THANN เร่งต่อยอดธุรกิจ wellness เปิดคลินิกแพทย์แผนไทยแห่งแรกที่ One Bangkok ชูนวัตกรรมที่จดสิทธิบัตรเป็นแต้มต่อการแข่งขัน พร้อมเชื่อม 4 ธุรกิจเข้าหากัน ตั้งแต่รีเทล สปา รีสอร์ต ถึงคลินิก เพื่อเพิ่มมูลค่าลูกค้าตลอดทั้งระบบ และรักษาเป้าหมายเติบโต 10% แม้ตลาดค้าปลีกชะลอตัว
ในยุคที่แนวคิด "health is a new wealth" หรือสุขภาพคือขุมทรัพย์ใหม่ กำลังขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก อุตสาหกรรม wellness & longevity ได้ทะยานสู่เมกะเทรนด์ที่สร้างมูลค่ามหาศาลมหาศาล
"ธัญ" (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวและสปาระดับพรีเมียมสัญชาติไทย จึงเดินเกมรุกยกระดับแบรนด์สู่การดูแลสุขภาวะแบบครบมิติ ล่าสุดประกาศเปิดตัว "ธัญ คลินิกการแพทย์แผนไทย" ปักหมุดสาขาแรกใจกลางเมืองที่ One Bangkok เติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

จิ๊กซอว์ชิ้นที่ 4 สู่ Wellness Destination
ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธัญ-ออริซ่า จำกัด ฉายภาพทิศทางธุรกิจกับ Forbes Thailand ว่า ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของ THANN ขับเคลื่อนด้วย 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
- retail ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องหอม ซึ่งมีสาขากว่า 60 แห่งใน 14 ประเทศ
- day spa บริการสปาเพื่อความผ่อนคลายกว่า 20 แห่งใน 6 ประเทศ
- wellness resort ทรีตเมนต์รีสอร์ตแบบครบวงจรที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- Thai traditional medicine clinic คลินิกการแพทย์แผนไทย ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นล่าสุดที่เข้ามาเสริมทัพ
โดยการขยายไลน์ธุรกิจสู่บริการทางการแพทย์ในครั้งนี้ เกิดจากการจับมือกับ "ภูมิทินกร" กลุ่มแพทย์แผนไทยที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนมิติจากการนวดเพื่อผ่อนคลายในรูปแบบสปา ไปสู่ "การรักษาและการป้องกัน" อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนเมืองที่เผชิญปัญหาสุขภาพสะสม อาทิ ออฟฟิศซินโดรม อาการนอนไม่หลับ และภูมิแพ้เรื้อรัง
"สปาเป็นบริการเพื่อการผ่อนคลาย แต่ว่าคลินิกแพทย์แผนไทยนี้คือการรักษา เป็นคนละวัตถุประสงค์ แต่ในแง่ของ wellness and longevity ผมว่าต้องมีทั้ง 2 อย่าง คลินิกแพทย์แผนไทยไม่ได้รักษาการป่วยเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อมาดูความสมดุล เป็น wellness lifestyle อันนึง" ฐิติพัฒน์ กล่าว

นวัตกรรมคือต้นทุน สร้างกำแพงหนีคู่แข่ง
เพื่อยกระดับการรักษาอาการเจ็บป่วยเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสูงสุด ความท้าทายของการเปิดคลินิกจึงไม่ใช่เพียงแค่การทุ่มงบปรับปรุงพื้นที่สปาเดิมให้ผ่านกฎหมายสถานพยาบาลที่เข้มงวดเท่านั้น แต่ต้นทุนที่แท้จริงซึ่ง THANN ให้ความสำคัญสูงสุดคือการลงทุนด้าน "มันสมองและนวัตกรรม"
ด้วยเหตุนี้ THANN จึงยกระดับมาตรฐานการแพทย์แผนไทยเพื่อสร้างกำแพงป้องกันคู่แข่ง โดยนำองค์ความรู้ทางวิศวกรรมมาผสานเข้ากับการแพทย์ นำไปสู่การจดสิทธิบัตรเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเอง อาทิ "เตียงร้อนย่างยา" ที่ควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบดิจิทัล และ "อ่างแช่ตัวสมุนไพร" ที่รักษาระดับความร้อนได้แม่นยำที่ 40 องศาเซลเซียส เพื่อแก้ปัญหาความไม่เสถียรของการใช้เตาถ่านแบบดั้งเดิม
"เครื่องไม้เครื่องมือ เราไม่ได้ซื้อใครมา ไม่มีขาย เราต้องทำเอง ดังนั้นคลินิกอื่นจะมาทำ ก็ไม่มีเครื่องมืออย่างเรา เราจด patent เอาไว้ ก็น่าจะเลียนแบบได้ยากในช่วงเวลาอันสั้น"

นอกจากนวัตกรรมแล้ว อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือการบริหารจัดการทั้งฝั่ง supply และ demand ซึ่งฐิติพัฒน์กล่าวย้ำว่า "ฝั่ง supply คุณหมอเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หัตถการกับยานั้นสามารถ standardize ได้ แต่คุณหมอเป็นคน
“ดังนั้นเรื่องของการคัดเลือกและการ standardize คุณภาพหมอเป็น challenge ส่วนฝั่ง demand คือสร้างความเข้าใจว่าแพทย์แผนไทยไม่ใช่สปา คุณจะมาสั่งให้นวดตรงนี้นวดตรงนั้นไม่ได้ ต้องมีการให้ความรู้กับผู้บริโภค"
โดยในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะนำคลินิกดังกล่าวไปบูรณาการร่วมกับพื้นที่ wellness resort ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาภายในเดือนหน้า เพื่อยกระดับประสบการณ์การพักผ่อนควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรอีกด้วย

ผนึกยักษ์ญี่ปุ่น ปูทางเจาะตลาดโกลบอล
หากมองในภาพรวมของการขยายธุรกิจระดับโกลบอล THANN ได้เดินหมากสำคัญด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับ Rohto Mentholatum บริษัทยายักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดประตูสู่ศูนย์วิจัยและพัฒนาที่เมือง Nara เพื่อแลกเปลี่ยนนวัตกรรมใหม่ๆ แต่ยังรวมถึงการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของ Rohto
แม้ในส่วนของคลินิกแพทย์แผนไทยจะยังต้องศึกษาข้อกฎหมายทางการแพทย์ของแต่ละประเทศอย่างละเอียด แต่สำหรับกลุ่มธุรกิจ retail และ spa เครือข่ายของ Rohto จะกลายเป็นสปริงบอร์ดสำคัญที่ช่วยให้ THANN สามารถนำเสนอโปรดักต์ใหม่ และเจาะตลาดในทวีปยุโรปและเอเชียได้อย่างลึกซึ้งและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
โดยฐิติพัฒน์เสริมว่า "เราจะมี access ไปในยุโรปมากขึ้น และจะเห็นอะไรใหม่ๆ มากขึ้นในเอเชีย เพราะว่าพาร์ตเนอร์เราเขาสตรองมาก"

ดึง Data เจาะ Gen Z อัปยอด Spending
ขณะที่ในมิติของการทำการตลาดและการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ปัจจุบัน THANN มีฐานสมาชิกรวมกว่า 30,000 ราย ครอบคลุม 3 ระดับ คือ entry, gold และ black ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Gen Z ที่เพิ่มสัดส่วนจาก 10% เป็น 20% ภายในปีนี้ ผ่านกลยุทธ์ idol marketing ในแคมเปญ “Time to Refresh” ที่ดึงไอดอลอย่าง เก่ง-น้ำปิง และ มิว มาช่วยขยายฐาน
การเข้ามาของลูกค้ารุ่นใหม่กลุ่มนี้ ไม่เพียงสร้างการเติบโตทางยอดขาย แต่ยังเพิ่มยอด engagement บนโซเชียลมีเดียอย่างมหาศาล โดยแบรนด์ได้ใช้ data วิเคราะห์พฤติกรรมจนพบว่า ลูกค้า Gen Z ที่เริ่มต้นจากการซื้ออโรมาบาล์มราคา 500 บาท มักจะต่อยอดไปซื้อผลิตภัณฑ์อาบน้ำ และชื่นชอบกลิ่น rose ในคอลเล็กชัน eden breeze นำไปสู่การทำ CRM ที่แม่นยำยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน กลุ่มลูกค้าหลักอย่าง Gen X และ Gen Y ซึ่งมีกำลังซื้อสูง เฉลี่ย 2,000 ปลายๆ ต่อบิลสำหรับรีเทล ก็ยังคงเติบโตอย่างเหนียวแน่น และมักใช้บริการในรูปแบบครอบครัว 2-3 เจเนอเรชัน
ทั้งนี้ จากฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง นำมาสู่เป้าหมายสำคัญในสเตปต่อไป คือการทำ cross-selling เชื่อมโยงลูกค้าทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจเข้าด้วยกัน เปลี่ยนลูกค้ารีเทลให้กลายเป็นลูกค้าสปา และต่อยอดสู่การใช้บริการคลินิกและรีสอร์ต
ซึ่งโมเดลนี้จะช่วยเพิ่มระยะเวลาที่ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ จากเดิมที่ซื้อสินค้าแล้วกลับ กลายเป็นการใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงในคลินิก ซึ่งจะดันยอดการใช้จ่ายต่อบิลให้สูงขึ้นตามไปด้วย

สวนกระแสค้าปลีก ปักธงโต 10%
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดค้าปลีกในประเทศจะอยู่ในสภาวะซบเซา แต่ THANN ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในช่วง 6 เดือนแรก ธุรกิจสปาในไทยเติบโตกว่า 20% ขณะที่ช่องทางออนไลน์เติบโตทะลุ 100% ทำให้ภาพรวมของปีนี้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตได้ตามเป้าหมาย
"ตอนนี้ตลาดรีเทลเมืองไทยเงียบมาก เราคิดว่าเราขอโต 10% เราก็มีความสุขแล้ว กลุ่ม Gen X, Gen Y เขารักแบรนด์เรามา 20 ปีแล้ว ก็สื่อสารผ่าน CRM แต่การที่จะ recruit คนใหม่ๆ เข้ามา ก็ต้องใช้ไอดอลบ้าง"
เมื่อมองถึงโครงสร้างรายได้ ปัจจุบันสัดส่วนหลักยังคงมาจากกลุ่มรีเทล ตามมาด้วยสปาและรีสอร์ตที่ทำรายได้กลุ่มละประมาณ 10% ทว่าในอนาคต THANN ประเมินว่า ภายใน 3 ปี "ธัญ คลินิกการแพทย์แผนไทย" จะกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์หลักที่สามารถสร้างสัดส่วนรายได้เทียบเท่ากับธุรกิจสปา
ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ THANN ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาด wellness ระดับสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ภาพ : THANN
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ONSENS พลิกโฉม “Yunomori” ลุยออนเซ็นรวมชายหญิงพัทยา ก่อนทุ่ม 400 ล้าน ปั้นบิ๊กโปรเจกต์มิกซ์ยูส มั่นใจรายได้ทะยาน 15% ตามเป้า
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


