ปรากฏการณ์ 2 วันเกลี้ยง 2,000 สาขา! “คาเฟ่ อเมซอน x เด็กสมบูรณ์” ฉีกกฎจับซีอิ๊วดำลงแก้วกาแฟ ปลุกกระแสไวรัลมัดใจผู้บริโภค Gen Z

ปรากฏการณ์ 2 วันเกลี้ยง 2,000 สาขา! “คาเฟ่ อเมซอน x เด็กสมบูรณ์” ฉีกกฎจับซีอิ๊วดำลงแก้วกาแฟ ปลุกกระแสไวรัลมัดใจผู้บริโภค Gen Z

เมื่อกาแฟมาเจอกับซีอิ๊วดำ ปรากฏการณ์คอลแลบสุดฉีกระหว่าง “คาเฟ่ อเมซอน” และ “เด็กสมบูรณ์” ในสองเมนูพิเศษราคา 89 บาท เขย่าวงการเครื่องดื่มด้วยการ sold out กว่า 2,000 สาขาในเวลาเพียง 2 วัน สะท้อนกลยุทธ์ cross-platform ที่ไม่ได้โฟกัสแค่ยอดขาย แต่เป็นการสร้างแรงกระเพื่อมเพื่อดึงคนรุ่นใหม่ และปรับตัวรับมือการแข่งขันในตลาดคาเฟ่ไทย


    ใครจะไปคิดว่า “กาแฟ” กับ “ซีอิ๊วดำ” จะเดินทางมาบรรจบกันได้ในแก้วเดียว แต่นี่คือปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นและสั่นสะเทือนวงการ F&B ไทยในต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อสองบิ๊กคอร์ปอเรตอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร “คาเฟ่ อเมซอน” (Cafe Amazon) และ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด เจ้าของตำนาน “เด็กสมบูรณ์” จับมือกันลอนช์โปรเจกต์พิเศษที่ใช้เวลาซุ่มพัฒนาเพียง 4 เดือน สร้างแรงกระเพื่อมระดับที่สินค้า sold out ไปกว่า 2,000 สาขา ภายในเวลาแค่ 2 วัน

    เบื้องหลังกระแสไวรัลนี้ ไม่ใช่แค่การทำรสชาติให้แปลกใหม่เพื่อเรียกยอดไลก์ แต่คือ “มาสเตอร์พีซทางการตลาด” ที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามดิ้นรนออกจากความจำเจของตลาดคาเฟ่ และการทลายกรอบธุรกิจเครื่องปรุงรสเพื่อเข้าสู่ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่


อเมซอนเขย่าตลาด Red Ocean ส่งเมนู Flash ดึงฐาน Gen Z

    ไกรพิท เปรมมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR มองว่า แม้ตลาดคาเฟ่ในไทยจะแข่งขันสูง มีร้านเปิดและปิดตัวทุกวัน แต่ในเชิงโครงสร้างอัตราการบริโภคกาแฟของคนไทยต่อคนต่อปี ยังต่ำกว่าประเทศอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ถึงครึ่งหนึ่ง ตลาดนี้จึงยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก โดยปัจจุบันตลาดรวมโตเฉลี่ย 7% ซึ่งอเมซอนที่มีกว่า 5,000 สาขา ก็ตั้งเป้าขยายตัวตามทิศทางนี้

    โจทย์สำคัญคือความนิ่งของนวัตกรรมเครื่องดื่ม การออกเมนูรูปแบบเดิมไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นตลาด อเมซอนจึงเลือกใช้กลยุทธ์ “cross-platform campaign” ดึงวัตถุดิบข้ามอุตสาหกรรมอย่างซีอิ๊วดำมาพัฒนาเป็นไซรัปเข้มข้น ผสานกับกาแฟรสชาติ signature ของแบรนด์

    โดยเป้าหมายของแคมเปญระยะเวลา 1 เดือนนี้ ไม่ได้ตั้งเป้าที่ยอดขายตัวเงินเป็นหลัก แต่มุ่งเจาะกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ เพราะปัจจุบันลูกค้าหลักของอเมซอนคือ Gen Y ที่มีสัดส่วน 50% การทำเครื่องดื่มรูปลักษณ์แปลกใหม่ ถ่ายรูปสวยลงโซเชียล จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่อเมซอนคาดหวังว่าจะดึงลูกค้า Gen Z เข้ามาเพิ่มขึ้นอีก 20%


​

    ส่วนการเข้ามาของเชนร้านกาแฟต่างชาติ ไกรพิทมองว่าไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่นี่คือปัจจัยกระตุ้นให้แบรนด์ใหญ่ต้องปรับตัว เพราะหัวใจของการรอดชีวิตในธุรกิจนี้ ไม่ใช่การหั่นราคาแข่ง แต่คือการมอบ “ความคุ้มค่า” ที่ทำให้ลูกค้ายินดีกลับมาซื้อซ้ำไม่ว่าจะแก้วละ 30 หรือ 150 บาทก็ตาม

    ด้วยเหตุนี้แคมเปญสุดฉีกจึงถือกำเนิดขึ้นในชื่อ “Cafe Amazon × เด็กสมบูรณ์” โดยเสิร์ฟ 2 เมนูใหม่ที่นำกาแฟและนมมาชนกับความหอมหวานของซีอิ๊ว ได้แก่ “เอสเปรสโซเย็น ซีอิ๊วคาราเมล” และ “นมสดปั่น ซีอิ๊วคาราเมล” ในราคาเข้าถึงง่ายเพียง 89 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2569 ที่ Cafe Amazon ทุกสาขา

    ซึ่งความกล้าที่จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่นี้เอง ที่เป็นสะพานเชื่อมไปสู่วิสัยทัศน์ของพาร์ตเนอร์ระดับตำนานอย่างหยั่น หว่อ หยุ่น


เปลี่ยนซอสปรุงรสเป็นไลฟ์สไตล์ไอคอน

    วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในประเทศ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงการร่วมมือครั้งนี้ว่า แคมเปญนี้มีจุดเริ่มต้นจากการได้ไปชิม “กาแฟเกลือ” ที่เวียดนาม จนเกิดไอเดียตั้งต้นว่า “ถ้าเกลือใส่กาแฟได้ ซีอิ๊วดำก็ต้องใส่ได้”

    โดยตั้งแต่เริ่มแคมเปญมาได้เพียง 2 วัน สินค้าขายหมดกว่า 2,000 สาขา จึงพิสูจน์ให้เห็นว่าแนวคิดนี้มาถูกทาง และตอกย้ำเป้าหมายใหญ่ของแบรนด์ที่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในครัวอีกต่อไป

    ซึ่งเป้าหมายสำคัญของวสุพล คือการล้างภาพจำและปรับตัวเข้าหาคนรุ่นใหม่ “แบรนด์เราชื่อเด็กสมบูรณ์ เราจะเป็นคนแก่สมบูรณ์ไม่ได้ แม้แบรนด์จะอายุ 80 ปี แต่มันต้องมีความเด็กและใหม่เสมอ”

    นอกเหนือจากความแปลกใหม่แล้ว สิ่งที่เด็กสมบูรณ์กำลังสร้างคือ “คุณค่าทางจิตใจ” แบรนด์ไม่ได้ขายแค่รสชาติ แต่ขาย “ความทรงจำ” วสุพลยกเคส “ซีอิ๊วเม็ด” ที่ผลิตมาเจาะกลุ่มนักเรียนนอกและคนอยู่หอพัก ฟีดแบ็กที่ได้รับคือซอสเม็ดนี้ช่วยเยียวยาความสายนึกถึงรสมือแม่ในยามไกลบ้าน

    หรือแม้แต่คำขอบคุณจากพ่อค้าร้านสตรีทฟู้ดที่บอกว่า ซอสขวดนี้คือเครื่องมือทำมาหากินที่ช่วยส่งลูกเรียนจนจบปริญญา สิ่งเหล่านี้คือ brand purpose ที่ทำให้เด็กสมบูรณ์แข็งแกร่งเกินกว่าจะเป็นแค่เครื่องปรุงรส

​

​

ฉีกตำราปลาใหญ่ ย่อสเกลรุกตลาดโลก

    ขณะที่ในเชิงยุทธศาสตร์องค์กร หยั่น หว่อ หยุ่น กำลังปรับรื้อโครงสร้างการลงทุน (CapEx) เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์สู่ตลาดสากล ปัจจุบันบริษัทส่งออกสินค้าไปแล้วกว่า 70 ประเทศ โดยมีตลาดยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางเป็นตลาดหลัก

    วสุพลมองว่า อาหารไทยมีความซับซ้อนของรสชาติเหมือน “วงออร์เคสตรา” การจะพาแบรนด์ไปสู่ระดับโลก จึงต้องใช้ “sauce power” เป็นตัวนำทาง ควบคู่ไปกับ soft power ทางวัฒนธรรมอาหารของไทย

    ดังนั้นเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เด็กสมบูรณ์ได้ปรับเปลี่ยนโมเดลการผลิต จากเดิมที่เน้นการสร้างโรงงานขนาดใหญ่เพื่อผลิตสินค้า mass จำนวนมาก หันมาสร้างโรงงานสเกลเล็กหรือ “mini pilot plant” จำนวน 5-6 แห่งแทน

    โดยการปรับโครงสร้างนี้ใช้เงินลงทุนเท่าเดิม แต่ได้ความคล่องตัวสูงขึ้น ทำให้แบรนด์ทดลองสินค้าใหม่ได้รวดเร็ว และสามารถปรับเปลี่ยนรสชาติให้เข้ากับลิ้นของผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้อย่างแม่นยำ เช่น การปรับระดับความหวานและเผ็ดของน้ำจิ้มไก่ตามความชอบของคนใน 70 ประเทศ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สายการผลิตขนาดใหญ่ของคู่แข่งทำได้ยาก


เมื่อแบรนด์ใหญ่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม

    ความร่วมมือระหว่าง คาเฟ่ อเมซอน และ เด็กสมบูรณ์ ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นกรณีศึกษาสำคัญของธุรกิจยุคใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่า การมีสาขามากกว่า 5,000 แห่ง หรือการมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 80 ปี ไม่ใช่หลักประกันความสำเร็จในอนาคต

    แต่เป็นการกล้าทำแคมเปญข้ามอุตสาหกรรม การรักษาฐานลูกค้าเดิมควบคู่กับการขยายฐาน Gen Z และการบริหารองค์กรด้วยความยืดหยุ่น คือหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ทั้งในตลาดประเทศไทยและบนเวทีการค้าระดับสากล


ภาพ : คาเฟ่ อเมซอน




​​​​​​​​​​​​​​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “เซ็นทรัล พาร์ค” เปิดครบ 1 ปี! ทราฟฟิกแตะ 25 ล้านครั้ง ชู “ร้านแรกในไทย-คอนเซ็ปต์ใหม่” ดึงคนเข้าศูนย์ อัตราเช่าพื้นที่ค้าปลีกทะลุ 98%

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine​