Wang Ning มหาเศรษฐีพันล้าน ผู้ก่อตั้งอาณาจักรของเล่นรายใหญ่ในจีน - Forbes Thailand

Wang Ning มหาเศรษฐีพันล้าน ผู้ก่อตั้งอาณาจักรของเล่นรายใหญ่ในจีน

FORBES THAILAND / ADMIN
12 Dec 2020 | 07:00 PM
READ 3549

Wang Ning มหาเศรษฐีพันล้านวัย 33 ปี ผู้ก่อตั้ง Pop Mart International Group บริษัทของเล่นรายใหญ่ในจีน มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มสูงขึ้นกว่า 3 เท่าหลังนำธุรกิจเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

[caption id="attachment_38829" align="alignnone" width="720"] Wang Ning ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Pop Mart International Group[/caption]

เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2020 บริษัทสัญชาติจีนที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงปักกิ่งแห่งนี้ ระดมทุนได้มากถึง 674 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังปิดราคาซื้อขายหุ้น IPO ที่ 38.5 เหรียญฮ่องกงต่อหุ้น จากเบื้องต้นที่คาดการณ์ไว้ที่ 31.5 เหรียญฮ่องกง ส่งผลให้มูลค่ากิจการล่าสุดปรับตัวอยู่ที่ 6.9 พันล้านเหรียญ ซึ่งต่อจากนี้ทางบริษัทวางแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการเปิดสาขาและขยายกิจการสู่ต่างประเทศ

ในที่นี้ Forbes ประเมินว่า Wang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 3.2 พันล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่มีมูลค่าอยู่ที่ 1.2 พันล้านเหรียญ ขณะที่มูลค่ากิจการ ณ เวลานั้นมีมูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญ

นักธุรกิจวัย 33 ปีผู้นี้สร้างชื่อเสียงจากการขายของเล่นที่เป็นฟิกเกอร์ของตัวการ์ตูนต่างๆ ในรูปแบบของกล่องปริศนา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “blind box” ในราคา 8 เหรียญต่อกล่อง ซึ่งมีความพิเศษตรงที่ลูกค้าจะต้องสุ่มว่าฟิกเกอร์ภายในกล่องที่ซื้อไปเป็นลายอะไร โดยที่ลายแต่ละลายของ Pop Mart ต่างได้รับการออกแบบโดยศิลปินและตัวการ์ตูนที่เป็นลิขสิทธิ์ชื่อดังเพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์ขายของเล่นดังกล่าวจะได้รับความนิยมทั้งเด็กและนักสะสมจำนวนมาก

ล่าสุด เอกสารทางการเงินของทางบริษัท ได้ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีผลประกอบการเติบโตขึ้นร้อยละ 51 คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 817.8 ล้านหยวน (125 ล้านเหรียญ) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 141.3 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้หน้าร้าน Pop Mart ที่ปัจจุบันมีสาขาอยู่ 136 แห่งทั่วโลกต้องปิดทำการ 

โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 นี้ มีสินค้าขายดีที่สุด คือ ตุ๊กตามนุษย์ต่างดาว Dimoo ที่มีทรงผมคล้ายสายไหม ซึ่งได้รับการออกแบบโดย Ayan Tang ศิลปินชาวจีน และครองสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ร้อยละ 14.4 แซงหน้าตุ๊กตายอดนิยมอย่าง Molly ที่ได้ศิลปินชาวฮ่องกงอย่าง Lelly Wong มาร่วมออกแบบ ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ร้อยละ 13.7

[caption id="attachment_38828" align="alignnone" width="720"] หน้าร้าน Pop Mart แห่งหนึ่งขณะจัดแสดงตุ๊กตา Molly หนึ่งในสินค้ายอดนิยม[/caption]

ปัจจุบัน Pop Mart จำหน่ายสินค้าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ และภายในสิ้นปี 2022 นี้ ทางบริษัทวางแผนจะเปิดสาขาใหม่อีก 183 แห่งในจีน และเพิ่มจำนวนเครื่องจำหน่ายกล่องปริศนาอัตโนมัติอีก 1,800 เครื่อง

ไม่เพียงเท่านั้น Wang ยังวางกลยุทธ์ที่จะขยายการเติบโตไปยังเกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ โดยคาดว่าในระยะเวลาอีก 2 ปี จะเปิดสาขาเพิ่มอีก 100 แห่งและเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติอีก 1,000 เครื่องในต่างประเทศ

Wang ก่อตั้ง Pop Mart ขึ้นในปี 2009 หลังจบการศึกษาจาก Zhengzhou University โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก LOG-ON ร้านค้าปลีกที่มีสาขามากมายในฮ่องกง ซึ่งจัดจำหน่ายของใช้มากมาย อาทิเช่น ของเล่น เครื่องสำอาง และเครื่องเขียน เป็นต้น ซึ่งในตอนแรก Wang ก็ได้นำแบบจำลองธุรกิจดังกล่าวมาใช้

แต่ด้วยความที่มีสินค้ามากมายจึงทำให้ Wang ต้องเผชิญกับปัญหามากมายที่ตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการคลังสินค้า พนักงาน ตลอดจนสายพานการผลิต ด้วยเหตุนี้เขาจึง “ค่อยๆ ทยอยตัดสินค้าประเภทอื่นๆ ออกไป จนกระทั่งในปี 2014 จึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญเพียงการขายของเล่นเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด” Wang กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Forbes Asia ในเดือนกรกฎาคม 2020

แปลและเรียบเรียงโดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค จากบทความ Hong Kong IPO Makes This 33-Year-Old Chinese Toy Tycoon A Billionaire Several Times Over เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: ของเล่นใหม่ของ Francis Choi เศรษฐีพันล้านชาวฮ่องกง