เมื่อ ‘สมรสเท่าเทียม’ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ 1.2 แสนล้าน จะส่งผลต่อไทยแค่ไหน

เมื่อ ‘สมรสเท่าเทียม’ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ 1.2 แสนล้าน จะส่งผลต่อไทยแค่ไหน

เมื่อการ ‘สมรสเท่าเทียม’ กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โดยจะช่วยให้คู่รักเพศเดียวกันเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน และทรัพยากรต่างๆ ของรัฐได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การใช้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น แต่ในอีกมุมคือการเปลี่ยนแปลงนี้ยังส่งผลดีต่อมิติเศรษฐกิจอีกด้วย

    Forbes Thailand อยากชวนมาดูกรณีศึกษาในประเทศหลักอย่างสหรัฐ และผลกระทบด้านบวกต่อเศรษฐกิจไทยที่จะเกิดขึ้น


กรณีศึกษา ‘สมรสเท่าเทียม’ กระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ 1.2 แสนล้านบาท

    ในสหรัฐ หลังจากการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในช่วงปี 2558 - 2562 โดยผลการศึกษาของ The William Institute พบว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียม สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจถึง 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 129,093 ล้านบาท)* นอกจากนี้ยังสร้างการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นกว่า 45,000 ราย (เช่น ธุรกิจการจัดงานแต่งงาน ฯลฯ)

    สาเหตุหลักที่ กฎหมายสมรสเท่าเทียมสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้นั้น มาจาก 75% ของกลุ่ม LGBT เป็นกลุ่มประชากรที่มีรายได้สูง และไม่มีลูก รวมถึงครอบครัว LGBT จะมีการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคสูงกว่าครัวเรือนทั่วไป

    นอกจากนี้ ในมิติการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมและอุปถัมภ์เด็ก พบว่า คู่รักเพศเดียวกันที่แต่งงานแล้วมีการอุปถัมภ์เด็กในอัตราที่สูงกว่าคู่รักต่างเพศ โดยกรณีศึกษาในออสเตรเลีย ยังพบว่าเด็กที่เติบโตในครอบครัวที่ครอบครัวมีความหลากหลายทางเพศวิถีจะช่วยให้เด็กมีมุมมองที่เปิดกว้างยอมรับความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมได้ดีมากขึ้น

​

สมรสเท่าเทียมของไทยเป็นแบบไหน

    หลังจาก ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ. … หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม เมื่อ 18 มิ.ย. 2567 ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีกฎหมายฯ นี้และทำให้คู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศจะได้รับสิทธิตามกฎหมาย ได้แก่

    1) สิทธิในการตั้งครอบครัว
    2) สิทธิในการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน
    3) สิทธิทางทรัพย์สินและมรดก
    4) สิทธิในการดูแลระหว่างคู่ชีวิต

    แน่นอนว่า เมื่อมีการปรับเปลี่ยนสถานะให้คู่รักทุกเพศ จะเชื่อมโยงถึงสิทธิตามกฎหมายอื่น เช่น สวัสดิการข้าราชการ (สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล, รับเงินบำเหน็จตกทอด) ขณะที่ สวัสดิการลูกจ้างภาคเอกชน คู่สมรสซึ่งมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม มีสิทธิที่จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ เงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันสังคม และเงินค่าทำศพหากเป็นผู้ดำเนินการจัดการศพ รวมทั้งเป็นผู้รับประโยชน์จากการทำประกันชีวิตได้

​

สมรสเท่าเทียมจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร

    สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยข้อมูลของ Ipsos ปี 2566 คาดว่า ไทยอาจมีประชากร LGBTQ+ วัยผู้ใหญ่ราว 4.4 ล้านคน (9% ของประชากร) หากมีการแต่งงานในอัตราเดียวกับการจดทะเบียนสมรสระหว่างชายหญิง อาจส่งผลให้ในแต่ละปีมีการจัดงานแต่งงานเพิ่มขึ้นประมาณ 12,000 งาน ส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่นโรงแรม สตูดิโอถ่ายภาพ ฯลฯ หรือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึงปีละ 1,700 ล้านบาท

    ที่สำคัญคือ กฎหมายนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน เพราะสามารถกู้ร่วมได้ง่ายขึ้น ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ระบุว่าผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่ม LGBTQ+ อยู่ที่ 4.9%

    ในด้านสังคมยังมีผลดีทั้งความสัมพันธ์ภายในครอบครัวมั่นคงขึ้นจากการมีหลักประกันของการใช้ชีวิตคู่ และการรับบุตรบุญธรรมอาจมีส่วนช่วยลดปัญหาเด็กโตนอกบ้านได้

​

    แต่ไทยยังต้องเตรียมตัวอีกหลายด้านโดยสภาพัฒน์ มองใน 3 ส่วนหลักได้แก่

    1) การทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และความพร้อมของภาครัฐ จากการแก้ไขที่ระบุให้บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ข้อบัญญัติ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีต่าง ๆ ที่มีการอ้างถึงคำว่า “สามี” “ภริยา” ให้ถือว่าอ้างถึงคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตามร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้ ซึ่งจะทำให้มีกฎหมาย 51 ฉบับ ที่ต้องได้รับการทบทวน อีกทั้ง รัฐจะต้องเตรียมความพร้อมด้านทะเบียน เอกสาร ใบสำคัญต่าง ๆ เกี่ยวข้อง

    2) การเชื่อมโยงสิทธิต่างๆ ให้สอดคล้องกัน โดยเฉพาะกรณีบุตรบุญธรรม ที่ยังคงถูกจำกัดสิทธิที่ได้รับจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เช่น ค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียน ซึ่งหากไม่สามารถติดตามตัวได้ ทำให้เด็กไม่ได้รับสิทธิ และเป็นภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่บุญธรรม จึงอาจต้องพิจารณา เพื่อให้ผู้รับบุตรบุญธรรมสามารถให้สิทธิแก่บุตรบุญธรรมได้

    3) ภาคธุรกิจต้องเตรียมรองรับกลุ่มคนเพศหลากหลาย ผ่านการศึกษาพฤติกรรมการบริโภค และกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตอบโจทย์



*อัตราแลกเปลี่ยนที่ 33.97 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

Photo by Mercedes Mehling, kazuend, Kristina Litvjak, Harli Marten on Unsplash



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ก่อน ‘สมรสเท่าเทียม’ จะเริ่มบังคับใช้ ธนาคารไหนให้ คู่รัก LGBTQ+ กู้ซื้อบ้านร่วมกันได้บ้าง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine