Goodwin Gaw มหาเศรษฐีพันล้านชาวฮ่องกง ยังคงเดินหน้าลุย “Gaw Capital” สู่เป้าหมาย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • Goodwin Gaw มหาเศรษฐีพันล้านชาวฮ่องกง ยังคงเดินหน้าลุย “Gaw Capital” สู่เป้าหมาย

Goodwin Gaw มหาเศรษฐีพันล้านชาวฮ่องกง ยังคงเดินหน้าลุย “Gaw Capital” สู่เป้าหมาย

Forbes Thailand / Admin
18 Aug 2021 | 7:25 am 298

Gaw Capital บริษัทไพรเวทอิควิตี้ที่เน้นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของ Goodwin Gaw กำลังรอเวลาที่ใช่ ที่จะลุยปฏิบัติการทำข้อตกลงทางธุรกิจใหม่ๆ ในปีถัดไป หลังจากบริษัทได้เผชิญหน้ากับความยากลำบากมาในก่อนหน้านี้

เมื่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มจำนวนมากขึ้นทั่วโลกในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Goodwin Gaw ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ Gaw Capital Partners บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากฮ่องกง ได้แต่นั่งรอเวลาให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดต่ำลง และเมื่อเวลามาถึง นั่นก็เป็นสัญญาณว่า น่าจะเป็นเวลาเข้าซื้อได้แล้ว นี่เป็นกลยุทธ์ที่เขาใช้ก่อนหน้าขณะที่โรค SARS ระบาด โดย Gaw และหุ้นส่วนของเขาได้ใช้เงินไปกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้าซื้อสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เนื่องจากราคาได้ปรับตัวตกลงอย่างฮวบฮาบและเพียงไม่ถึงปีราคาของมันก็ค่อยๆ ดีดตัวกลับขึ้นมา

แต่ตำราเล่มเดิมของเขาใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 เพราะผลกระทบจากโรคระบาดนั้นได้กินวงกว้างและมีผลกระทบในหลากหลายรูปแบบจากตลาดหนึ่งไปอีกตลาดหนึ่ง ซึ่งราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองอยู่นั้นก็ไม่ตรงกับสถานการณ์ความเป็นจริงเลย ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะทำข้อตกลงธุรกิจใหญ่ๆ

“เมื่อไม่มีผู้ขายในตลาด จึงไม่มีการปรับฐานราคาให้พูดถึง” Gaw กล่าว ผู้ซึ่งบริหารพอร์ตการลงทุนมูลค่า 2.7 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งรวมไปถึงโรงแรม สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย

สินทรัพย์ในอุตสาหกรรมบริการของ Gaw คิดเป็นราว 15% ของพอร์ตก็อยู่ในภาวะถดถอยเช่นกัน เป็นที่ชัดเจนว่าธุรกิจนี้ได้รับความเจ็บปวดจากการห้ามการเดินทางและข้อบังคับต่างๆ จากทางรัฐบาล เป็นผลให้บริษัทประสบกับการขาดทุน “พวกเราไม่ได้คิดว่าจะขาดทุนหนักนะ หรือได้รับผลกระทบในวงกว้าง” Gaw กล่าว

โรคระบาดยังได้ส่งผลกระทบกับ Pioneer Global Group ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวของ Gaw เช่นกัน บริษัทอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้รายงานผลกำไรสุทธิใน 6 เดือนแรกที่สิ้นสุดในเดือนกันยายน ปี 2020 ว่าลดลง 80% ไปเป็น 23 ล้านเหรียญฮ่องกง (3 ล้านเหรียญ) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ขณะที่ทั้งปีที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม ลดลง 90% เหตุเพราะได้รับผลกระทบมาจากทั้งโรคโควิด-19 และปัญหาความวุ่นวายจากการประท้วงในฮ่องกง แม้ว่าเผชิญกับการถดถอยเหล่านี้ แต่ Gaw ก็ยังปรากฏอยู่บนทำเนียบของ Hong Kong’s 50 Richest อีกครั้งในอันดับที่ 44 ด้วยทรัพย์สินสุทธิ 1.6 พันล้านเหรียญ

โดย Gaw ได้ร่วมแบ่งปันความร่ำรวยกับครอบครัวของเขา ซึ่งรวมไปด้วย Rossana Wang มารดา ผู้นั่งเป็นประธานกรรมการที่ Pioneer Global และ Kenneth พี่ชายที่นั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โดยความร่ำรวยของพวกเขานั้นเราได้ประเมินจากการครอบครองหุ้น ทั้งบริษัทในตลาดและนอกตลาดหลักทรัพย์  “โควิดส่งผลกระทบกับพวกเราทั้งหมดหนักมาก” Gaw วัย 52 ปีกล่าว แต่ “ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสดใสตลอดนะ พวกเราก็มีอุปสรรคปัญหาของเราเอง มันอยู่ที่ว่าพวกเรามุ่งมานะทำงานนั้นให้ดีได้อย่างไร”

Gaw Capital Partners
Goodwin, Kenneth และ Christina Gaw

 

  • จุดเริ่มต้นการลงทุนของ Goodwin Gaw 

Gaw เริ่มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกยึดจากการจำนองในสหรัฐฯ ในทศวรรษ 1990 เขาได้เปิดตัว Gaw Capital ในปี 2005 กับ Kenneth ซึ่งปัจจุบันอายุ 50 ปี ภายหลัง 3 ปีต่อมา Christina น้องสาววัย 47 ปีก็เข้าร่วมงานด้วย ถือได้ว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น เพราะ Anthony บิดาของพวกเขาได้ก่อตั้ง Pioneer Global ในทศวรรษ 1970 และได้นำพาบริษัทขยายธุรกิจเข้าสู่การผลิตสิ่งทอ การธนาคาร ชิปปิ้ง และอสังหาริมทรัพย์

หุ้นส่วนคนที่ 4 คือ Humbert Pang ได้เป็นตัวหลักในการลงทุนของบริษัทในประเทศจีน โดย Gaw Capital สามารถระดมทุนได้ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ (ส่วนใหญ่มาจากเงินบริจาคต่างๆ กองทุนบำนาญ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ) ให้กับ 12 กองทุนต่างๆ เป็นผลให้กลายเป็นบริษัทไพรเวทอิควิตี้ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเอเชียโดยคิดจากทุนที่ระดมได้ และใหญ่ที่สุดอันดับ 13 ของโลกตามที่ PERE นิตยสารด้านอสังหาริมทรัพย์ได้รายงานไว้ เมื่อรวมกับการเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนจากการเข้าซื้อสินทรัพย์จากการกู้ สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ Gaw Capital ได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เป็น 2.7 หมื่นล้านเหรียญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

แม้จะยังเป็นช่วงเริ่มต้น แต่นักลงทุนก็หันมาให้ความสนใจและร่วมลงทุน และ Gaw ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทของเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มได้ใช้เงินไป 1 หมื่นล้านเหรียญฮ่องกงในเดือนธันวาคมเข้าซื้อ Cityplaza One ออฟฟิศทาวเวอร์ 12 ชั้นของฮ่องกง ถือเป็นการซื้อที่ใหญ่ที่สุดของเมืองในปี 2020 ในเดือนมิถุนายนยังได้ปิดการเจรจาการซื้อ (ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขการซื้อ) ตึกออฟฟิศขนาด 46 ชั้นใน Hangzhou ประเทศจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งของ Alibaba ถือเป็นการวางรากฐานของ Gaw Capital ในศูนย์กลางเทคที่กำลังเติบโตของประเทศ

Gaw Capital

 

  • แผนลุยทำข้อตกลงทางธุรกิจใหม่ๆ

Gaw กล่าวว่า เศรษฐกิจกระแสใหม่นี้มีบทบาทสำคัญกับแผนธุรกิจของบริษัทของเขา เพราะบริษัทจะหาโอกาสเข้าไปแทรกตัวอยู่ในกระแสการเติบโตในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ โดย Gaw Capital ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนด้านโลจิสติกส์ที่มีสายสัมพันธ์กับนักพัฒนาคลังสินค้าอย่าง Vailog China ที่ทำการซื้อและบริหารพื้นที่คลังสินค้า โดยธุรกิจส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วน 3% ในพอร์ตลงทุนของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงทุนในศูนย์ข้อมูลต่างๆ ซึ่ง Gaw บอกว่า ส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วนราว 7% ของพอร์ตจากทั่วโลก ทั้งยังได้จับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการด้านศูนย์ข้อมูลต่างๆ ในประเทศจีน และสามารถระดมทุนได้ 1.3 พันล้านเหรียญในรอบระดมทุนในปีที่ผ่านมา โดย Gaw กล่าวว่า “เป็นอุตสาหกรรมที่มีอุปสรรคอย่างมากที่จะเจาะเข้าไป แต่ถ้าคุณมีทุนเพียงพอและมีข้อได้เปรียบ คุณจะไปได้อย่างเร็วจริงๆ” ตลาดสหรัฐฯ คิดเป็น 10% ของการลงทุนของบริษัท

ปัจจุบัน Gaw และหุ้นส่วนกำลังนั่งรอเวลาของการเข้าต่อรองซื้อสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ที่ผุดขึ้นมา เขาคาดการณ์ว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นทันทีทันใดเมื่อรัฐบาลยุติการให้เงินสนับสนุน และการยุติการยืดสัญญาชำระสินทรัพย์ชั่วคราวจากการจำนอง รวมถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่ได้กู้เงินจำนวนมากเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะเจ้าของโรงแรม พวกเขาจะได้รับแรงกดดันให้ขายทรัพย์สินของเขาออกมา Gaw กล่าวว่า บรรดานักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ “ผู้ซึ่งเชื่อว่าได้เห็นโอกาสที่ใช่” จะเรียงคิวเข้าลงทุนในการดีดกลับมาของอสังหาริมทรัพย์

จนถึงวันนี้ Gaw กล่าวว่า บริษัทได้สำรองเงินไว้ทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงการเจรจาเรื่องการกู้ใหม่สำหรับสินทรัพย์บางรายการในสหรัฐฯ และคาดการณ์ว่า มีแนวโน้มว่าอุตสาหกรรมบริการจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีที่จะฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับก่อนโควิด-19 ระบาด ดังนั้น Gaw Capital จึงได้ดำเนินการยืดเวลาชำระเงินกู้ของโรงแรมต่างๆ ในสหรัฐฯ ออกไปอีก เพราะเชื่อว่าท้ายสุดอุตสาหกรรมนี้ก็จะฟื้นตัวกลับขึ้นมา “โรงแรมและรีสอร์ตต่างๆ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการพักผ่อนที่มุ่งหาประสบการณ์ จะได้รับอานิสงส์จากความต้องการที่สูงขึ้น แต่โรงแรมในเมืองที่เปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นนักธุรกิจจะฟื้นตัวช้า”

 

เรื่อง: JENNIFER WELLS เรียบเรียง: บำรุง อำนาจเจริญฤทธิ์
ภาพ: COURTESY OF GAW CAPITAL

อ่านเพิ่มเติม:


คลิกอ่าน “ยังเดินหน้าสู่เป้าหมาย” ฉบับเต็ม และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมิถุนายน 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP