พัทยากรุ๊ป รุกธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ดัน "พัทยาแอร์เวย์" ชิงส่วนแบ่งตลาด Southeast Asia 3-5% - Forbes Thailand

พัทยากรุ๊ป รุกธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ ดัน "พัทยาแอร์เวย์" ชิงส่วนแบ่งตลาด Southeast Asia 3-5%

กลุ่มบริษัทพัทยา (PATTAYA GROUP) เตรียมเปิดตัวสายการบิน “พัทยาแอร์เวย์” พร้อมให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศในช่วงไตรมาส 4 ปลายปีนี้ ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาด 3-5% ของตลาดรวมทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดการณ์รายได้เบื้องต้น 300 ล้านบาทต่อปีหลังเปิดให้บริการ


    ทศพร อสุนีย์ ประธานบริหารกลุ่มบริษัทพัทยา (PATTAYA GROUP) เผยถึงการเตรียมพร้อมเปิดตัวสายการบิน “พัทยาแอร์เวย์” เพื่อให้บริการขนส่งทางอากาศ อย่างเต็มรูปแบบ โดยยึดถือความปลอดภัยทั้งทางด้านการบิน บุคลากร และความรวดเร็วในการรับส่งสินค้าเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ทางสายการบินได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการค้าขายการเดินอากาศ (Air Operating License หรือ AOL) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในระหว่างขั้นตอนการยื่นขอใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate หรือ AOC) คาดว่าจะได้รับใบอนุญาตและเริ่มให้บริการตามกรอบเวลาที่วางแผนไว้ โดยจะเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกในช่วงปลายปีหรือไตรมาส 4/2567 จากการนำเครื่องบิน ATR 72-500 จำนวน 2 ลำเข้าฝูงบินและเริ่มให้บริการก่อน 



    หลังจากนั้นจะเพิ่มฝูงบินเข้ามาประจำการให้ครบ 5 ลำ ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยมุ่งเน้นเส้นทางการบินระหว่างประเทศ ในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะให้บริการในลักษณะการจับมือกับคู่ค้าพันธมิตร B2B ที่ได้ลงนามทำการค้าร่วมกัน เพื่อสอดรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมขนส่งโลจิสติกส์และตลาดอีคอมเมิร์ซที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น NEW NORMAL เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์หรือ E-commerce มากยิ่งขึ้น การให้บริการการขนส่งสินค้าทางอากาศจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะอำนวยความสะดวกและขยายธุรกิจของผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งประหยัดเวลาในการขนส่งอีกด้วย

    ทั้งนี้ ในปี 2020 ที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่เล็กที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนาม แต่จากคาดการณ์ในปี 2025 ตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทยจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 29% ต่อปี และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็นที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากประเทศอินโดนีเซียจนมีขนาดใหญ่กว่าตลาดอีคอมเมิร์ซของมาเลเซียและเวียดนามด้วย โดยประเทศไทยจะมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 11.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มาเลเซียจะมีมูลค่าอยู่ที่ 8.2 พันล้านเหรียญ และเวียดนาม 7.5 พันล้านเหรียญตามลำดับ



    ประธานบริหารกลุ่มบริษัทพัทยา ยังกล่าวถึงผลประกอบการของปี 2566 ที่ผ่านมาด้วยว่ารับรู้รายได้อยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้ในปี 2567 นี้อยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยจำแนกเป็นรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ในเครือของบริษัท 2,700 ล้านบาท ประกอบกับรายได้ของธุรกิจขนส่งสินค้าจากสายการบิน "พัทยาแอร์เวย์" ที่จะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 คิดเป็นมูลค่าราว 300 ล้านบาท และยังคาดการณ์ด้วยว่าจะสามารถชิงส่วนแบ่งทางการตลาดเฉพาะในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงเริ่มต้นได้ 3-5% ของตลาดรวมทั้งภูมิภาค




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : อีซี่วิซ ตั้งเป้าปี 67 โต 28% ชูกล้องวงจรปิดเทคโนโลยี AI ตอบโจทย์เทรนด์ "คนเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก"

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine