ก้าวที่ท้าทายของ "มงคลสุธี" ปรับแพลตฟอร์ม "ซินเน็ค" รับยุค 5G - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Cover Story
  • People >
  • ก้าวที่ท้าทายของ “มงคลสุธี” ปรับแพลตฟอร์ม “ซินเน็ค” รับยุค 5G

ก้าวที่ท้าทายของ “มงคลสุธี” ปรับแพลตฟอร์ม “ซินเน็ค” รับยุค 5G

เพราะเป็นคนชอบของใหม่ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี ทำให้ สุพันธุ์ มงคลสุธี ก้าวมาเป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไอที ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์สื่อสารอันดับ 1 ของไทย คว้าโอกาสเติบโตในช่วงวิกฤตมาได้อย่างสวยงาม แต่วันนี้ในยุคที่ 5G กำลังมา ความท้าทายใหม่รอพิสูจน์ฝีมือรุ่นที่ 2

สองพ่อลูกบุคลิกทะมัดทะแมงในชุดแต่งกายแบบธุรกิจเดินเข้ามาในห้องประชุมที่ทันสมัย ซึ่งที่นี่เป็นห้องประชุมอัจฉริยะที่อุปกรณ์ในห้องสื่อสารกันเองได้ สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการ และ สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ตามชื่อหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่างจากชื่อย่อบริษัทที่ใช้ว่า SYNNEX ตามบริษัทร่วมทุน ซินเน็ค กรุ๊ป จากไต้หวัน (SYNNEX Technology International Corporation)

ทั้งคู่มีเวลาให้ทีมงาน Forbes Thailand ไม่มากนักเพราะค่อนข้างยุ่งกับงานบริหารช่วงปลายปี แต่ก็ยินดีให้เราสัมภาษณ์เพื่อนำเสนอเป็นเนื้อหาหลักของ Forbes Thailand ฉบับเปิดศักราชปี 2563 ด้วยธีมของธุรกิจใหม่ๆ ในยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีซึ่งปีนี้ “5G” จะเป็นเทคโนโลยีที่นำการเปลี่ยนแปลงระลอกใหม่เข้ามา โฉมหน้าธุรกิจและบริการกำลังจะเปลี่ยนไป

สุพันธุ์ มงคลสุธี

อีก 5 ปีเทคโนโลยีก็คงเปลี่ยนไป ซินเน็คคงก้าวไปในเรื่องที่ปรึกษาด้านโซลูชั่นมากขึ้น ต่อไปต้องเอาเรื่อง 5G เป็นฐาน อะไรที่เกี่ยวกับ 5G เราคงไปตรงนั้น ซึ่งจะมีโซลูชั่นเกี่ยวกับ smart city, smart home, smart solution เป็นยุคที่ไอทีจะเข้าไปอยู่ในทุกอณูของโปรดักต์สุพันธุ์ผู้เริ่มก่อตั้งกิจการซินเน็คและก้าวถอยจากตำแหน่งซีอีโอมาเป็นประธานกรรมการ พยายามฉายภาพอนาตที่สะท้อนว่า โจทย์ใหญ่ของซินเน็คนับจากนี้ไปคงโฟกัสที่เทคโนโลยี 5G เป็นพื้นฐานสำคัญ

ขณะที่สุธิดา ซีอีโอเจเนอเรชั่น 2 ย้ำว่า บริษัทมีโอกาสได้รับรู้เทรนด์ใหม่ๆ จากผู้จำหน่ายกว่า 60 แบรนด์ระดับโลก ซึ่งบางครั้งเทคโนโลยีที่นำมาโชว์เป็นเพียงต้นแบบ ยังไม่ผลิตออกสู่ตลาดด้วยซ้ำ

โชคดียุคนี้มีเทคโนโลยีใหม่ให้ว้าวตลอด เวลาไปประชุมเวนเดอร์ บางครั้งเทคโนโลยีใหม่ยังไม่ลอนช์เลย เป็นแค่ prototype เราก็ได้เห็นก่อน ซึ่งวันนี้เทคโนโลยีมันเปลี่ยนมาก ทำให้เราสนุกกับการอัปเดต เราถือแบรนด์หลักๆ ทำให้รู้ว่าเทคโนโลยีส่วนใหญ่จะไปทิศทางใกล้กันสุธิดากล่าวเสริม

ทั้งหมดนี้คือทิศทางคร่าวๆ ที่ซินเน็คจะก้าวไปในยุค 5G ภายใต้การบริหารโดยซีอีโอเจเนอเรชั่น 2 ซึ่งคลุกคลีอยู่กับซินเน็คมาไม่น้อยกว่า 18 ปี ด้วยประสบการณ์ 11 ปีในฐานะ Chief Financial Officer หรือซีเอฟโอ หรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริหารการเงินให้ซินเน็คมาอย่างต่อเนื่อง และอีก 7 ปีในฐานะซีอีโอ (ตั้งแต่ปี 2556) หลังจากสุพันธุ์ถอยห่างออกมาเป็นประธานกรรมการ เมื่อเข้ารับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

เสริมทัพบริการหลังบ้านแบรนด์ดัง

ทุกวันนี้สิ่งที่ซินเน็คให้น้ำหนักนอกจากสินค้าใหม่ๆ แล้ว บริการซ่อมบำรุงเป็นอีกด้านสำคัญ สุธิดาบอกว่า ซินเน็คได้พัฒนาด้านเซอร์วิสไปอีกขั้น โดยมีบริการตรงถึงบ้านลูกค้าแบบ door to door โดยลูกค้าไม่ต้องมาที่ร้านเลย ซินเน็คมีทีมไปรับของถึงบ้าน แถมมีโปรโมชั่นซ่อมโน้ตบุ๊กกับซินเน็ค มีอีกเครื่องให้เอาไปใช้ระหว่างซ่อมด้วยเราพยายามทำให้ผู้บริโภคระดับเอนด์ยูสเซอร์รู้จักเรามากขึ้น ยอมรับเรามากขึ้น

สุธิดา มงคลสุธี

สุธิดาเผยว่า วันนี้ลูกค้ากลุ่มผู้บริโภครายย่อยเริ่มรู้จักซินเน็คมากขึ้น ไม่ได้ซื้อสินค้าผ่านดีลเลอร์เท่านั้น เพราะสินค้าบางชิ้นซินเน็คขายเพียงผู้เดียว แต่บางชิ้นลูกค้าซื้อจากคนอื่นแต่ก็มาใช้บริการหลังการขายจากซินเน็ค ซึ่งถือว่าเดินมาถูกทางตามเป้าหมายที่ต้องการขยายฐานตลาดเอนด์ยูสเซอร์

ไม่เฉพาะตลาดเอนด์ยูสเซอร์ แต่อีกตลาดที่ซินเน็คมองคือตลาดองค์กรที่ต้องการระบบโซลูชั่นต่างๆ เพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนของเทคโนโลยีการสื่อสารยุคที่ 5 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้

เรามองเห็นตลาดที่สำคัญคือโซลูชั่นตลาดคอมเมอร์เชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ หมายความว่า วันนี้เราพร้อมสำหรับบริการเหล่านี้ ซึ่งจะเห็นว่าออฟฟิศเราเป็น smart office, smart meeting room ที่อุปกรณ์ต่อเชื่อมกันได้เอง สิ่งเหล่านี้เราบริการให้กับลูกค้า ไม่ใช่แค่หลังการขาย แต่ทำก่อนการขายหรือพรีเซลด้วยวันนี้ลูกค้าอยากได้ห้องแบบไหน สเปกไหน ซินเน็คมีทีมวิศวกรที่พร้อมบริการ

 

สินค้าเปลี่ยน เน้นกำไรแทนจำนวน

ปี 2561 ที่ผ่านมาซินเน็คมียอดรายได้รวมกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท สูงที่สุดนับแต่เปิดดำเนินธุรกิจมาในรอบ 32 ปี ซึ่งโอกาสที่บริษัทจะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักจากนี้ไปอาจเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากขนาดกิจการใหญ่ขึ้นมาก และเทคโนโลยีก็กำลังเปลี่ยนสู่ 5G การเติบโตอาจไม่สูงเท่าที่ผ่านมา แต่บริษัทได้เปิดกว้างสำหรับสตาร์ทอัพโดยกำลังพิจารณาการลงทุนในสตาร์ทอัพหลายราย

ทุกธุรกิจที่ซินเน็คมองเน้นที่การตอบโจทย์เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ซึ่งซีอีโอซินเน็คบอกว่า พยายามมองไปอีก 3 ปี 5 ปีว่า เทคโนโลยีจะเปลี่ยนอย่างไร เพื่อปรับแพลตฟอร์มรองรับว่าต้องมีอะไรเข้ามาเติมธุรกิจให้แข็งแรงมากกกว่าสินค้าที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

วันนี้เราดูสินค้าจะเป็นที่มาร์จิ้นเพิ่มขึ้น ไม่ใช่วอลลุ่มแบบแมสอีกแล้ว ฉะนั้นจะไปโฟกัสที่โซลูชั่นและเซอร์วิส ซึ่งจะไม่ได้มาที 100 ล้าน 200 ล้านเหมือนที่เราขายแมส แต่จะมีธุรกิจใหม่ขึ้นมา อาจเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพธุรกิจพวกนี้ไม่มีรายได้แบบก้าวกระโดด แต่จะค่อยๆ โตด้วยผลกำไรที่มาเพิ่มมูลค่ามันจะเป็นคำตอบว่าทำไมเวนเดอร์ต้องมีเรา ลูกค้าต้องมีเรา จะเป็นคีย์จิ๊กซอว์ว่า เราจะเชื่อมอยู่ตรงไหน

 

“ซินเน็ค” เจาะกลุ่มอุตสาหกรรมรับ 5G

นอกเหนือจากการวางแผนรับมือเทคโนโลยีผ่านสินค้าไอทีเพื่อทั้งผู้บริโภคและการพาณิชย์แล้ว ซินเน็คยังมีธุรกิจอีกกลุ่มสินค้าที่เรียกว่า industrial grade product ซึ่งเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ เพราะรัฐบาลกำลังส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับอุตสาหกรรมตามนโยบาย industries 4.0 ซึ่งสินค้าพวกนี้เป็นของที่ใช้อยู่ในโรงงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ใช้ปฏิบัติงานตลอดเวลา ซินเน็คมีสินค้ามาเสริมในส่วนนี้ เช่น หุ่นยนต์เพื่อการผลิต ที่จะเข้ามาป้อนตลาดในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม

เทรนด์ต่อไปคือ 5G ที่จะมาไม่ใช่เกี่ยวข้องเฉพาะกับคน แต่ไปเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในภาคธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นว่ารัฐบาลก็พยายามเร่งเปิดให้ได้ในปี 2563 เร่งให้ประมูล ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็ว แต่ก็ช้ากว่าจีนเพราะเขาส่งเสริมมานานแล้ว แต่ถ้าเอาไทยไปเทียบกับประเทศอื่น เราก็ไม่ช้าสุพันธุ์ย้ำและว่า เมื่อเทคโนโลยี 5G มา มันก็จะมีอีกคลื่นความเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนในเครื่องมือที่ต่อพ่วง 5G ตอนนี้อาจมองอุตสาหกรรม แต่เมื่อถึงเวลาจริงโซเชียลก็ทนไม่ได้ที่จะต้องเปลี่ยนเป็น 5G ด้วยเช่นกัน ซึ่งภาพความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วในประเทศจีน ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ใช้เทคโนโลยี 5G ไปแล้ว เทรนด์ไม่น่าจะต่างกัน ตอนนี้โซเชียลอาจยังไม่ได้ใช้แพร่หลายนัก แต่อนาคตเชื่อว่าจะเกิดตามมา

ขณะที่ซีอีโอซินเน็ครุ่น 2 ก็ยอมรับว่า เรื่องรายได้คงเป็นความท้าทายหนึ่งที่จะพบในปีนี้ (2563) แต่สิ่งที่มากกว่ารายได้คือการปรับตัว ซึ่งเธอบอกว่าสิ่งสำคัญวันนี้ เราให้น้ำหนักการปรับเรื่องสปีด วันนี้ทุกคนชินกับความเร็ว มีทุกบริการที่ตอบสนองเร็ว ใครตอบสนองเร็วคนนั้นชนะ ดังนั้นเราจะทำอย่างไร คือต้องดีและเร็ว เป็นโจทย์สำคัญ ทำอย่างไร สะดวกรวดเร็วกับลูกค้าได้มากที่สุด

 

อ่านเพิ่มเติม

 

ภาพ: ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี และ SYNNEX


คลิกอ่านฉบับเต็ม ก้าวที่ท้าทาย “มงคลสุธี” ปรับแพลตฟอร์ม “ซินเน็ค” รับยุค 5G ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับมกราคม 2563 ได้รูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP