AKA เปลวไฟแห่งความสำเร็จ เส้นทางธุรกิจที่ลิขิตเอง - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • Thriving 30s >
  • AKA เปลวไฟแห่งความสำเร็จ เส้นทางธุรกิจที่ลิขิตเอง

AKA เปลวไฟแห่งความสำเร็จ เส้นทางธุรกิจที่ลิขิตเอง

พรพรรณ ปัญญาภิรมย์

“คุณแม่เคยเตือนตั้งแต่ตอนเรายังเป็นเด็กว่า โบ๊ตอย่าทำร้านอาหาร อย่าทำโรงแรมนะ ท่านเตือนเราแล้วว่า ทำร้านอาหารมันเหนื่อยเยอะ ยุ่ง คนอื่นเขาหยุดกัน เราไม่ได้เที่ยว”

ชิตพล วิวัฒนาเกษม เจ้าของร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียม AKA หรือกรรมการผู้จัดการกลุ่มแบรนด์ AKA บริษัทเซ็นเรสเตอร์รองโฮลดิ้ง จำกัด ย้อนคำเตือนของมารดาให้ฟัง  ผู้บริหารหนุ่มวัย 34 ปี คนนี้เป็นลูกชายคนโตของภาคย์ และชุลีวรรณ วิวัฒนาเกษม เจ้าของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงานโมเดิร์นฟอร์ม ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเจ้าของธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือเอเวอร์กรีน ชิปปิ้ง ซึ่งติดอันดับทอปทรีของโลก แต่กลับมาออกแรงตั้งต้นธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง โดยในปี 2556 มียอดขายถึง 450 ล้านบาท โดยไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย

หลังลองผิดลองถูกอยู่ได้สองปี เขาเริ่มจับทิศทางของตลาดและความต้องการของลูกค้าได้ ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับระดับราคาอาหารเป็นหลัก ร้าน AKA จึงเริ่มบุกเบิกบุปเฟต์ปิ้งย่างระดับพรีเมียมขึ้น

เขากล่าวถึงการสร้างแบรนด์ AKA ว่า ที่ผ่านมาเจ็ดปี ไม่เคยทำการตลาด เน้นการบอกต่อลักษณะปากต่อปาก ในปีนี้เราจะพยายามสื่อสารทางการตลาดมากขึ้น เริ่มจากให้ผู้บริโภคออกเสียงชื่อร้าน “อา-กะ” อย่างมั่นใจ เน้นสื่อสารคุณภาพของอาหาร ลายของเนื้อที่สวยงาม การตกแต่งอาหาร ทำให้ผู้บริโภคถ่ายภาพ แท็ก หรือแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยในปีนี้ได้ตั้งงบลงทุนครั้งใหญ่สุดในรอบเจ็ดปี รวม 100 ล้านบาท สำหรับขยายสาขารวมสามสาขา 80 ล้านบาท และงบการตลาด 20 ล้านบาท

ตลาดร้านอาหารปิ้งย่างปัจจุบันมีมูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท ประกอบด้วยกลุ่ม mass ฐานล่างสุดของพีระมิด 70 เปอร์เซ็นต์ ตลาดส่วนกลางกลุ่ม premium mass ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มยอดพีระมิด 5 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งส่วนแบ่งการตลาดของ AKA จะอยู่ในกลุ่ม premium mass ราว 30 เปอร์เซ็นต์ หรือ 450 ล้านบาท โดยวางเป้าหมายเติบโตในปี 2557 ที่ 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2556 ซึ่งมีรายได้ 450 ล้านบาท

สำหรับกิจการของครอบครัว ชิตพลรับหน้าที่ดูแลฟิชเชอร์แมนรีสอร์ท หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ตั้งแต่ปี 2554 โดยลงทุนปรับปรุงไปกว่า 80 ล้านบาท จนกลับมาเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ 36 ล้านบาท จากแทบที่ไม่ทำกำไรเลย

“ทั้งร้านอาหารและรีสอร์ตเหมือนกันตรงที่การ manage expectation ลูกค้า เพราะงานบริการคือ การบริหารความคาดหวังทำให้ลูกค้าเดินยิ้มออกจากร้านหรือรีสอร์ตของเรา”

สรุปและเรียบเรียงจาก AKA เปลวไฟแห่งความสำเร็จ เส้นทางธุรกิจที่ลิขิตเอง, Forbes Thailand ฉบับ APRIL 2014

BACK TO TOP