"MI Group" ชี้สัญญาณธุรกิจฟื้นหลังโควิด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • “MI Group” ชี้สัญญาณธุรกิจฟื้นหลังโควิด

“MI Group” ชี้สัญญาณธุรกิจฟื้นหลังโควิด

“MI Group” เห็นสัญญาณคนไทยพร้อมใช้ชีวิตหลังโควิดเป็นโรคประจำถิ่น สินค้าเตรียมอัดงบคึกคัก ทั้งกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า บริการวิถีใหม่ เครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ และสินเชื่อเพื่อการบริโภค คาดเม็ดเงินโฆษณาฟื้น ขยายตัว 12% มูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท

ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์ จำกัด หรือ MI Group เปิดเผยว่า ผ่านมา 2 เดือนแล้วสำหรับปี 2565 ที่เริ่มต้นปีด้วยความวิตกกังวลกับสายพันธุ์โอไมครอน ที่ติดได้ง่ายและไม่ค่อยแสดงอาการ ซึ่งข้อมูลยืนยันจากหน่วยงานสาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าสายพันธุ์โอไมครอนที่ระบาดในหลายประเทศช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกา ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ในระยะยาวน่าจะปรับสถานะเป็น endemic หรือโรคระบาดท้องถิ่นทั่วไป ซึ่งน่าจะทำให้การใช้ชีวิตของประชาชน และการดำเนินธุรกิจกลับมาใกล้เคียงปกติมากขึ้น


ข้อมูลสำคัญ:

  • MI Group คาดการณ์ว่าเม็ดเงินสื่อโฆษณาปีนี้น่าจะมีโอกาสเติบโตได้ถึง 12% คือ 84,000 ล้านบาท
  • KOLs (Influencers) มีส่วนแบ่งของเม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัล (Online) มาเป็นอันดับ 3 รองจาก Facebook และ YouTube

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจโดย Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN (THAILAND) หรือ HILL ASEAN ประจำประเทศไทยล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับ “ภาพรวมความสุขและความเชื่อมั่นของคนไทยต่อสถานการณ์ Covid-19 และเศรษฐกิจในปัจจุบัน” โดยกลุ่มตัวอย่างมากกว่าร้อยละ 44 คาดว่าในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตนเองน่าจะมีความสุขในการดำเนินชีวิตมากขึ้น และมีเพียงร้อยละ 6 ที่คาดว่าตัวเองจะมีความสุขน้อยลง

อุตสาหกรรมโฆษณาโต 12%

สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ได้ประเมินเม็ดเงินสื่อโฆษณาปีนี้ว่าน่าจะเติบโตได้ 5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ MI Group คาดการณ์ว่าเม็ดเงินสื่อโฆษณาปีนี้น่าจะมีโอกาสเติบโตได้ถึง 12% คือ 84,000 ล้านบาท (เปรียบเทียบกับปี 2021 ซึ่งอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท)

“สถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และกว่า 30% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว (เข็ม 3) ประกอบกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ อันเป็นผลมาจากการอยากกลับมาใช้ชีวิตปกติของประชาชนหลังอัดอั้นมากว่า 2 ปี ผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องกระตุ้นตลาด เพื่อแย่งชิงเม็ดเงิน กำลังซื้อที่มีอยู่อย่างจำกัดของผู้บริโภคส่วนใหญ่”

ฃภวัต กล่าวว่า อุตสาหกรรมกลุ่มสินค้าและบริการที่น่าจะคึกคักเป็นพิเศษในปีนี้คือ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า บริการที่สอดรับกับวิถีใหม่ เช่น บริการเดลิเวอรี่ สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและอนามัย เครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกลุ่มฟังก์ชั่นนอล ดริงค์ หรือ เครื่องดื่มกัญชง กัญชา และธุรกิจสินเชื่อเพื่อการบริโภค สินเชื่อส่วนบุคคล ในรูปแบบสินเชื่อดิจิทัล ซึ่งคนยังมีความต้องการสูงในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว

ทั้งนี้ MI Group ได้วิเคราะห์และคาดการณ์ต่อเนื่องว่าจากพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยและฉากทัศน์ของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา การสื่อสารการตลาด จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้จะได้เห็นภาพชัดเจนในหลายประเด็น อาทิ สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ (Broadcast TV) จะมีสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาลดลงไปต่ำกว่า 50% เป็นปีแรก (หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท) แต่ยังคงความเป็นสื่อหลักอันดับหนึ่ง

สื่อดิจิทัล (Online) และสื่อนอกบ้าน (OOH) จะมีสัดส่วนที่โตขึ้น คือ 32% และ 13% ตามลำดับ โดยเฉพาะสื่อนอกบ้าน ที่หดตัวลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากวิกฤต Covid-19 โดยเม็ดเงินรวมของ 2 สื่อหลักนี้สูงกว่า 38,000 ล้านบาท สำหรับเม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัล (Online) ที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่องมาหลายปี และในปี 2022 นี้ ทาง MI Group ยังคาดการณ์เติบโตต่อเนื่องอีก 16% หรืออยู่ที่ 27,000 บาท
KOLs ขับเคลื่อนสื่อดิจิทัล

ภวัต กล่าวว่า ตัวที่จะขับเคลื่อนการเติบโตหลักๆ ของเม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัล (Online) ในปีนี้ จะมาจาก KOLs (Influencers) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดในหลากหลายธุรกิจมากขึ้น โดย KOLs (Influencers) มีส่วนแบ่งของเม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัล (Online) มาเป็นอันดับ 3 รองจาก Facebook และ YouTube

ซึ่งในปีนี้ KOLs กลุ่มใหม่ที่มาแรงคือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การลงทุนและเก็งกำไรในรูปแบบใหม่ หรือที่เริ่มเรียกกันอย่างแพร่หลายว่า FIN-fluencers (ซึ่งมาจาก Finance + Influencers) จากอิทธิพลและกระแสความสนใจในเรื่องการลงทุนในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ อาทิ การเทรดเหรียญคริปโต การเทรดหุ้น SET NFT เป็นต้น

“สัญญาณการกลับคึกคักของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา น่าจะเริ่มเห็นตัวเลขชัดเจนในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย MI Group คาดการณ์โดยเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันคือ มีนาคม-พฤษภาคม ปีนี้และปีที่แล้ว เม็ดเงินโฆษณาน่าจะสูงขึ้นกว่า 10% หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 ล้านบาท จาก 19,766 ล้านบาท เป็น 21,759 ล้านบาท”

สำหรับคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการวางแผนการตลาด การสื่อสารการตลาดในปีนี้ MI Group มีคำแนะนำหลัก ๆ ดังนี้ หนึ่งการใช้ Performance Media (Performance Marketing Communication) การใช้เครื่องมือสื่อสารการตลาด ที่ต้องวัดผลประสิทธิภาพได้อย่างชัดเจน สอง Data Driven For Marketing Technology การจัดเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างเหมาะสมและเป็นระบบ สามารถนำมาวิเคราะห์ปัญหาและโอกาส เพื่อใช้กำหนดกลยุทธ์ธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน และสาม Metaverse/ Cryptocurrency/ NFT, all you need to know – but you don’t need to do all ติดตามและศึกษาวิเคราะห์กระแสความนิยมในเรื่องใหม่ๆ อย่างรอบด้าน

“ไม่จำเป็นต้องคว้าทุกโอกาส หรือขี่ทุกกระแส เพราะนั่นอาจทำให้เราต้องเสียทรัพยากรไปโดยไม่ได้ประโยชน์ใดๆ กลับมา ยกตัวอย่าง Metaverse ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เกมเมอร์คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วจากประสบการณ์การเล่นเกมส์ในโลกเสมือน Metaverse ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากๆ ยังคงต้องติดตามทิศทางที่ชัดเจนขึ้นและการพัฒนา Technology & Infrastructure ถึงจะสรุปได้ว่าธุรกิจหรือบริการของเราจะสร้างโอกาสและยั่นยืนในระบบนิเวศใหม่นี้หรือไม่อย่างไร” ภวัตกล่าวทิ้งท้าย

อ่านเพิ่มเติม: “แลนดี้ โฮม” ตอกย้ำศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ตั้งเป้าขยายฐานสู่ลูกค้ากลุ่ม Green Living


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP