"ตำมั่ว" ผนึก "วี คอร์น" ส่งแฟรนไชส์ข้าวโพดปิ้ง "Crazy Corn" บุกปั๊ม ปตท. - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • “ตำมั่ว” ผนึก “วี คอร์น” ส่งแฟรนไชส์ข้าวโพดปิ้ง “Crazy Corn” บุกปั๊ม ปตท.

“ตำมั่ว” ผนึก “วี คอร์น” ส่งแฟรนไชส์ข้าวโพดปิ้ง “Crazy Corn” บุกปั๊ม ปตท.

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
26 Jun 2019 | 7:00 pm 2973

ส้มตำพันล้าน “ตำมั่ว” จับมือ “วี คอร์น” ปั้นแฟรนไชส์ Crazy Corn ขายข้าวโพดปิ้ง-ข้าวโพดคลุกในปั๊ม ปตท. พร้อมพัฒนาเมนูตำข้าวโพดพร้อมทานจำหน่ายร้านสะดวกซื้อ

บุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN ผู้ให้บริการร้านอาหารไทย-อีสานแบรนด์ ตำมั่ว เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับบริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดหน่ายข้าวโพดพร้อมทานแบรนด์ วี คอร์น ในการนำข้าวโพดวี คอร์น มาเป็นวัตถุดิบทำตำข้าวโพดของร้านตำมั่ว ที่ลูกค้าสามารถสั่งทานได้ที่ร้าน สั่งกลับบ้าน หรือสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี่ได้

“เราเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และข้าวโพดของวี คอร์นก็มีคุณภาพ เหมาะสมสำหรับนำมาใช้ โดยในระยะแรกเราจะใช้ในร้านตำมั่วบางสาขา และในอนาคตเมื่อการจัดส่งพร้อมก็จะส่งให้ร้านตำมั่วทุกสาขา โดยยังจำหน่ายในราคาเท่าเดิม ทั้งนี้ นอกจากข้าวโพดหวานสีเหลืองแล้ว เรายังนำข้าวโพดข้าวเหนียวม่วงวี คอร์น มาใช้ในสาขาที่จำหน่ายเมนูพรีเมี่ยมอย่างสาขาเกษรวิลเลจ เป็นต้น”

เมนูตำข้าวโพดในร้านตำมั่ว ได้รับความนิยมรองจากส้มตำ

 

ปั้นแฟรนไชส์ข้าวโพดปิ้ง Crazy Corn

อภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วี ฟู้ดส์เป็นผู้นำตลาดข้าวโพดฝักและข้าวโพดหั่นท่อนพร้อมทาน และน้ำนมข้าวโพด กลยุทธ์ของบริษัทต่อจากนี้คือการมองหาพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจข้าวโพดหวาน รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัท โดยนอกจากจะเป็นซัพพลายเออร์ส่งข้าวโพดหวานเป็นวัตถุดิบให้ร้านตำมั่ว ในอนาคตจะพัฒนาเมนูตำข้าวโพดวี คอร์น พร้อมทานสูตรตำมั่ววางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งคาดว่าจะวางขายภายในปีนี้

“ขณะเดียวกันยังมีแผนพัฒนาธุรกิจใหม่ร่วมกันในแบรนด์ Crazy Corn ซึ่งจะเป็นแฟรนไชส์จำหน่ายข้าวโพดปิ้ง และข้าวโพดถ้วยคลุกรสชาติต่างๆ เช่น เนย, สาหร่าย, ซาวครีม โดยรูปแบบของร้านเป็น Kiosk ตั้งตามหน้าร้านตำมั่ว ลาวญวณ และเขียง โดยในเฟสแรกจะใช้หน้าร้านตำมั่วและเขียงในปั๊มน้ำมัน ปตท.วาง Kiosk ก่อนที่ในเฟสถัดไปจะเข้ามาวาง Kiosk ในสาขาอื่นๆ รวมถึงในบริเวณที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก เช่น รถไฟฟ้า โรงภาพยนตร์ เป็นต้น”

ต้นแบบร้าน Crazy Corn ซึ่งจำหน่ายข้าวโพดปิ้ง และข้าวโพดถ้วยคลุกรสชาติต่างๆ

ด้านบุญยงกล่าวว่า ปัจจุบันร้านตำมั่วมีอยู่ทั้งหมด 180 สาขา เป็นสาขาในปั๊มน้ำมัน ปตท. 30 สาขา รวมแล้วสร้างรายได้ให้บริษัทฯ ราว 1,500 ล้านบาท หากคิดจากเมนูส้มตำยอดขายอยู่ที่ประมาณ 400-500 ล้านบาท ส่วนร้านเขียงปัจจุบันให้บริการแล้ว 17 สาขา และจะทยอยเปิดเพิ่มอีกในครึ่งปีหลัง

“ขณะที่ยอดขายตำมั่วผ่านบริการเดลิเวอรี่ที่เราเพิ่งเริ่มเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 10 ล้านบาท และมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดทุกเดือน ทั้งนี้ ปัจจุบันร้านอาหารในเครือเซ็นจัดส่งผ่านผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ต่างๆ เช่น Food Panda, Line Man, Grab Food ซึ่งบริษัทกำลังพัฒนาการจัดส่งเดลิเวอรี่ของตนเองด้วย หากแล้วเสร็จก็จะเพิ่มโซนจำหน่ายได้มากขึ้น และทำให้บริการเดลิเวอรี่ขยายตัวได้อีก”

“ประกอบกับวี ฟู้ดส์ก็มีช่องทางจำหน่ายเป็นร้านสะดวกซื้ออยู่แล้ว ดังนั้น การร่วมมือกันครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้ทั้ง 2 บริษัทมีช่องการขายใหม่ๆ เกิดประโยชน์ทั้งในแง่รายได้ของบริษัท และประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่ได้เมนูใหม่ๆ ที่มีรสชาติอร่อย ทำจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ ในอนาคตเรายังมีแผนที่จะนำข้าวโพดจากวี ฟู้ดส์มาใช้ในร้านอาหารอื่นๆ ของเครือ รวมถึงนำเมนูจาก Crazy Corn มาทดลองเป็นอาหารทานเล่นด้วย”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดราคาแฟรนไชส์ รวมถึงราคาจำหน่ายข้าวโพดปิ้งและข้าวโพดคลุก แต่บุญยงประมาณการว่าเงินลงทุนสำหรับการวาง Kiosk น่าจะอยู่ราวหลักหมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะเห็นรายละเอียดแฟรนไชส์ในการออกบูธงาน Thailand Franchise & Business Opportunity 2019 ที่ไบเทค บางนา ในเดือนหน้า

 

หวังช่องทางขายใหม่ปั๊มรายได้โตเร็วขึ้น

อภิรักษ์ เปิดเผยว่า วี ฟู้ดส์ ดำเนินธุรกิจมา 5 ปี ปัจจุบันมีสินค้าทั้งข้าวโพดฝักและข้าวโพดท่อนพร้อมทาน ข้าวโพดถ้วยพร้อมทาน น้ำนมข้าวโพด ผลไม้อบแห้งอื่นๆ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 150 ล้านบาท สัดส่วน 95% มาจากกลุ่มข้าวโพด (ข้าวโพดฝักและข้าวโพดท่อน 50%, ข้าวโพดถ้วย 30% และน้ำนมข้าวโพด 20%) โดยวางจำหน่ายสินค้าในเซเว่นอีเลฟเว่น, ร้าน Squeez Shop by Tipco และร้าน Jones Salad

“ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทฯ เติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10% แต่หลังจากการร่วมมือในครั้งนี้ซึ่งทำให้บริษัทมีรายได้ในช่องทางใหม่ที่เชื่อว่าจะทำให้บริษัทเติบโตได้เร็วขึ้น พร้อมกับแนวทางของบริษัทที่ส่งเสริมนวัตกรรมและมีการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ๆ โดยภายในปีนี้จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างน้อย 4 ตัว ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20-25%”

 

 

รายงานโดย กนกวรรณ มากเมฆ / Online Content Creator


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP