โควิด-19 พลิกมุมมองโฆษณาดิจิทัล YDM แนะกลยุทธ์ใหม่ใช้ Data และ AI วางแผนซื้อสื่อ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • โควิด-19 พลิกมุมมองโฆษณาดิจิทัล YDM แนะกลยุทธ์ใหม่ใช้ Data และ AI วางแผนซื้อสื่อ

โควิด-19 พลิกมุมมองโฆษณาดิจิทัล YDM แนะกลยุทธ์ใหม่ใช้ Data และ AI วางแผนซื้อสื่อ

YDM Thailand เผยโควิด-19 มุ่งโฟกัสยอดขายแทนสร้างแบรนด์มากขึ้น พร้อมแนะนำกลยุทธ์ใหม่ล่าสุด ใช้เทคโนโลยี Data และ AI ในการวางแผนและซื้อสื่อดิจิทัล

ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ซีอีโอ YDM Thailand กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งรายใหญ่ในไทย กล่าวว่า วิกฤตการณ์โควิด-19 ส่งผลให้นักการตลาดหลายคนต้องเปลี่ยนแนวคิดการลงโฆษณาในสื่อดิจิทัลไป โดยจากเดิมที่มองแต่การสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ เป็นคาดหวังการสร้างยอดขายในทุกๆ สื่อที่ใช้

เราเชื่อว่าสื่อดิจิทัล ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างการรับรู้ให้คนเห็น แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ในการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง เราจึงได้พัฒนากลยุทธ์ใหม่ล่าสุด Data & AI Technology ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ให้ลูกค้าสามารถวางแผนซื้อสื่อได้อย่างคุ้มค่า และยังสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ

ณัฐพล เกียรติสารพิภพ Media Director กล่าวว่า เทคโนโลยีของเราสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคในทุกๆ ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Google, เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และนำมารวมศูนย์อยู่ในที่เดียว เพื่อใช้ในการ Re-Marketing ในเชิงการวางกลยุทธ์มีเดีย

ตัวอย่างบนโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook เราอาจจะเก็บข้อมูลตั้งแต่การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค แล้วนำมารวมกับข้อมูลพฤติกรรมบนเว็บไซต์ จากนั้น AI จะ identify ได้ว่าผู้บริโภคชอบคอนเทนต์แบบไหน นำไปสู่การสร้างข้อความที่ตรงกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม และยิงคอนเทนต์ได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น

ณัฐพล กล่าวว่า จุดเด่นของการนำ “Data & AI Technology” มาใช้ นอกจากจะช่วยสร้างยอดขายให้กับลูกค้าได้จริงแล้ว ยังมีส่วนช่วยสร้างแบรนดิ้งไปพร้อมๆ กันด้วย เพราะ เทคโนโลยีสามารถช่วยให้นักการตลาดเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถรู้ได้ทันทีว่าลูกค้าอยู่ในเซกเมนต์ย่อยไหน อยู่ในช่วงไหนของการตัดสินใจซื้อ

นั่นหมายความว่า นักการตลาดจะสามารถวางแผนการสื่อสารได้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดยอดขายได้มากขึ้นกว่าเดิมณัฐพล กล่าว

อาจมีคำถามว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่า AI เลือกเป้าหมายได้ตรงกลุ่ม ต้องบอกว่าท้ายที่สุดเราไม่ได้ดูว่า AI เลือกเป้าหมายได้ถูกหรือไม่ แต่จะไปดูว่าสุดท้ายแคมเปญนี้สร้าง ROI (Return on Investment) หรือผลตอบแทนจากการลงทุนได้เท่าไหร่

ทั้งนี้ YDM Thailand ได้สร้างฐานข้อมูลพร้อมใช้ที่พัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อลูกค้าจะไม่ต้องเสียเวลาสร้างขึ้นใหม่ เช่น ฐานข้อมูลของผู้ที่จะซื้อรถยนต์ โดยเก็บข้อมูลจากงานมอเตอร์โชว์ครั้งก่อน, ฐานข้อมูลของผู้ที่ใช้เครื่องสำอาง, ฐานข้อมูลของกลุ่มคนเล่นเกม เป็นต้น โดยทุกๆ ดาต้าที่ทางเก็บ ได้เก็บอย่างถูกต้องตาม ... PDPA ที่จะประกาศใช้งานเร็วๆ นี้ด้วย

ส่วนแพลตฟอร์มแบบใดเหมาะกับลูกค้าแบบไหนนั้น เราไม่ได้ยึดติด เราดูคอนเทนต์มากกว่าว่าเหมาะสมกับแพลตฟอร์ม หรือทาร์เก็ตที่ตั้งสมมติฐานไว้หรือไม่ และจะทำการ Optimize มีเดียตาม Performance ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในระหว่างที่มีเดียกำลังทำงานอยู่ณัฐพล ระบุ

 

มองตลาดโฆษณาดิจิทัลกลางสถานการณ์โควิด-19

ด้าน ธนพล ระบุว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ลูกค้าของเราหลายรายชะลอการใช้มีเดียออกไป อย่างไรก็ตาม มองว่านั่นไม่ใช่กลยุทธ์ที่ฉลาดนัก เพราะช่วงเวลานี้ก็ยังมีอีกหลายธุรกิจที่สามารถช่วงชิงยอดขายได้โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น ดังนั้น การลงโฆษณาในสื่อจะต้องไม่ลงแบบเดิม จึงจะสามารถช่วยสร้างยอดขายได้

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าที่เริ่มใช้เม็ดเงินไปกับการโฆษณาดิจิทัลแล้ว ได้แก่ กลุ่มที่ปรับตัวรับกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที เช่น กลุ่ม FMCG (Fast-moving consumer goods) หรือสินค้าอุปโภคที่มีการจำหน่ายเร็วและมีต้นทุนต่ำ โดยเข้าไปลุยในตลาดอีคอมเมิร์ซแทนการขายแบบเดิม

ขณะที่ธุรกิจที่ยังไม่ใช้งบส่วนนี้คือกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะผู้บริโภคเองก็ยังรัดเข็มขัดอยู่พอสมควร การลงเม็ดเงินช่วงนี้จึงอาจไม่สร้างผลดีนัก

สถานการณ์ตอนนี้การใช้เม็ดเงินโฆษณาดร็อปลง และหากการระบาดของโควิด-19 เลวร้ายมากขึ้น ภาพรวมโฆษณาดิจิทัลก็อาจติดลบได้ เพราะคนไม่มีกำลังซื้อ การทุ่มเงินโฆษณาไปก็ไม่สามารถสร้างยอดขายได้

ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์

ธนพล ชี้ว่า อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์กลับมาได้ในช่วงกลางปี เชื่อว่าการใช้เงินโฆษณาจะเพิ่มเป็นเท่าตัว เพื่อรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่คาดว่าช่วงนี้แม้จะระมัดระวังการใช้จ่าย แต่ก็พร้อมใช้จ่ายทันทีหากสถานการณ์ดีขึ้น

สถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมและทัศนคติที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะพฤติกรรมการซื้อสินค้า จะหันมาซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์กันเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาคธุรกิจก็ต้องมีการปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อาจจะต้องหันมาโฟกัสการทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น หรือนำสินค้าขึ้นอีคอมเมิร์ซให้มากขึ้น

และที่สำคัญ การใช้งบทางการตลาดจะต้องทำอย่างรัดกุม มองในเรื่อง ROI ให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในส่วนนี้การนำ Data Technology มาช่วยในการลงมีเดียนั้น จะช่วยธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง ไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแบบในอดีตอีกต่อไปธนพล กล่าวทิ้งท้าย

 

 


BACK TO TOP