เปิดตำนานไม่ธรรมดา FERRARI 250 GTO - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

เปิดตำนานไม่ธรรมดา FERRARI 250 GTO

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
12 Nov 2018 | 12:48 pm 6468

เมื่อใดก็ตามที่มีการนำ Ferrari 250 GTO ออกประมูล เมื่อนั้นการประมูล ครั้งนั้นจะกลายเป็นงานใหญ่ในทันที นับตั้งแต่ปี 1962 จนถึงปี 1964 มีการผลิตรถยนต์รุ่นนี้เพียง 36 คัน และเป็นที่น่าประหลาดใจว่าบรรดานักสะสมสามารถเสาะหา Ferrari 250 GTO มาครอบครองได้จนครบทั้ง 36 คัน (Ralph Lauren เป็นเจ้าของ Ferrari 250 GTO 1 คัน เช่นเดียวกับอภิมหาเศรษฐีในธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีอย่าง Craig McCaw) และ Ferrari 250 GTO ปี 1962 คันที่ 3 ก็เพิ่งนำออกมาประมูล เมื่อเดือนที่แล้วที่ RM Sotheby’s นอกจากประวัติในสนามแข่งอันเป็นตำนานแล้ว Ferrari 250 GTO ก็ยังมีที่มาสุดแสนพิเศษอีกด้วย

1962

Ferrari 250 GTO ซึ่งเป็นการนำรถรุ่น 250 มาผลิตซ้ำเป็นครั้งสุดท้ายได้รับการรังสรรค์ให้เป็นรถแข่ง แต่ก็สามารถเป็นรถใช้งานบนท้องถนนได้ด้วย คำว่า GTO ย่อมาจาก Gran Turismo Omologato หรือ Grand Touring Homologated รูปทรงของ Ferrari 250 GTO เป็นแบบเดียวกันกับ Testa Rossa 250 อย่างไม่ผิดเพี้ยน Ferrari 250 GTO มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 3 ลิตร และสมรรถนะ 300 แรงม้า ราคาสำ.หรับความงดงาม ดังที่กล่าวมานั้นอยู่ที่ 18,000 เหรียญ (ประมาณ 150,000 เหรียญในปัจจุบัน) และผู้ครอบครองแต่ละคนจะต้องได้รับการอนุมัติจาก Enzo Ferrari เป็นรายบุคคลเสียก่อน

 

Photo credit : 1962: PATRICK ERNZEN/COURTESY OF RM SOTHEBY’S

1969

ก่อนที่รุ่นปี 1962 จะถูกจัดให้เป็นรถคลาสสิก ก็ได้มีการตกลงซื้อขายอย่างไม่เป็นทางการในราคา 5,400 เหรียญซึ่งถูกกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก

1986

หนึ่งปีหลังจากที่ Ralph Lauren ซื้อ Ferrari 250 GTO หมายเลขแชสซี 3987 ในราคา 650,000 เหรียญ ประกอบกับกระแสความนิยม Ferrari ที่พุ่งสูงขึ้น นักสะสมอย่าง Frank Gallogly ได้ซื้อ Ferrari 250 GTO ปี 1962 คันหนึ่งซึ่งถูกทิ้งให้ขึ้นสนิมอยู่นานถึง 15 ปีก่อนที่จะได้รับการซ่อมแซมใหม่ด้วยสนนราคา 1 ล้านเหรียญซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในขณะนั้น สองปีต่อมาเขาขายต่อที่ราคา 4.2 ล้านเหรียญ

พฤษภาคม 2012

Craig McCaw ผู้บุกเบิกธุรกิจโทรศัพท์มือถือซื้อ Ferrari 250 GTO ปี 1962 ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยครอบครองโดยนักแข่งรถ ผู้เป็นตำนานอย่าง Stirling Moss ในการซื้อขายเป็นการส่วนตัวไม่ผ่านนายหน้า ซึ่งมีรายงานว่ามีมูลค่า 35 ล้านเหรียญ

สิงหาคม 2014

ในการประมูลประจำปีของ Bonhams ที่ Quail Lodge รถ Ferrari 250 GTO ปี 1962 คันหนึ่ง ทำราคาประมูลได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 38.1 ล้านเหรียญ โดยผู้ซื้อคือ Carlos Monteverde บุตรชายของอภิมหาเศรษฐีชาวบราซิลผู้ใจบุญอย่าง Lily Safra

Photo credit : AUGUST 2014: SWNS/ NEWSCOM

มิถุนายน 2018

มีรายงานว่า David MacNeil ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ WeatherTech ได้ตกลงซื้อ Ferrari 250 GTO ปี 1963 ในการซื้อขายกันเองไม่ผ่านนายหน้าที่ราคา70 ล้านเหรียญ (เทียบเท่ากับพรมปูพื้นรถ 1 ล้านผืน)

 

สิงหาคม 2018

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในสนามแข่งมาอย่างโชกโชนแล้ว Ferrari 250 GTO ปี 1962 หมายเลขแชสซี 3413 ได้ถูกขายให้กับทายาทธุรกิจอัญมณีอย่าง Gianni Bulgari ในปี 1963 หกปีต่อมา (และเปลี่ยนผู้ครอบครองอีกราว 2-3 คน) อภิมหาเศรษฐี Sir Anthony Bamford ได้ตกลงใจซื้อรถคันนี้ และหลังจากมีการเปลี่ยนมืออีก 2 ครั้ง Greg Whitten อดีตสถาปนิกซอฟต์แวร์ของ Microsoft ซื้อ Ferrari คันนี้มาในปี 2000 ด้วยสนนราคา 7 ล้านเหรียญปัจจุบัน Whitten ได้นำ.รถคันดังกล่าวออกขายผ่าน RM Sotheby’s เดือนที่แล้วเขากล่าวถึงการตัดสินใจขายรถคันนี้ว่า “ผมเป็นเจ้าของ GTO มานานแล้ว และมี
รถคันอื่นอีกที่ผมอยากจะซื้อ”

1963 Ferrari 250 GTO Photo by Michael Cole/Corbis via Getty Images

 

เรื่อง: MICHAEL SOLOMON เรียบเรียง: ริศา


อ่านบทความทางด้านธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับกันยายน 2561 ได้ในรูปแบบ e-Magazine

 

BACK TO TOP