ศรศักดิ์ สมวัฒนา ผสานการเงินการตลาดปั้นแบรนด์ "เนอวานา" - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Fabulous 40s & 50s
  • People >
  • ศรศักดิ์ สมวัฒนา ผสานการเงินการตลาดปั้นแบรนด์ “เนอวานา”

ศรศักดิ์ สมวัฒนา ผสานการเงินการตลาดปั้นแบรนด์ “เนอวานา”

เนอวานาสถานที่อันสงบร่มรื่นคือที่มาของแบรนด์บ้านหรูจากผู้ประกอบการรายย่อยที่มีพื้นฐานมาจากนักการเงิน นักแก้ปัญหาหนี้เมื่อครั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง ผ่านมา 16 ปี เนอวานาเติบโตเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีแบรนด์แข็งแกร่งในตลาดระดับเอ วันนี้กำลังก้าวไปอีกขั้นกับธุรกิจใหม่ที่เตรียมลงทุน

ศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารหนุ่มวัย 46 ปี บุคลิกปราดเปรียว พูดจาฉะฉานดูมีความมั่นใจ และกำลังสนุกกับงานที่ทำ ในฐานะผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีแบรนด์แข็งแรงในกลุ่มตลาดระดับเอเนอวานา

เขามีพื้นฐานเป็นนักการเงิน นักวิเคราะห์ นักบริหารจัดการหนี้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จากช่วงรอยต่อของยุควิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทำให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาพอตัว ก่อนจะตัดสินใจมาเปิดกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง

โอกาสมันเข้ามา วันที่เราอยากจะทำ แรงบันดาลใจจริงๆ คืออยากรู้ว่าเราเก่งจริงหรือเปล่า เวลาทำงานด้านไฟแนนซ์เนี่ย เราเก่งหมดเลย วันหนึ่งเราก็คิดว่าลองถอดเครื่องแบบแล้วมาทำอย่างที่เขาทำ มาเป็นผู้ประกอบการเอง ต้องบอกว่าเป็นความท้าทาย

 

ทุนตั้งต้น 15 ล้านบาท

หลายคนก็อาจไม่มีแรงบันดาลใจอย่างผม วันที่เริ่มกิจการเริ่มธุรกิจเนอวานาเรียกว่าไฟแนนซ์เต็ม เอาบ้านเอารถจัดไฟแนนซ์ เป็นคนมีหนี้เต็มอัตรา เมื่อเริ่มที่จะเดินในธุรกิจนี้เราต้องรวบรวมเงินทุกอย่างมาลงทุนตอนนั้นผมอายุ 28 ได้วงเงินกู้ครั้งแรก 400 ล้านบาท จากทุนเริ่มต้นที่รวบรวมมาได้ 15 ล้านบาท

ศรศักดิ์เล่าว่า เขาเริ่มต้นธุรกิจเนอวานาด้วยการขอทุนครั้งเดียวและไม่เคยขอทุนอีกเลย ตอนนั้นระดมได้ 15 ล้านบาท และทำแผนขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ 400 ล้านบาท จากนั้นก็พัฒนาจากผลกำไรในการดำเนินธุรกิจ โดยโครงการแรกๆ ที่พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวเพราะเลือกให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

สิ่งที่เราเรียนรู้มาก็คือ key success อยู่ที่เราเลือกถูกกลุ่ม ผมเลือกลูกค้าก่อน ลูกค้าแบบไหนที่เราเลือก ก็มาดูวันที่เศรษฐกิจพังผมก็ยังอยู่ได้ คนแบบเราโดยโครงสร้างมันอยู่ได้ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ทำอย่างไรถึงจะได้ลูกค้ากลุ่มนี้ซึ่งคนแบบเราที่ศรศักดิ์พูดถึงคือนักบริหารรุ่นใหม่ที่มีรายได้สูงแต่อายุยังน้อย เขาเลือกลูกค้ากลุ่มนี้ จึงตั้งโจทย์ว่า บ้านสำหรับคนกลุ่มนี้ต้องการอะไรบ้าง

คำตอบที่ผู้บริหารเนอวานาได้คือ เรื่องของทำเลเป็นอันดับแรกต่อมาคือดีไซน์ที่ต้องตอบโจทย์ครอบครัวนักบริหารรุ่นใหม่ต้องการบ้านที่ไม่ไกลเกินไป ต้องเป็นบ้านที่เขารู้สึกอยากอยู่จริงๆ นั่นคือเหตุผลที่เนอวานาเริ่มต้นแบบบ้านด้วยสไตล์โมเดิร์น

บ้านเดี่ยวโครงการแรกของเนอวานาอยู่ที่ถนนเลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา โครงการที่ 2 ก็ยังคงทำเลียบทางด่วนเช่นเดิม จากนั้นจึงข้ามไปพัฒนาย่านถนนกัลปพฤกษ์ เป็นโครงการเนอวานา สาทร ทำเลนั้นห่างจากถนนสาทรประมาณ 5 กิโลเมตร ถือว่าใกล้มากเมื่อเทียบกลับมาในปัจจุบัน ซึ่งคอนโดในย่านนั้นยังไกลกว่าบ้านเดี่ยวของเนอวานาด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ก็มีทำเลอ่อนนุช และพระราม 9 ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์สถานีทับช้าง สมัยนั้นทำบ้านเดี่ยวระยะห่างแค่ 200 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าพื้นที่ใช้สอย 180 ตารางเมตรขายกันที่ 5 ล้านบาทถือว่าถูกมากเทียบกับปัจจุบันที่หาไม่ได้แล้ว

 

ทำเลคือหัวใจ

การเลือกทำเลไม่ใช่เพียงแค่ความสะดวกในการเดินทาง แต่มันส่งผลถึงพฤติกรรมและอื่นๆ ตามมา เช่น ย้อนไปเมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งการคมนาคมไม่ค่อยดี ถ้าใครบอกว่าบ้านอยู่ลาดกระบังต้องนั่งรถไฟกลับบ้าน ยุคนั้นยังไม่มีรถไฟฟ้า แสดงว่าคนนั้นจะเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยมีสังคมเท่าไร เพราะอยู่สังสรรค์กับใครไม่ได้ ต้องรีบกลับบ้านเพราะอยู่ไกล จะเห็นว่ามันส่งผลกับการใช้ชีวิตโดยตรง

ปัญหาหนึ่งของวันนี้ซึ่งอีกหน่อยจะมีปัญหาสังคมว่า อยู่ในคอนโดมันแคบ เด็กที่โตในคอนโดก็เป็นความท้าทายเหมือนกัน เรามองเรื่องพวกนี้ และคิดสร้างบ้านเพื่อลูกค้าให้ดีที่สุดเพื่อเขา ไม่ใช่เพื่อ make money เรา

ศรศักดิ์เผยว่า ทุกโครงการที่เนอวานาพัฒนาจะให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลเป็นอันดับแรก ทำเลต้องตอบโจทย์การเดินทางต้องสะดวกใกล้จุดเชื่อมต่อ เข้าเมืองได้ง่ายไปทำงานง่าย ลูกไปโรงเรียนก็ง่าย ไม่ต้องรีบมาก นี่จึงเป็นเหตุผลว่า บ้านของเนอวานาส่วนใหญ่จะขายหมด ไม่ใช่แค่ขายหมด แต่ขายแล้วมีคนเข้ามาอยู่จริงในทุกโครงการ

 

สไตล์” ของ เนอวานา มาจากลูกค้า

นอกจากเรื่องของทำเลแล้ว จุดเด่นต่อมาของบ้านเนอวานาคือการออกแบบ ซึ่งศรศักดิ์บอกว่า เขาให้ความสำคัญกับการออกแบบมาก และแบบที่ออกมานั้นก็ถอดมาจากความต้องการจริงของลูกค้า ทำให้หน้าตาบ้านของเนอวานาไม่เหมือนบ้านจัดสรรทั่วไป

บ้านต้องมีความโปร่ง โป๊แต่ไม่เปลือย สว่างและสเปซต้องตอบโจทย์ ผมให้ความสำคัญกับงานสถาปัตยกรรมมากศรศักดิ์ยังบอกด้วยว่า การออกแบบเขาให้ความสนใจเป็นพิเศษตั้งแต่สมัยที่ไปเรียนด้านการเงินที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนั้นมีสถาปนิกคนไทยที่ไปเรียนอยู่ที่เดียวกันได้รู้จักและคุ้นเคยกระทั่งปัจจุบันสถาปนิกคนนี้มาเป็นหัวหน้าทีมออกแบบให้เนอวานา

โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ของเนอวานา เริ่มจากบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ล้วนมีเอกลักษณ์ด้านงานดีไซน์เฉพาะตัว

ด้วยพื้นฐานการเป็นนักการเงิน ศรศักดิ์ยอมรับว่า เขาไม่เก่งด้านการออกแบบ แต่การเป็นซีอีโออย่างไรก็ต้องยุ่งกับเรื่องแบบ แต่ไม่ใช่การขีดเส้นสวยๆ ออกมา การออกแบบที่เขามีส่วนร่วมคือบอกคอนเซปท์ที่ต้องการว่าไลฟ์สไตล์แบบไหนที่ลูกค้าชอบ เช่น นักบริหารรุ่นใหม่ซึ่งไลฟ์สไตล์จะเป็นคนไม่รับแขกที่บ้าน ดังนั้นลิฟวิ่งรูมของบ้านเนอวานา จึงเป็นห้องนั่งเล่นแบบผ่อนคลาย ออกแบบให้เน้นความสบายรองรับการใช้งานของพ่อแม่ลูกเป็นหลัก

 

ร่วมทุนต่อยอดธุรกิจ

การพัฒนามีมาอย่างต่อเนื่อง และแบรนด์เนอวานาก็มีจุดเด่นในฐานะที่อยู่อาศัยในตลาดระดับเอ การเติบโตของบริษัทจึงก้าวไปอีกขั้นเมื่อมีกลุ่มทุนใหญ่ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มบุญรอด ได้เข้ามาเปิดดีลร่วมทุนด้วยการแลกหุ้น

โดยสิงห์ เอสเตทและเนอวานาได้ลงนามในสัญญา Share Purchaser และ Share Subscription Agreement ขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 โดยสิงห์ เอสเตท จะออกหุ้นใหม่จำนวนกว่า 186 ล้านหุ้นให้แก่เนอวานา เพื่อแลกกับหุ้นเดิมของเนอวานาจำนวน 3.6 ล้านหุ้น ซึ่งส่งผลให้สิงห์ เอสเตทเข้าถือหุ้นในเนอวานา 51% ขณะที่ผู้ถือหุ้นกลุ่มเดิมของเนอวานา ก็ได้ถือหุ้นในสิงห์ เอสเตท 3.8%

ต่อจากนั้นเนอวานาก็ได้ทำการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ.ไดอิ กรุ๊ป โดยสิงห์ เอสเตทได้แลกกับหุ้นสามัญของ บมจ.เนอวานา ที่สิงห์ เอสเตทถืออยู่ทั้งหมด และที่ดิน 2 แปลง (ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง) ให้แก่ไดอิ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการเพิ่มทุนของไดอิ และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพิ่มความแข็งแกร่งองค์กรอีกระดับ

อย่างไรก็ตาม เนอวานายังคงให้น้ำหนักการดำเนินธุรกิจในส่วนของโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งเน้นบ้านเดี่ยวเป็นหลัก และมาในระยะหลังมีการเพิ่มส่วนของทาวน์โฮมโฮมออฟฟิศ และคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนา

โดยมีที่ดินทำเลดีหลายแปลงในย่านถนนพระราม 9-กรุงเทพกรีฑาร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่โดยเนอวานามีที่ดินพร้อมสำหรับการพัฒนาในทำเลนี้ถึง 10 โครงการ ที่เปิดตัวไปบ้างแล้วเช่น บ้านเดี่ยวเนอวานา บียอนด์ พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา, เนอวานา ดีไฟน์ พระราม 9

 

 

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร และ บมจ.เนอวานา ไดอิ


คลิกอ่านฉบับเต็ม “ศรศักดิ์ สมวัฒนา ผสานการเงินการตลาดปั้นแบรนด์เนอวานา” ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ มีนาคม 2563 ในรูปแบบ e-magazine

สรพหล นิติกาญจนา

BACK TO TOP