10 อันดับ "มหาเศรษฐีจีน" ประจำปี 2019 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • 10 อันดับ “มหาเศรษฐีจีน” ประจำปี 2019

10 อันดับ “มหาเศรษฐีจีน” ประจำปี 2019

กนกวรรณ มากเมฆ

หลังพาดหัวข่าวเกี่ยวกับประเทศจีนในช่วงปีที่ผ่านมามีแต่ความมืดมน ทั้งความตึงเครียดจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ที่ยังทวีความรุนแรง รวมถึงจีดีพีของประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกมีอัตราเติบโตชะลอตัวสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสามทศวรรษมาอยู่ที่ 6% แต่สำหรับ “มหาเศรษฐีจีน” ที่ติดอันดับลิสต์ปีนี้ เรียกได้ว่าเรื่องดีมีมากกว่าเรื่องร้าย

ความมั่งคั่งของ มหาเศรษฐีจีน 400 คนที่ติดอันดับในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาอยู่ที่ 1.29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการใช้จ่ายที่มากขึ้นของผู้บริโภคในประเทศ และการใช้เงินบนโลกออนไลน์ที่มากขึ้น โดยสินทรัพย์ขั้นต่ำของผู้ติดอันดับในปีนี้กลับไปอยู่ในเกณฑ์เดียวกับ 2017 คือ 1 พันล้านเหรียญ หลังจากที่ตกลงมาสู่ 840 ล้านเหรียญในปี 2018 สำหรับในปีนี้มีเศรษฐีหน้าใหม่เข้ามาติดอันดับถึง 60 คน

อันดับหนึ่งของลิสต์ยังคงเป็น Jack Ma ที่ครองตำแหน่งนี้เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยเขาเพิ่งลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Alibaba เพื่อมุ่งเป้าไปที่การทำการกุศล ในปีนี้ความมั่งคั่งของ Ma เพิ่มขึ้นสู่ 3.82 หมื่นล้านเหรียญ จาก 3.46 หมื่นล้านเหรียญในปีก่อน ผลจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในประเทศจีน

ส่วนอันดับที่ 2 คือซีอีโอของ Tencent อย่าง Huateng “Pony” Ma ที่ครองสินทรัพย์ 3.6 หมื่นล้านเหรียญ ขณะที่อันดับ 3 คือ Hui Ka Yan ประธาน Evergrande Group ผู้มีสินทรัพย์ราว 2.77 หมื่นล้านเหรียญ โดยในสามอันดับแรกนี้ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน

ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของช็อปปิ้งออนไลน์เห็นได้จาก มหาเศรษฐีจีน หลายคนในลิสต์ ไม่ว่าจะเป็น Colin Huang ซีอีโอเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Pinduoduo ที่ประมาณการว่าสินทรัพย์สุทธิของเขาทะยานจาก 1.125 หมื่นล้านเหรียญในปีก่อนมาเป็น 2.12 หมื่นล้านเหรียญในปีนี้

ขณะที่ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซก็มีผลประกอบการดีเช่นกัน อาทิ Lai Meisong ซีอีโอบริษัท ZTO ผู้อยู่เบื้องหลังการขนส่งสินค้าของ Alibabaโดยสินทรัพย์ของเขาไต่ขึ้นมาจาก 3.35 พันล้านเหรียญ สู่ 4.6 พันล้านเหรียญในปีนี้

ความมั่งคั่งของเศรษฐีธุรกิจเภสัชภัณฑ์และการดูแลสุขภาพนั้นเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของชาวจีน ทำให้พวกเขาสามารถใช้เงินไปเพื่อการดูแลสุขภาพได้มากขึ้น Sun Piaoyang ประธานบริษัท Jiangsu Hengrui Medicine ขยับขึ้นมาสู่อันดับที่ 4 ของลิสต์ด้วยสินทรัพย์ 2.58 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากภรรยาของเขา Zhong Huijuan รายได้ที่เพิ่มขึ้นของทั้งคู่มาจากการเติบโตของบริษัท Hengrui เช่นเดียวกับการเสนอขาย IPO ในฮ่องกงของบริษัท Jiangsu Hansoh Pharmaceutical ซึ่งเป็นของ Zhong

ทั้งนี้ สินทรัพย์คำนวณจากราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน วันที่ 25 ตุลาคม ตัวเลขประมาณการบางรายการได้รวมเอาสินทรัพย์ที่ถือครองโดยสมาชิกครอบครัว หุ้นที่จัดให้มีการฝากทรัพย์สิน (Collateralized shares) ไม่ได้ถูกนำมาคำนวณด้วย

และเหล่านี้คือ Top 10 อันดับมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดของจีนประจำปี 2019

 

อันดับ 1

Jack Ma

ทรัพย์สิน: 3.82 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Alibaba Group

อายุ: 55 ปี

อดีตครูสอนภาษาอังกฤษผู้ผันตัวมาก่อตั้ง Alibaba Group หนึ่งในบริษัทอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในเดือนกันยายน 2019 Jack Ma ก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริหาร Alibaba และส่งไม้ต่อให้กับ Daniel Zhang

ในปี 2014 Alibaba เปิดขายหุ้นไอพีโอใน New York และเป็นการสร้างสถิติใหม่ของการเปิดขายหุ้นต่อสาธารณะด้วยการระดมทุนได้สูงสุดถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการลงทุนส่วนตัวนอกเหนือจาก Alibaba ของ Ma เขาถือหุ้นในอุตสาหกรรมบันเทิงของจีนในบริษัท Huayi Brothers และ Beijing Enlight Media

 

อันดับ 2

Ma Huateng

ทรัพย์สิน: 3.6 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Tencent

อายุ: 48 ปี

Ma Huateng หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Pony Ma คือประธานกรรมการ Tencent Holdings บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของแดนมังกร โดยมีผลิตภัณฑ์ยอดนิยมคือแอพพลิเคชั่น WeChat ที่มีผู้ใช้งานกว่า 1 พันล้านคน

Ma ก่อตั้ง Tencent เมื่อปี 1998 และเติบโตจนถึงปัจจุบัน ล่าสุด บริษัทได้จดทะเบียนบริษัทลูกที่ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงอย่าง Tencent Music ในตลาดหุ้น New York เมื่อเดือนธันวาคม 2018

ในทางตรงข้ามกับบริษัทคู่แข่งอย่าง Alibaba ซึ่งบอสใหญ่ของบริษัทชอบออกงานสังคม Ma Huateng เป็นเศรษฐีที่ใช้ชีวิตแบบโลว์โปรไฟล์ ด้วยพื้นฐานอาชีพของเขาที่เป็นวิศวกรมาก่อน

 

อันดับ 3

Hui Ka Yan

ทรัพย์สิน: 2.77 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: China Evergrande Group

อายุ: 61 ปี

เขาคือประธานกรรมการบริษัท Evergrande Group หนึ่งในบริษัทเรียลเอสเตทที่ใหญ่ที่สุดของจีน Evergrande ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ เมื่อปี 2009 ปัจจุบันมีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รวมกว่า 800 โครงการใน 280 เมือง

Hui ผู้ก่อตั้งบริษัท เคยทำงานเป็นช่างเทคนิคในโรงงานเหล็กอยู่ 10 ปี ก่อนจะเริ่มก่อตั้ง Evergrande ในปี 1996 โดยเริ่มจากการพัฒนาอสังหาฯ ระดับล่างในตลาดขนาดเล็กก่อนจะเติบใหญ่ถึงทุกวันนี้ สำหรับบุตรชายของเขา Xu Zhijian ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจาก Tsinghua University ดำรงตำแหน่งรองประธาน Evergrande

 

อันดับ 4

Sun Piaoyang

ทรัพย์สิน: 2.58 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Jiangsu Hengrui Medicine

อายุ: 61 ปี

Sun Piaoyang เปลี่ยน Jiangsu Hengrui Medicine ให้กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยาต้านการติดเชื้อและยารักษาเนื้องอกที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดย Sun เป็นผู้นำของ Jiangsu Hengrui ในปี 1990 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียง 32 ปี

Zhong Huijuan ภรรยาของ Sun ประธานบริษัทผู้ผลิตยา Hansoh Pharmaceutical ได้พาบริษัทไปจดทะเบียนในตลาดฯ ฮ่องกงด้วย

 

อันดับ 5

Yang Huiyan และครอบครัว

ทรัพย์สิน: 2.39 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Country Garden Holdings

อายุ: 38 ปี

บัณฑิตจาก Ohio State University รายนี้ได้รับหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท Country Garden มาจาก Yeung Kwok Keung คุณพ่อของเธอในปี 2007 ปัจจุบัน Yang Huiyan ถือหุ้น 57% ในบริษัท ขณะที่ Ziyang น้องสาวของเธอยังดำรงตำแหน่งในบอร์ดของ Country Garden

Yang Huiyan ยังเป็นประธานกรรมการบริษัท Bright Scholar Education Holdings บริษัทด้านการศึกษาของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ New York เมื่อปี 2007 ขณะที่ป้าของเธอ Yang Meirong ถือหุ้นใน Bright Scholar และติดอันดับลิสต์มหาเศรษฐีจีนของ Forbes ในปีนี้ด้วย

 

อันดับ 6

He Xiangjian

ทรัพย์สิน: 2.32 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Midea Group

อายุ: 77 ปี

He Xiangjian สร้าง Midea Group ให้เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาเริ่มต้นจากการรวบรวมคน 23 คนในเมือง Beijiao มณฑล Guangdong เพื่อร่วมกันผลิตฝาครอบ การก่อตั้งเมื่อปี 1968 ในครั้งนั้นกลายมาเป็น Midea ทุกวันนี้ซึ่งขยายตัวออกไปจนมีบริษัทย่อยกว่า 200 แห่ง ในจำนวนนี้รวมถึงบริษัทหุ่นยนต์ Kuka ในเยอรมนีด้วย

He Xiangjian ลงจากตำแหน่งควบคุมงานปฏิบัติการเมื่อปี 2012 ส่วนลูกชายของเขา He Jianfeng ได้ขึ้นเป็นผู้อำนวยการของ Midea Group และ Midea Real Estate Holdings

 

อันดับ 7

Colin Zheng Huang

ทรัพย์สิน: 2.12 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Pinduoduo

อายุ: 39 ปี

Colin Huang หรือที่รู้จักในอีกนามว่า Huang Zheng คือประธานและซีอีโอของ Pinduoduo หนึ่งในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดย Pinduoduo สามารถระดมทุนได้ 1.6 พันล้านเหรียญในการเปิดขาย IPO ที่สหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฎาคม 2018 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการขายสินค้าปลอม

ก่อนหน้านี้ Huang เคยก่อตั้งบริษัทเกมออนไลน์ Xinyoudi และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซออนไลน์ Ouku.com นอกจากนี้ บัณฑิตปริญญาโทจาก Unversity of Wisconsin at Madison ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์รายนี้ยังเคยฝึกงานที่ Microsoft ทั้งใน Beijing และใน Seattle ก่อนเริ่มเข้าทำงานใน Google สหรัฐฯ เมื่อปี 2004

 

อันดับ 8

William Lei Ding

ทรัพย์สิน: 1.72 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Netease

อายุ: 48 ปี

William Ding ซีอีโอแห่ง Netease หนึ่งในบริษัทเกมออนไลน์และเกมมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยพันธมิตรทางธุรกิจของ Netease ยังรวมถึง Blizzard และ Mojang ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Microsoft

ช่วงที่ผ่านมา เขากำลังเผชิญการแข่งขันอันรุนแรงหลังจาก Tencent ก้าวเข้ามาเล่นในตลาดภาพยนตร์ มิวสิกสตรีมมิ่ง และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีผลกับการบริโภคเกมของลูกค้า

Ding เคยเป็นเศรษฐีจีนคนแรกที่สร้างตัวจากบริษัทเกมและอินเทอร์เน็ตและเคยเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดของประเทศอีกด้วย โดยเขาจบปริญญาตรีด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจาก University of Electronic Science and Technology of China

 

อันดับ 9

Qin Yinglin และครอบครัว

ทรัพย์สิน: 1.66 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Muyuan Foodstuff

อายุ: 54 ปี

Qin Yinglin คือประธานบริษัท Muyuan Foodstuff ผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่ที่สุดในจีนซึ่งเป็นตลาดเนื้อหมูที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดย Qin เกิดในเขต Neixiang มณฑล Henan ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในจีน

เขาจบการศึกษาจาก Henan Agricultural University ในสาขาวิชาสัตวบาล และเริ่มธุรกิจของตนด้วยหมูเพียง 22 ตัว

 

อันดับ 10

Zhang Yiming

ทรัพย์สิน: 1.62 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัท: Beijing ByteDance

อายุ: 35 ปี

เขาคือประธานบริษัท Beijing ByteDance หนึ่งในบริษัทแพลตฟอร์มสื่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เจ้าของแอพพลิเคชั่นที่คนไทยรู้จักดีอย่าง Tik Tok โดยหลังการระดมทุนครั้งใหญ่ ส่งให้บริษัทมีมูลค่า 7.5 หมื่นล้านไปแล้วในปี 2018 ซึ่งมีผู้ถือหุ้นสำคัญๆ คือ Sequoia Capital China

Zhang จบการศึกษาจาก Nankai University ใรสาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ และในปี 2013 เขายังติดอันดับ 30 Under 30 จีนโดยนิตยสาร Forbes ด้วย

 

อ่านเพิ่มเติม


BACK TO TOP