Wes Edens ชายผู้มุ่งมั่นจะฟื้น "กิจการรถไฟ" ในอเมริกา - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • Wes Edens ชายผู้มุ่งมั่นจะฟื้น “กิจการรถไฟ” ในอเมริกา

Wes Edens ชายผู้มุ่งมั่นจะฟื้น “กิจการรถไฟ” ในอเมริกา

Forbes Thailand / Admin
30 Oct 2020 | 11:31 am 271

ในขณะที่ทั้งโลกพยายามหาวิธีที่จะเดินทางอย่างปลอดภัยในยุคที่ไวรัสโคโรนาแพร่ระบาดไปทุกหย่อมหญ้า มหาเศรษฐีจากไพรเวท อิควิตี้ Wes Edens กล้าสวนกระแสโดยทุ่มเดิมพันลงไปถึง 9 พันล้านเหรียญ ว่า กิจการรถไฟ จะเป็นรูปแบบของการคมนาคมในอนาคตของอเมริกา

Wes Edens มหาเศรษฐีผู้สร้างฐานะขึ้นมาจากการกว้านซื้อกิจการต่างๆ นัดพบกับเราที่ร้านอาหารเม็กซิกันในกาสิโนแห่งหนึ่งที่ Las Vegas ท่ามกลางเสียงอึกทึกของมื้ออาหารเย็น ที่นี่เป็นเมืองหนึ่งในรัฐที่เป็นมิตรกับระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่น้อยมาก Edens เล่าให้เราฟังถึงวิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับการลงทุนใน กิจการรถไฟ ที่เป็นโครงการขนส่งมวลชนระบบรางว่า

“มันไม่เหมือนกับการซื้อชุดรถไฟเด็กเล่นมาตั้งไว้ในห้องใต้ดินที่บ้าน…ผมไม่ใช่พวกที่คลั่งไคล้รถไฟ เพียงแต่ผมชอบขึ้นรถไฟ มันเป็นรูปแบบการเดินทางที่ผมชอบที่สุด”

ชายผู้มีผมสีทรายวัย 58 กะรัตคนนี้สั่งสมความมั่งคั่งมาจาก Fortress Investment Group เขาเป็นเจ้าของร่วมทีมบาสระดับแนวหน้าของ NBA อย่าง Milwaukee Bucks ในโลกยุคหลังโควิด-19 ระบาดซึ่งผู้คนมีแนวโน้มจะลดการเดินทางลงให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ต้องเบียดเสียดกับคนอื่นๆ การลงทุนพัฒนาบริการรถไฟฟังดูหลุดโลกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงการมีมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

วิสัยทัศน์ของ Edens คือ การนำเงินที่รัฐบาลท้องถิ่นระดมมาได้จากพันธบัตรที่ได้รับการยกเว้นภาษีมาสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อม Orlando กับ Miami และเชื่อม Las Vegas กับ Southern California เขาวาดภาพถึงบริการรถไฟที่ถอดแบบมาจากบริการของ Eurostar ในเส้นทางจาก Paris ไป London ซึ่งเขามั่นใจอย่างมากว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ

ถึงขนาดที่ควักกระเป๋าทุ่มเงินของตัวเองใส่ลงไปในโครงการนี้ถึงกว่า 100 ล้านเหรียญ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีตามที่คาดไว้ โครงการรถไฟของเขาจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการมากถึงเกือบ 20 ล้านคนในปี 2026 ซึ่งจะทำให้มีรายได้ถึงปีละ 1.6 พันล้านเหรียญ และมีกำไรจากการดำเนินงานถึงเกือบ 1 พันล้านเหรียญต่อปีเลยทีเดียว

“การจะทำกำไรมหาศาลนั้นมักจะเกิดขึ้นได้จากการแก้ปัญหาที่เห็นได้ชัดที่สุด” Edens บอก

เช่นเดียวกับบริการ Amtrak ซึ่งเป็นกิจการรถไฟโดยสารของรัฐบาล ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 1971 ได้ใช้เงินทุนจากภาครัฐไปแล้ว ถึง 5.2 หมื่นล้านเหรียญ และยังไม่เคยทำกำไรได้เลยสักปีเดียว โดยปีที่ผลประกอบการดีที่สุดคือ ปี 2019 ที่มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 30 ล้านเหรียญ

การที่ Amtrak ขาดทุนหนักเป็นเพราะบรรดาสมาชิกในสภาคองเกรสซึ่งเป็นตัวแทนจากหลายๆ เขตยืนยันว่า รัฐจะต้องจัดให้มีรถไฟที่วิ่งเชื่อมจากชายฝั่งตะวันออกไปถึงชายฝั่งตะวันตกแม้ว่าจะไม่ได้มีคนที่ต้องการใช้บริการมากนัก แต่เมื่อดูไส้ในของผลประกอบการก็ยังพอเห็นแสงแห่งความหวังอยู่รำไร คือ Acela ซึ่งเป็นบริการรถไฟความเร็วสูงของ Amtrak ที่วิ่งขนานไปกับทางหลวง I-95 ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องรถติดหนึบ

โดยลากเชื่อม Washington กับ New York City และต่อไปถึง Boston โดยในปีที่แล้วรถไฟสายนี้มีกำไรจากการดำเนินงาน 334 ล้านเหรียญ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ หากสร้างรถไฟโดยสารเชื่อมต่อภูมิภาคในเส้นทางที่ถูกต้อง บริการรถไฟโดยสารก็สามารถจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามได้

“การที่ไม่มีคนใช้บริการรถไฟในประเทศนี้เป็นเรื่องตลกสิ้นดี” Edens บอก “มันถือเป็นโอกาสขนาดใหญ่โตมโหฬาร”

กิจการรถไฟ
สถานี Palm Beach สถานีปลายทางของบริการรถไฟฟ้า Brightline ของ Wes Edens “เราจะได้รู้กันว่ามันไปได้ดีแค่ไหนในปี 2023”

Edens และ Fortress เข้าไปซื้อกิจการรถไฟสาย South Florida ของ Flagler ที่ราคา 3.5 พันล้านเหรียญเมื่อปี 2007 และได้นำโครงการของเขาไปเสนอกับผู้ว่าการของทั้งสองรัฐ ซึ่งต่อมาความพยายามของเขาก็ประสบผล

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เขาได้เงินทุนจากรัฐบาลท้องถิ่นที่ระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรที่ได้รับยกเว้นภาษี เพื่อมาใช้ขยายบริการรถไฟสาย Brightline ของเขาเพื่อเชื่อมตอนเหนือของ Miami กับ Orlando โดยโครงการนี้มีมูลค่าโครงการสูงถึง 4.2 พันล้านเหรียญ นอกจากนี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเขาก็ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณ 600 ล้านเหรียญจากรัฐ California สำหรับการดำเนินกิจกรรมโดยภาคเอกชน

ทั้งนี้รัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้รัฐ California สามารถออกพันธบัตรเพื่อขายให้กับนักลงทุนเอกชนได้มากถึง 2.4 พันล้านเหรียญ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เมื่อถึงปี 2023 โครงการรถไฟของเขาก็จะสามารถนำผู้โดยสารจาก Las Vegas ไปยังชานเมือง Los Angeles ได้ภายในเวลาแค่ 85 นาที โดยสามารถใช้ความเร็วได้สูงถึง 200 ไมล์/ชม.

ทั้งนี้โครงการรถไฟที่วิ่งผ่านทะเลทรายซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 5 พันล้านเหรียญนี้ยังได้รับการจัดสรรวงเงินจากรัฐบาลกลางสหรัฐเพื่อระดมทุนจากภาคเอกชนแล้ว 1 พันล้านเหรียญ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างรอการจัดสรรพันธบัตรจากรัฐ Nevada

Henry Cisneros อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการเคหะและพัฒนาเมืองสหรัฐฯ (HUD) และอดีตนายกเทศมนตรีเมือง San Antonio บอกว่า โมเดลการจัดหาเงินทุนร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า โครงสร้างพื้นฐานที่จะสร้างขึ้นในโครงการนี้มันใหญ่โตขนาดไหน

“มีความพยายามที่จะบุกเบิกหนทางใหม่ๆ ทางการเงินเพื่อปลดปล่อยเงินทุนจากภาคเอกชน” Cisneros ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการจัดหาเงินทุนเพื่อโครงการลักษณะนี้บอกกับ Forbes “ถ้าให้แรงจูงใจมากพอที่จะทำให้โครงการนี้เกิดและทำกำไรได้ ก็จะมีนักลงทุนและหน่วยงานในแวดวงตลาดทุนของเราที่อยากจะลงทุนระยะยาว”

หลังจากที่ Edens ซื้อกิจการรถไฟของ Flagler มาได้ 12 ปี ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ Edens และบรรดานักลงทุนของ Fortress ได้รับก็ยังคงไม่มีความแน่นอน จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดย Forbes พบว่า Edens และ Fortress ใส่เงินทุนเข้าไปในกิจการรถไฟแห่งนี้ไปแล้วถึงประมาณ 2 พันล้านเหรียญ

โดยเขาได้เข้าไปซื้อกิจการที่จุดยอดสุดของฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์และการซื้อกิจการในปี 2007 ซึ่งจนถึงขณะนี้ เมื่อผ่านไปกว่า 10 ปีแล้วก็ยังเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้ไม่คุ้มค่าเงินลงทุนที่ใส่ลงไป ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การลงทุนดังกล่าวฟื้นตัวได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอันก็คือ เดิมพันที่ใส่ลงไปในโครงการรถไฟใหม่ล่าสุดของเขา


คลิกอ่านฉบับเต็ม “Wes Edens ชายผู้มุ่งมั่นจะฟื้น “กิจการรถไฟ” ในอเมริกา” ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกันยายน 2563 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP