นันทมาลี ภิรมย์ภักดี ภารกิจขายฝัน “Ferrari” - Forbes Thailand

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี ภารกิจขายฝัน “Ferrari”

ครบทศวรรษของการนำเข้าและจัดจำหน่ายซูเปอร์คาร์ในประเทศภายใต้ปีกคาวาลลิโน มอเตอร์ โดย "นันทมาลี ภิรมย์ภักดี" เอ็มดีหญิงคนแรกและคนเดียวในเอเชียที่สมัครใจนั่งเบาะหน้ากุมบังเหียนม้าลำพองให้ทะยานสร้างยอดขายอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ระยะทางอันยาวไกลที่สามารถพิสูจน์แรงม้าอันเปี่ยมสมรรถนะของยานยนต์สัญชาติอิตาเลียนที่อวดโฉมความงามสง่าบนท้องถนนของไทยที่แล่นผ่านกาลเวลานับสิบปี สะท้อนชัดถึงความสามารถของผู้กุมบังเหียนธุรกิจการนำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Ferrari อย่างเป็นทางการในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2552 ภายใต้ “passion” เป็นเนวิเกเตอร์นำทางของครอบครัวภิรมย์ภักดีและอยู่วิทยาที่หลงใหลในแบรนด์เดียวกัน กลายเป็นจุดร่วมของการเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจใหม่ที่ไม่ได้ใช้กำไรเป็นตัวตั้ง แต่เป็นความสุขที่ได้รับระหว่างทางการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หลงใหลในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Ferrari พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษตามคำนิยาม “We don’t sell a car, we sell a dream” ของ Luca Cordero Di Montezemolo อดีตประธานแบรนด์ม้าลำพอง “ธุรกิจนี้เกิดจาก passion ของสองครอบครัว รวมถึงความหลงใหลส่วนตัวในแบรนด์ Ferrari ของบิ๋งและสามี (จ๊ะ-วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี) ตั้งแต่อายุ 16 เราก็ติดตามดู Formula 1 และไปเที่ยวประเทศไหนก็ต้องแวะร้านโมเดลรถเพื่อสะสม Ferrari จนลับมาเมืองไทยได้มีโอกาสดูแลรถคุณพ่อคือคุณวุฒา ในรุ่น 456 ซึ่งช่วงที่มีการเปิดพิตช์ดีลเลอร์รายใหม่ คุณวุฒา คุณเฉลิม คุณจ๊ะและบิ๋งทานข้าวกัน โดยคุณจ๊ะถามเกี่ยวกับดีลเลอร์รายใหม่เรื่องการนำรถเข้าใช้บริการต่อกลายเป็นจุดเริ่มของธุรกิจในวันนี้” นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด เล่าถึงความบังเอิญที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษก่อน “ต่างประเทศมองภาพองค์ประกอบของดีลเลอร์ที่มีธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศนั้นๆ อยู่แล้ว และบริหาร Ferrari ในลักษณะเจ้าของรถ ด้วย passion ไม่ใช่การมองเป็นธุรกิจหลักที่ต้องทำกำไร รวมถึงความโปร่งใสซึ่งทั้งบุญรอดและกระทิงแดงเป็นธุรกิจที่เปิดมายาวนาน ทำงานด้วยความโปร่งใส มั่นคงและมีชื่อเสียงที่สั่งสมมา ซึ่งบิ๋งได้รับเลือกให้เป็นกรรมการผู้จัดการตั้งแต่วันแรก เพราะต้องเป็นคีย์ประสานงานกับต่างประเทศเป็นหลัก ตั้งแต่การส่งแบบโชว์รูมไปต่างประเทศฟอร์มทีม และสร้างการเติบโตบริหารจากศูนย์เล็กเป็นศูนย์ใหญ่” แม้จะเป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียวในเอเชียที่ได้ขึ้นแท่นเอ็มดีบริหารสร้างการเติบโตให้แบรนด์ Ferrari ในประเทศ แต่นันทมาลี สามารถฝ่าบททดสอบสร้างการยอมรับในฝีมือและความสามารถที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่าผู้บริหารชายทั่วโลก ด้วยประสบการณ์ทำงานที่สั่งสม ร่วม 8 ปีกับธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ในหลากหลายตำแหน่งและทำงานด้านไฟแนนซ์ที่สหรัฐอเมริการาวปีกว่าหลังสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี Bachelor of Arts (BA), History ยุโรปและเอเชียที่ Auckland University และ Master of Business Administration (MBA), Finance and Marketing Simmons College - Simmons School of Management, Boston, MA สหรัฐอเมริกา ขณะที่เส้นทางก่อนขึ้นกุมบังเหียนม้าลำพองเต็มตัว เอ็มดีหญิงต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น การอบรม Ferrari Academy ที่อิตาลี หลักสูตรการขายและเทคโนโลยี รวมถึงการสัมผัสสมรรถนะความเร็วและความแรงของ Ferrari ด้วยตัวเอง นอกจากนั้น นันทมาลียังต้องเข้าใจเรื่องเครื่องยนต์กลไก ระบบการขับเคลื่อน การออกแบบ เทคโนโลยี และศัพท์เทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง “ซีอีโอของเอเชียบอกเราว่า Ferrari เป็นแบรนด์ผู้ชาย แต่เรามั่นใจว่าเราทำได้ ไม่มีปัญหา ในอดีตช่วงเรียนที่อังกฤษ เราก็ย้ายจากโรงเรียนผู้หญิงไปอยู่โรงเรียนชายล้วนที่เพิ่งเปิดเป็นสหศึกษารับผู้หญิงไม่ถึง 20 คน บางวิชาเราเป็นผู้หญิงคนเดียว เราชอบสังคมผู้ชายที่มีการแข่งขันและความท้าทาย ซึ่งต่างจากโรงเรียนผู้หญิงที่ช่วยเหลือกัน เรารู้สึกไม่สนุก” นันทมาลีกล่าวถึงช่วงที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาที่ Westonbirt School (GSCE) Gloucestershire, St. Edward’s School (A Levels) และความมั่นใจในการกุมบังเหียนแบรนด์
F8 Tributo รถสปอร์ต 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์วางกลางลำรุ่นท็อปล่าสุดของม้าลำพอง มาพร้อมขุมพลัง V8 อันทรงพลัง ให้กำลัง 720 แรงม้า สร้างสถิติแรงม้าต่อลิตรที่ 185hp/l
 

นำทัพคาราวานอาเซียน

ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่นันทมาลีใช้ความหลงใหลและความมุ่งมั่นเป็นเครื่องนำทางขับเคลื่อนความสำเร็จให้องค์กรสะท้อนชัดในตัวเลขยอดขายที่ทะยานขึ้นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากจำนวนเริ่มต้นราว 300 คันสู่จำนวนรวม 700 คันในช่วง 10 ปี ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของคาวาลลิโน นันทมาลีเตรียมใส่เกียร์เดินหน้าปรับโฉมบริษัทให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ของ Ferrari ที่ให้ดีลเลอร์ทุกประเทศเปลี่ยนรูปแบบการตกแต่งทั้งหมดทุก 5 ปี ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่บริษัทมีแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิมที่มีพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร และสามารถรองรับปริมาณรถที่เข้ามาตรวจเช็กหรือซ่อมบำรุงได้อย่างน้อย8-10 คันต่อวัน “ต่างประเทศให้ guideline ใหม่หมดเขาจะมีแบบออกมาไตรมาส 3 เรามีการเตรียมพื้นที่รอ และส่งแบบเลย์เอาท์ใหม่เขาจะใส่ลุคใหม่ของเขามาให้ เช่น โซฟา โต๊ะ อาจจะดูอิตาเลียนกว่านี้ อบอุ่นขึ้น เราวางแผนต่อเติมโชว์รูมด้านหลังบริการครบวงจรจาก 6,000 ตารางเมตร เป็น 8,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเพิ่มพื้นที่ซ่อมบำารุงอีก 2 เบย์ โดยสามารถขยายได้ถึง 4 เบย์ พร้อมช่าง 6 คนที่มี certify เพิ่มจำนวนอีก 2 คนตามเบย์ที่มากขึ้น” นันทมาลีกล่าวถึงการเป็นหนึ่งในดีลเลอร์ของโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานซ่อมบำรุงและงานด้านตัวถังรถจาก Ferrari ด้วยโปรแกรมคลาสสิกที่สามารถตรวจเช็กสภาพพร้อมบูรณะรถยนต์ Ferrari ทุกรุ่นร่วมกันกับทางโรงงานที่ประเทศอิตาลี ยิ่งไปกว่านั้นอะไหล่ทุกชิ้นที่นำเข้ามาเปลี่ยนและประกอบล้วนเป็นอะไหล่แท้ที่รับประกันจากโรงงาน Ferrari รวมถึงเครื่องมือพิเศษ Diagnostic Easy Integrated System (DEIS) เป็นเครื่องมือตรวจเช็กสภาพและซ่อมบำรุงที่เชื่อมตรงกับทางโรงงานที่อิตาลีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้ทีมเซอร์วิสของคาวาลลิโนสามารถตรวจเช็กสภาพรถพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของ Ferrari ได้พร้อมกัน ทั้งยังต้องทำการตรวจสภาพเช็กระบบทั้งหมดก่อนส่งมอบหรือ Pre Delivery Inspection (PDI) ขณะที่การใช้เครื่อง DEIS ต้องใช้รหัสในการเข้าระบบ ซึ่งเปลี่ยนอัตโนมัติทุก 15 วันหากไม่ใส่รหัสก็ไม่สามารถใช้งานเครื่องนี้ได้โดยมีเพียงตัวแทนอย่างเป็นทางการเท่านั้นที่ได้รับรหัส เนื่องจาก Ferrari เป็นรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการออกแบบและผลิตด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เกือบทั้งคัน จึงต้องให้ผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์จริงมาดูแล ซึ่งทีมช่างของคาวาลลิโนต้องผ่านการฝึกอบรมจาก Ferrari ประเทศอิตาลีทุกคนพร้อมทั้งส่งช่างพิเศษมาช่วยดูแลและฝึกอบรมให้ทีมบริการที่ศูนย์คาวาลลิโน

สร้างองค์กรสู่ brand ambassador

นอกเหนือจากภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่จะได้ยลโฉมในปีนี้ พอร์ตรถหรู 5 รุ่นของFerrari ที่กำลังทยอยเปิดตัวยังมีรถรุ่นแรกที่ใช้ระบบไฮบริดลูกผสมเบนซินและไฟฟ้าให้สาวกม้าลำพองรักษ์โลกได้ลองสัมผัสสมรรถนะและความล้ำสมัยของเทคโนโลยี เตรียมขับเคลื่อนบนท้องถนนช่วงครึ่งปีหลังพร้อมทั้งมุ่งเน้นนำเสนอบริการแต่งรถในลักษณะ tailor-made โดยนำผู้ซื้อเดินทางสัมผัสประสบการณ์เลือกวัสดุพิเศษที่ศูนย์ tailor-made ของ Ferrari อิตาลีและ Shanghai ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทยังมุ่งเน้นทำการตลาดกลุ่มมือสอง (pre-owned) เพื่อรักษาฐานผู้ใช้งานหรือผู้ซื้อกลับมาใช้บริการศูนย์ Ferrari พร้อมดูแลมาตรฐานคุณภาพของรถและความปลอดภัยของผู้ซื้อ ด้วย Ferrari Approved Program ซึ่งเป็นโปรแกรมรับรองรถ Ferrari มือสองที่ผ่านตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียดมากถึง 190 รายการและต่อประกันเพิ่ม 1 ปี รวมถึงเปลี่ยนยางใหม่ให้ทั้งหมด 4 เส้น โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันนันทมาลียังย้ำถึงความสำคัญของบุคลากรทุกคนในองค์กรที่เสมือน brand ambassador ของ Ferrari โดยพยายามสร้างดีเอ็นเอให้ทีมงานยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กร “START” การให้บริการที่ดีที่สุดและความใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมพัฒนาความสามารถและศักยภาพของทีมงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำในประเทศไทยและในระดับโลก “ส่วนตัวคุยกับลูกค้าและส่งมอบรถเราได้ยินเรื่องราวดีๆ และน่าประทับใจหลายท่านบอกว่า Ferrari เป็นรถในฝันที่ตั้งใจซื้อหากประสบความสำเร็จ เรามองว่าเราโชคดีเพราะสิ่งที่ทำไม่ใช่งาน แต่เป็นการมอบ passion และมอบความฝันให้ลูกค้าเราไม่ได้ขายรถ เราขายฝัน ในธุรกิจที่ต้องใส่ใจในรายละเอียดและพนักงานต้องสัมผัสความ luxury เราต้องมอบประสบการณ์เป็นรางวัลให้พนักงานได้สัมผัสไลฟ์สไตล์และเข้าใจวิถีชีวิตลูกค้าเพื่อการดูแลให้ดีที่สุด” นันทมาลีปิดท้ายถึงกุญแจสำคัญในการเร่งเครื่อง Ferrari ให้ทะยานสู่เส้นชัย ภาพ: จันทร์กลาง กันทอง
คลิกอ่านฉบับเต็ม "นันทมาลี ภิรมย์ภักดี ภารกิจขายฝัน “Ferrari”" ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ พฤษภาคม 2562 กวิน กาญจนพาสน์