบบคีออส เพื่อนำแบรนด์เข้าไปใกล้กับผู้บริโภคมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Sizzler to Go ที่เปิดตัวในเขตธุรกิจและสถานีรถไฟฟ้า ด้านแบรนด์ Coffee Club ถือได้ว่ากระทบหนักสุดเนื่องจากร้านสาขาร้อยละ 70 ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวต่างจังหวัดและลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งในส่วนนี้ทางไมเนอร์ ฟู้ดรุกทำการตลาดกับช่องทางเดลิเวอรี่ที่ได้รับความนิยมในจังหวัดเหล่านั้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย เป็นต้น

สำหรับการพัฒนาด้าน Cloud Kitchen นั้น เป็นการบริหารจัดการโดยคอนเซ็ปต์ของการทำงานของ Cloud มาใช้กับร้านอาหาร เพื่อให้ได้รับอาหารที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามเพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยกับความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและพนักงานภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ไมเนอร์ ฟู้ดจึงได้ตั้งโปรเจค “Business Beyond COVID” ด้วยอบรมพนักงานด้านการให้บริการที่สะอาดอย่างเข้มข้นขึ้น โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นหลัก ผ่านแคมเปญรักษาความปลอดภัยของอาหาร ได้แก่ “Zero Touch Delivery” “Safety Seal” และ “Easy Pick Up” ของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี หรือการจ่ายไร้เงินสดเมื่อสั่งอาหารในร้านเบอร์เกอร์ คิง

นอกจากนั้น ธุรกิจในเครือมีการใช้เครื่องทำความสะอาด และน้ำยาทำความสะอาด จากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัย อีโค่แล็บ (ECOLAB) กับไดเวอร์ซี่ (Diversey) ซึ่งต่างเป็นเครื่องมือทำความสะอาดคุณภาพสูงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในธุรกิจบริการอาหาร การแปรรูปอาหาร โรงแรมและงานดูแลสุขภาพ ประพัฒน์ ทิ้งท้าย

อ่านเพิ่มเติม: ‘SILVER GEN’ ผู้บริโภคมั่งคั่ง สังคมผู้สูงวัย โอกาสทองนักการตลาด

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP