Big C เดินหน้าลงทุน 5.6 พันล้านบาท เปิดสาขาใหม่ รีโนเวทร้านทั่วประเทศ พร้อมปิดสาขาที่กระทบกำไร ปรับพื้นที่รับพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ท่ามกลางความท้าทายของตลาดค้าปลีกปี 2569
ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เผยว่า สำหรับปี 2569 นี้ Big C มีแผนลงทุนรวม 5.6 พันล้านบาท โดยจะเปิดสาขาขนาดใหญ่ใหม่ 2 แห่ง และสาขาขนาดเล็กอย่างน้อย 100 แห่ง พร้อมรีโนเวทสาขากว่า 300 แห่งทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นสาขาขนาดใหญ่ 17 แห่ง ขณะเดียวกันจะมีสาขาใหญ่ที่ปิดให้บริการจำนวน 6 แห่ง
สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น Big C จึงต้องปรับการใช้พื้นที่ในสาขาให้คุ้มค่ามากขึ้น โดยหน้าร้านจะถูกปรับให้ดูทันสมัย เน้นความสวยงาม ความคุ้มค่า และจะเพิ่มการขายนอกพื้นที่ร้านเพื่อรองรับการเติบโตของช่องทางออนไลน์และร้าน “โดนใจ” ซึ่งมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง
แม้จะมีการปิดสาขาใหญ่ 6 แห่ง และเปิดใหม่เพียง 2 แห่ง แต่ยังคาดว่ายอดขายรวมของ Big C จะเติบโต จากการขยายช่องทางขายออนไลน์ควบคู่กับการปรับรูปแบบหน้าร้านให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
อัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เสริมว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยยังมีความท้าทาย ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการบริการและการปรับปรุงร้านค้าที่มีสภาพเก่า
"ที่ผ่านมาแม้มีเสียงติชมบ้าง แต่ Big C ก็ยังสามารถดึงลูกค้าเข้าร้านได้อย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา โดยมีบางช่วงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและความไม่สงบตามแนวชายแดนบ้าง"
สำหรับแผนเปิดสาขาขนาดใหญ่นั้น อัศวิน ระบุว่า มีทำเลเตรียมไว้แล้ว และในระยะต่อไปอาจเปิดเพิ่มเฉลี่ยปีละ 2-4 สาขา โดยยังคงให้ความสำคัญกับพื้นที่เช่า เพื่อสร้างบรรยากาศแบบครอบครัว และเพิ่มความสนุกในการมาใช้บริการ โดยจะเน้นทำเลในเมืองหลัก ขณะเดียวกันก็ต้องปรับบทบาทของสาขาให้ทำงานควบคู่กับการขายออนไลน์มากขึ้น
ส่วนสาขาขนาดเล็กยังคงเป็นรูปแบบที่เติบโตได้ดี โดยแนวทางสำคัญคือการคัดเลือกสาขาที่มีศักยภาพ หากสาขาใดไม่สามารถแข่งขันได้ หรือส่งผลต่อการทำกำไรก็จำเป็นต้องปิด เพื่อให้ภาพรวมธุรกิจแข็งแรงขึ้น
“สาขาเล็กก็ยังมีการเติบโตอยู่ ในภาพรวมของปีนี้ที่ต้องทำคือทำให้มีความเข้มแข็ง สาขาไหนที่หมดอายุ หมดสภาพของการแข่งขัน และทำให้มีผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรให้ผู้ถือหุ้น เราก็ต้องปิด ซึ่งส่วนใหญ่ที่ปิดล้วนเป็นสาขาที่ปิดแล้วทำให้เรามีความแข็งแรง”
"Big C มองประเทศไทยเป็นเครือข่ายชุมชน แต่ละพื้นที่สามารถมีได้ทั้งสาขาขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อรองรับทั้งการซื้อและการขายในพื้นที่เดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีสาขาในรูปแบบคอนวีเนียนสโตร์และซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อรองรับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ โดยเชื่อว่าการทำเฉพาะออนไลน์อย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีฐานร้านออฟไลน์ที่แข็งแกร่ง" อัศวิน กล่าว
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ทุ่มงบกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลงทุนธุรกิจระยะยาวในเวียดนาม
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

