‘กรุงศรีคอนซูมเมอร์’ มองปีนี้สุดท้าทาย! หลังผู้บริโภคอ่อนไหว ระวังใช้จ่าย สิ้น ก.ย.ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโตแค่ 1%

‘กรุงศรีคอนซูมเมอร์’ มองปีนี้สุดท้าทาย! หลังผู้บริโภคอ่อนไหว ระวังใช้จ่าย สิ้น ก.ย.ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโตแค่ 1%

‘กรุงศรีคอนซูมเมอร์’ เผยภาพรวมตลาดสินเชื่อและบัตรเครดิตปีนี้สุดท้าทาย หลังหลายปัจจัยลบกระทบ ทำผู้บริโภคอ่อนไหว ระมัดระวังใช้จ่าย เผยผลประกอบการ ณ สิ้นสุดไตรมาส 3 มียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 422,800 บัญชี ลดลง 4.7% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 286,300 ล้านบาท เติบโตแค่ 1% แต่โดยรวมกรุงศรีคอนซูมเมอร์ยังแข็งแกร่งกว่าตลาด


    อธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า ผลประกอบการของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน 2568 ในภาพรวมนับว่ายังเติบโตดีกว่าตลาดทั้งในแง่ของจำนวนบัตรและยอดใช้จ่ายผ่านบัตร

    โดยมียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 422,800 บัญชี (-4.7% YoY), ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 286,300 ล้านบาท (+1% YoY), ยอดสินเชื่อใหม่ 68,400 ล้านบาท (-2.2%YoY) และยอดสินเชื่อคงค้าง 134,300 ล้านบาท (-2.6% YoY) ขณะที่อัตราส่วนหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ที่ระดับ 1.3% สำหรับบัตรเครดิต และ 2.2% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในธุรกิจจากการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม


​

    “ภาพรวมปีนี้ของสินเชื่อไร้การค้ำประกัน เติบโตไม่ค่อยดี ด้วยเพราะสภาพเศรฐกิจโดยรวมไม่ค่อยดี และข่าวร้ายต่างๆ การแถลงข่าวครั้งที่แล้วคือผลประกอบการครึ่งปีแรก เราเริ่มเห็นการหดตัวตั้งแต่แผ่นดินไหว หลังจากนั้นก็ขึ้นๆ ลงๆ ส่วนตัวรู้สึกว่าตลาดอ่อนไหวต่อเรื่องข่าวต่างๆ โดยรวมมองว่าเป็นเรื่องความมั่นใจของผู้บริโภคเป็นหลัก อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจยังมีผล แต่ความมั่นใจของผู้บริโภคเป็นตัวแปรสัญที่จะเร่งให้เกิดการใช้จ่าย” อธิษ กล่าว

​


    เขายังบอกอีกว่า อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเติบโตที่มีแนวโน้มชะลอตัว เมื่อเทียบกับตลาดแล้ว ในแง่ของจำนวนบัตรเครดิต กรุงศรีคอนซูมเมอร์ถือมาร์เก็ตแชร์อยู่ 24% ยังครองตำแหน่งผู้ออกบัตรอันดับ 1 ของประเทศ ไม่เพียงเท่านั้น ในแง่ปริมาณการใช้งาน กรุงศรีคอนซูมเมอร์ก็ครองมาร์เก็ตแชร์ถึง 18% อยู่ในตำแหน่งท็อป 1 หรือ 2 ของประเทศ ส่วนสินเชื่อคงค้างมีมาร์เก็ตแชร์ 17% ภาพรวมดีกว่าตลาดในทุกมิติ NPL ก็ต่ำกว่าตลาดเหมือนกัน

​


    “เรามีการบริหารที่อาจจะ tight กว่าคนอื่น” อธิศระบุ ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมถึงเรื่องยอดบัตรใหม่ที่ลดลงว่า ทุกแบงก์หาลูกค้าใหม่ได้น้อยกว่าลูกค้าที่ปิดบัตร เพราะคนออกจากระบบมากกว่าคนเข้าใหม่ ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าไม่อยากถือไว้หลายใบ สะท้อนว่าคนระวังใช้จ่ายในการเป็นหนี้

    ทั้งนี้ หมวดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุดเรียงตามยอดใช้จ่าย ได้แก่ 1.ประกันภัย, 2. ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ, 3.ปั๊มน้ำมัน, 4. ตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน และ 5.ช็อปออนไลน์

    ส่วนหมวดใช้จ่ายที่มีอัตราเติบโตสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชัน (+16%), 2.แอปเดลิเวอรี (+15%) 3. กองทุนรวม (+14%), 4. ตัวแทนท่องเที่ยว (+12%) และ 5.ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ (+9%)

​


    “อัตราการเติบโตของหมวดต่างๆ เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก มีสิ่งที่แปลกไปคือ ซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นมาติดอันดับ 5 อีกทั้งเดลิเวอรียังอยู่ในอันดับสอง แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคคนกินข้าวนอกบ้านน้อยลง ซื้อวัตถุดิบมาทำกินเองมากขึ้น ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ชะลอการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย เน้นการใช้จ่ายในหมวดที่จำเป็นและการวางแผนระยะยาวมากขึ้น”

    สำหรับมุมมองธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อธิศ เปิดเผยว่า “แนวโน้มธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลยังคงเติบโตช้าจากสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลง, ภาระหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่สูง, รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงไม่ฟื้นตัว

    “อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสที่ 4 เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวและจับจ่าย ประกอบกับมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส, เที่ยวดีมีคืน ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและกำลังซื้อในระบบ โดยเฉพาะในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยว ส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมธุรกิจ และอาจต่อยอดส่งผลดีไปถึงช่วงต้นปี 2569 ได้

    “ทั้งนี้ ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลถือว่าได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากมาตรการดังกล่าว เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่ปริมาณธุรกรรมและความต้องการสินเชื่อเพื่อการบริโภคที่ขยายตัว”

    จากปัจจัยท้าทายต่างๆ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จึงปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสภาวะตลาด โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง เพื่อสร้างความเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมบริหารต้นทุนเพื่อรักษาระดับผลการดำเนินงาน

    โดยปรับกลยุทธ์การตลาดและวิธีทำโปรโมชันโดยใช้ศักยภาพและเครือข่ายพันธมิตรของกลุ่มบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น ในช่วงปลายปี กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผนึกกำลังบัตรเครดิตในเครือทั้งหมดจัดโปรโมชัน กรุงศรีช่วยคุณเปย์เซฟ มอบเครดิตเงินคืนสูงสุด 10% ในหมวดใช้จ่ายที่ผู้บริโภคนิยมใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร ท่องเที่ยว เติมน้ำมัน เป็นต้น (1 พ.ย. 2568 – 31 ม.ค. 2569 เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด)

    นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปรับจุดขายผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตและสินเชื่อให้มีสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น อาทิ การออกแคมเปญสื่อสารใหม่ “บัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ อนุมัติไว…เข้าใจคนรอ” ตอกย้ำจุดเด่นของบัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ที่สมัครง่าย อนุมัติไว ในตลาดบัตรสินเชื่อ, การพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ใหม่ พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ “T1 Dynamic Points” มอบคะแนนเดอะวันมากกว่าที่เคย ทุกวันที่ 15 ของเดือน กับหมวดสินค้าหรือแบรนด์ที่ร่วมรายการ, การปรับสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตโลตัส เพิ่มความสะดวก คุ้มค่า กับ ‘โลตัสมันนี่คอยน์' โปรแกรมสะสมคะแนนแบบใหม่

​


    และการปรับโฉมบัตรเครดิต กรุงศรี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์ ช็อป เที่ยว กิน ภายใต้แนวคิด ‘Life Worth Living’ แคมเปญทั้งหมดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปีนี้ และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า (บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี, สินเชื่อส่วนบุคคล : อัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี)

    “จากการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสภาวะตลาดดังกล่าว กรุงศรี คอนซูมเมอร์ คาดว่าจะทยอยเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างต่อเนื่องและประเมินว่า ภายในปี 2568 จะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 400,000 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อยเทียบกับปีก่อนหน้า, ยอดสินเชื่อใหม่ 94,000 ล้านบาท และยอดสินเชื่อคงค้าง 143,000 ล้านบาท” อธิศ กล่าวสรุป

​



ภาพ: กรุงศรีคอนซูมเมอร์ และกนกวรรณ มากเมฆ



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ทีทีบี เปิด Insight มนุษย์เงินเดือน “เดอะแบกตัวจริง” การเงินยุคนี้ ชี้ 8 ใน 10 มีภาระหนี้สิน เสี่ยงสะดุดได้ทุกเมื่อ

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine