COTTO ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ยุค new normal - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • COTTO ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ยุค new normal

COTTO ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ยุค new normal

COTTO รุกตลาดสุขภัณฑ์ Smart Toilet นวัตกรรมแห่งสุขอนามัยตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุควิถีชีวิตใหม่ ตามนโยบาย Well-being สู่ Health & Clean เน้นให้ความสำคัญ 5 ด้าน สะดวกสบาย สะอาดปลอดภัย คุ้มค่า วางใจในบริการ และสุขสบายใจ พร้อมประกาศความมั่นใจเติบโตต่อเนื่องมากกว่าร้อยละ 20

COTTO
อนุวัตร เฉลิมไชย Head of Ceramics Business ในธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

อนุวัตร เฉลิมไชย Head of Ceramics Business ในธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ได้ส่งผลให้วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการตระหนักถึงการป้องกันโรค การรักษาความสะอาด การหลีกเลี่ยงการสัมผัส และการรักษาระยะห่างระหว่างกันหรือ Social Distancing

“อีกพฤติกรรมหนึ่งที่คอตโต้ได้ติดตาม และสำรวจตลาดตั้งแต่ช่วง Work From Home ในปีที่ผ่านมา เราพบว่าผู้บริโภคมีความต้องการปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งานรูปแบบใหม่ เช่น การใช้บ้านเป็นที่ทำงาน การเรียนหนังสือ การใช้พื้นที่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวตลอดทั้งวัน โดยห้องน้ำเป็นพื้นที่อันดับต้นๆ ที่เจ้าของบ้านปรับเปลี่ยนให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ เหมาะกับการใช้งานร่วมกันของทุกคนในบ้าน“ อนุวัตร กล่าวถึงการศึกษาเทรนด์ของผู้บริโภคในเรื่องห้องน้ำ Smart & Hygiene ในปีที่ผ่านมา

ดังนั้น COTTO จึงเปิดตัวสุขภัณฑ์อัจฉริยะอัตโนมัติ (Smart Toilet) รุ่น Optimum ซึ่งมีบริการติดตั้งและรับประกันเป็นแบรนด์แรกในตลาด รวมถึงสุขภัณฑ์รุ่นปกติที่มีเทคโนโลยี Touchless ระบบชำระล้างไร้สัมผัส ทั้งยังยกระดับความสะอาดของสุขภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีสารเคลือบผิวสุขภัณฑ์ Ultra Clean+ ที่ช่วยลดการสะสมเชื้อโรคได้ถึงร้อยละ 99 ภายใน 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ สินค้ากลุ่ม Smart Toilet ยังมีสุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ เช่น HERCULES CURVE, RIVIERA PRO, OPTIMUM, SUBMARINE, FRIGATE และก๊อกน้ำเซ็นเซอร์นวัตกรรมใหม่ที่ปรับให้ติดตั้งและใช้งานง่าย ระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่เพิ่มความเสถียรในการใช้งาน อีกทั้งชุด Kitchen Adapter Sensor เพียงแค่ติด Adapter ที่ปากก๊อกอ่างซิงค์ ก็สามารถเปลี่ยนก๊อกธรรมดาให้เป็นก๊อกเซ็นเซอร์ได้ทันที เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและทำให้บริษัทยังคงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค

“ภาพรวมตลาดสุขภัณฑ์กลุ่ม Smart & Hygiene ในช่วงที่ผ่านมาสามารถสร้างการเติบโตถึง 30 %โดยเฉพาะกลุ่มสุขภัณฑ์อัจฉริยะมีอัตราการเติบโต 300 เปอร์เซ็นต์ โดยในส่วนนี้เป็นยอดเติบโตจากสุขภัณฑ์อัจฉริยะอัตโนมัติรุ่น Optimum ของคอตโต้ ถึง 90% และที่น่าสนใจคือสินค้ากลุ่มนี้เติบโตในช่องทางของ Omni-Channel เกือบ 200%” อนุวัตร กล่าวถึงความมุ่งมั่นตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดกลุ่มสุขภัณฑ์ Smart & Hygiene ด้วยการเปิดตัวสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Toilet) รุ่นใหม่ VERZO ยกระดับความอัจฉริยะมากขึ้นและทำความสะอาดเร็วขึ้น โดยบริษัทยังมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสารเคลือบ ULTRA CLEAN+ ในสุขภัณฑ์ให้ครบทุกรุ่น เพื่อตอบสนองทุกความต้องการให้หลากหลายมากขึ้น

COTTO
กิตติพงษ์ โพธิ์ธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด

ด้าน กิตติพงษ์ โพธิ์ธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด กล่าวถึงเทรนด์การปรับปรุงบ้านของผู้บริโภคไทยในยุควิถีชีวิตใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่สร้างครอบครัวใหม่อายุ 30-38 ปีหรือกลุ่มเริ่มต้นเข้าสู่วัยทำงานอายุ 23-29 ปีเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยมักจะมองหาสิ่งอำนวยความสะดวก สะอาด ปลอดภัย เพื่อร่วมกันเป็นครอบครัวสมัยใหม่ได้อย่างมีความสุข

ขณะที่การคิดค้นพัฒนาสุขภัณฑ์ และก๊อกน้ำตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของบริษัทได้มุ่งเน้นความครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ สะดวกสบาย สะอาดปลอดภัย คุ้มค่า ไว้วางใจ และสบายใจเพราะมีความสวยงาม เพื่อให้ครองใจผู้บริโภค ซึ่งเรียกว่า “นวัตกรรมแห่งสุขอนามัย”

“ในปีนี้คอตโต้มั่นใจว่าจะยังคงเติบโตต่อไป พร้อมตั้งเป้ายอดขายสุขภัณฑ์อัจฉริยะ Smart Toilet ในปี 2564 ประมาณ 450 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าตลาดรวมสุขภัณฑ์กลุ่ม Smart & Hygiene มีขนาดประมาณ 1,000 ล้านบาท เราคาดหวังว่าจะเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 20% จากปี 2563”

นอกจากนั้น กิตติพงษ์ยังเปิดเผยแผนการรุกตลาดในปีนี้ของคอตโต้ที่มุ่งเน้นนำเสนอแคมเปญ “Smart Toilet นวัตกรรมแห่งสุขอนามัย” เพื่อสื่อสารไปถึงกลุ่มคนยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตในยุคสมัยของ Smart Living โดยเครื่องใช้ต่างๆล้วนเป็นอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีในราคาที่เอื้อมถึง เพื่อให้ทุกคนในบ้านได้สะดวกสบาย สะอาดปลอดภัย มีสุขอนามัยมากขึ้น

“คอตโต้ตั้งเป้ารุกตลาดคนรักบ้านทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน รวมไปถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงสินค้าและบริการที่สะดวกรวดเร็ว มีบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ครอบคลุมตลอดอายุการ ใช้งาน สินค้ารับประกันถึง 3 ปี

พร้อมมีแผนการขยายศูนย์บริการ Fixing Center ไปยังชุมชนเมืองในจังหวัดต่างๆ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเริ่มสาขาแรกในภาคใต้ที่จังหวัดกระบี่ ภายในเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ พร้อมกับจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายร่วมกับผู้แทนจำหน่ายต่างๆ” กิตติพงษ์ กล่าวปิดท้าย

อ่านเพิ่มเติม: “แอสเซทไวส์” ชู Next Paradigm ชิงตลาดอสังหาฯ


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP