บุญยง ตันสกุล ZEN ติดปีกสาขาหมื่นล้าน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asean Biz
  • People >
  • บุญยง ตันสกุล ZEN ติดปีกสาขาหมื่นล้าน

บุญยง ตันสกุล ZEN ติดปีกสาขาหมื่นล้าน

พรพรรณ ปัญญาภิรมย์

ZEN แบรนด์อาหารสัญชาติไทยจัดทัพ 12 แบรนด์ในเครือ ติดอาวุธธุรกิจครบเครื่องครอบคลุมความต้องการผู้บริโภค พร้อมจับมือพาร์ทเนอร์ขยายสาขาแฟรนไชส์รุกเสิร์ฟครัวอาเซียนสู่ระดับเวิลด์คลาส พิชิตเป้าหมายยอดขายหมื่นล้าน

ผมอยู่ซิงเกอร์ 9 ปี เดินทางทั่วประเทศ ผมชอบชิมอาหารและมีความสุขกับการเดินทาง ผมเข้ามาในธุรกิจนี้ด้วย passion ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยนั่งเก้าอี้กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบกลุ่มเซ็นตั้งแต่ปี 2559 ทำให้เชื่อมั่นในศักยภาพและเห็นถึงโอกาสการเติบโต ขณะที่กลุ่มเซ็นต้องการผู้บริหารที่มีประสบการณ์ สามารถเติมเต็มการวางรากฐานการขยายธุรกิจและรอบรู้การขยายสาขา…” บุญยง ตันสกุล กล่าวถึงการรับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อกลางปีที่ผ่านมา

โดยกลุ่มเซ็นเป็นบริษัทรายแรกๆ ของประเทศที่บุกเบิกธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นผู้ให้บริการร้านอาหารหรือ food services อย่างเต็มรูปแบบในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจบริการจัดส่งอาหาร บริการจัดเลี้ยง ธุรกิจให้บริการบริหารร้านอาหาร และที่ปรึกษาเกี่ยวกับร้านอาหาร ธุรกิจอาหารค้าปลีก

สำหรับร้านอาหาร ปัจจุบันมีทั้งหมด 255 สาขาทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นกลุ่มบริษัทเป็นเจ้าของ 110 สาขา และแฟรนไชส์ 145 สาขา โดยมีร้านอาหารญี่ปุ่นและอาหารไทยรวม 12 แบรนด์ โดยร้านอาหารญี่ปุ่น 6 แบรนด์ ได้แก่ ZEN, Musha by ZEN, Sushi Cyu Carnival Yakiniku, AKA, Testu, On the Table, Tokyo Café ส่วนแบรนด์ร้านอาหารไทย 6 แบรนด์ ได้แก่ ตำมั่ว, ลาวญวน, แจ่วฮ้อน, เฝอ, de Tummour และร้านเขียง

นอกจากนั้น บริษัทยังมีจุดแข็งด้านการขยายสาขาผ่านรูปแบบการลงทุนเป็นเจ้าของสาขาและแฟรนไชส์ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงจากการลงทุนโดยรวมและสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ถ้าถามคนในเมืองต้องเคยมีประสบการณ์รับประทานอาหารในเครือเซ็น 1 ใน 12 แบรนด์ ซึ่งการมีแบรนด์จำนวนมากถือเป็นข้อได้เปรียบ แต่ต้องมีข้อแม้ว่าแบรนด์เยอะแต่ต้องโดน ต้องเป็นที่รู้จักและยอมรับด้วย โดยเรายังไม่หยุดเฉพาะการเปิดสาขาในศูนย์การค้า แต่เราจะก้าวไปในทุกที่ที่มีทางหรือมีลูกค้าเราต้องย่อแบรนด์ลงให้เป็นโมเดลที่สามารถตอบโจทย์ทั้ง scale และ speed”

 

รุกแฟรนไชส์ข้ามพรมแดน

แบรนด์ตำมั่วที่เราซื้อกิจการในปี 2559 เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราขยายสาขาได้ง่ายขึ้นในรูปแบบของแฟรนไชส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ…” บุญยงกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางกลยุทธ์ที่ทำให้เซ็นกรุ๊ปโตเร็ว

นอกจากนี้ เขายังสามารถแปรเปลี่ยนชั่วโมงบินกว่า 10 ปีในธุรกิจสินเชื่อเงินผ่อนสู่โมเดลแฟรนไชส์เงินผ่อนที่ช่วยให้ความฝันการเป็นเจ้าของร้านอาหารมีโอกาสเป็นจริงได้มากขึ้น เพียงแค่มีใจต้องการเปิดร้านอาหาร ความเข้าใจ ประสบการณ์และความพร้อมในการทำธุรกิจบริการก็สามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ 100% เป็นการเพิ่มโอกาสขยายสาขาของเครือ

จากกลยุทธ์นี้ ซีอีโอวัย 53 ปีจึง ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 123 สาขา ทั่วประเทศ แบ่งเป็นแฟรนไชส์ 87 สาขา และลงทุนเอง 36 สาขา ภายในปี 2562 โดยเฉพาะแบรนด์ร้านอาหารไทยที่สามารถขยายได้ทั่วประเทศ

รวมถึงการขยายสาขาในต่างประเทศที่จะเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ทั้งหมด 8 สาขาในสิ้นปีนี้ จากเดิมที่มี 8 สาขา และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีทั้ง สปป.ลาว ที่มีร้านตำมั่วและแจ่วฮ้อน เมียนมามีร้านเฝอ 2 สาขาและร้านตำมั่ว รวมถึงกัมพูชาที่มีร้าน On the Table และร้าน AKA

“…ในช่วงแรกเราเน้นที่ประเทศเพื่อนบ้านและอาเซียนเป็นหลัก แต่เราได้จด trademark แล้วทั่วโลกครอบคลุมทวีปยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียบุญยงกล่าวถึงแผนการขยายสาขาในต่างประเทศที่วางหมุดหมายในระดับโลก โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในฮ่องกงและจีน รวมถึงสนใจโอกาสในตลาดตะวันออกกลางที่สามารถขยายได้ทั้งสาขาแฟรนไชส์และธุรกิจอาหารค้าปลีกที่อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตใช้เครื่องหมายฮาลาลและหนังสือรับรองการผลิตอาหารฮาลาล

สำหรับการสนับสนุนแฟรนไชส์แบบครบวงจรของบริษัทเริ่มตั้งแต่การให้บริการจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างสาขาและการตกแต่งภายในสาขาให้สอดคล้องกับทำเลที่ตั้ง การฝึกอบรมพนักงาน และการเตรียมความพร้อมในการเปิดร้าน โดยจัดให้มีการฝึกงานในทุกตำแหน่งเป็นเวลา 1 เดือนก่อนการเปิดสาขา

แฟรนไชส์ในต่างประเทศจะเป็นลูกค้านำเสนอทำเลเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าเจ้าของพื้นที่มีความชำนาญมากกว่า ซึ่งมีทั้งรูปแบบศูนย์การค้าและสแตนด์อะโลน โดยเราจะส่งทีมไปดูและศึกษาความเป็นไปได้เรื่องการลงทุน ทำเล ผลตอบแทน ก่อนจะนำประสบการณ์จากการเปิดสาขาในประเทศไทยมาใช้ในรูปแบบเดียวกันทั้งการตกแต่ง ส่วนผสม เครื่องปรุงรส เมนูต่างๆ ที่ต้องได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเปิดกว้างด้านการสร้างสรรค์เมนูและปรับเปลี่ยนรสชาติให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ โดยมีทีมวิจัยและพัฒนาของแต่ละแบรนด์นำเสนอเมนูพิเศษตามเทศกาลต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย

ครอบครัวสุทธิเดช จิราธิวัฒน์ เริ่มต้นบุกเบิกตลาดอาหารญี่ปุ่น ZEN ในปี 2534 ก่อนจะเปิดร้าน AKA สาขาแรกในปี 2550 และเพิ่มความหลากหลายด้วยร้าน On the Table ในปี 2553 และร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม Tetsu ในปี 2557 พร้อมเดินหน้าซื้อกิจการ เช่น ตำมั่ว ในปี 2559 และ Sushi Cyu ในปี 2560

อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศยังคงมีความท้าทายสำคัญนอกเหนือจากการควบคุมมาตรฐาน ซึ่งบุญยงยอมรับว่าการหาพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ที่มีความสามารถในการขยายสาขาได้จำนวนมากไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น คุณสมบัติข้อแรกที่กลุ่มเซ็นต้องการคือ ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในธุรกิจอาหารและบริการ

การไปต่างประเทศไม่ได้เร่ง แต่ต้องอาศัยเวลาหาลูกค้าที่ใช่ ช้าแต่ชัวร์ เราต้องการหามาสเตอร์แฟรนไชส์ที่ได้รับสิทธิในการขยายสาขาประเทศนั้นๆ ไปเลย สักวันหนึ่งเราคงได้เจอ strategic partner ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ…”

 

ตอบโจทย์ดีมานด์ครัวทุกชีวิต

การพัฒนาของเซ็นมี 2 แพลตฟอร์มในการขยายธุรกิจช่วง 5 ปีต่อจากนี้ ต้องผสมผสานกันระหว่างการพัฒนาแบรนด์ของเราหรือการขยายสาขาต่อเนื่องประมาณ 80% และการซื้อกิจการหรือลงทุนแบรนด์ใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตต่อไปในอนาคตประมาณ 20% ตามจังหวะและโอกาสที่เข้ามา

บุญยงยกตัวอย่างแบรนด์ร้านอาหารน้องใหม่ของบริษัทที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น Musha by Zen ซึ่งเป็นการพัฒนาและปรับเปลี่ยนเมนูจาก ZEN ให้มีขนาดของสาขาเล็กลง และระดับราคาที่ผู้บริโภคทุกกลุ่มเข้าถึงได้ ทั้งยังมีความคล่องตัวและเหมาะกับการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ เนื่องจากใช้พื้นที่การเปิดสาขาน้อย เงินลงทุนไม่สูงมากนัก

นอกจากนั้น บริษัทยังสามารถขยายสาขาในทำเลใหม่นอกจากภายในศูนย์การค้า โดยเน้นรูปแบบ micro format หรือพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น สถานีบริการน้ำมันและแหล่งชุมชน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ดีขึ้น ด้วยการพัฒนาร้านอาหารไทยแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อเขียงซึ่งเป็นร้านอาหารไทยตามสั่งจานด่วนตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดแมส

การทำธุรกิจอาหารเหมือนการค้าปลีก เราต้องย่อส่วนลงให้เข้าถึงผู้บริโภค จากลูกค้าต้องมาหาเรา เราต้องหาพื้นที่บลูโอเชียนหรือไวท์โอเชียน ด้วยการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เหมาะกับพื้นที่ที่ยังว่างอยู่…”

เซ็นยังปรับตัวเน้นบริการเดลิเวอรี่และรับจัดเลี้ยงมากขึ้นด้วยเห็นโอกาสการเติบโตรวมไปถึงการพัฒนาอาหารค้าปลีก เช่น หมี่มั่ว และอาหารพร้อมทาน เช่น น้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มไก่ และแจ่วบอง (น้ำพริกปลาร้า)

ในวันนี้สินค้ารีเทลของเราโกอินเตอร์ทั่วโลกแต่ยังเป็นลักษณะที่เขานำไปเอง ซึ่งเราคงไม่หยุดแค่การขยายช่องทางการจำหน่ายแต่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำซอส น้ำสลัดต่างๆ

บุญยงปิดท้ายถึงเป้าหมายสร้างการเติบโตให้กลุ่มเซ็นก้าวสู่แบรนด์สัญชาติไทยที่สามารถสร้างชื่อในระดับเวิลด์คลาส ด้วยยอดขายหมื่นล้านบาทในปี 2566 ภายใต้สโลแกนที่ทีมงานทั้งกลุ่มบริษัทยึดมั่นในการให้บริการมาตรฐานเดียวกันทุกครั้งที่ทำต้องดีที่สุด ทุกครั้งที่ทำต้องสุดชีวิต

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


คลิกเพื่ออ่านบทความ “บุญยง ตันสกุล ZEN ติดปีกสาขาหมื่นล้าน” ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ เมษายน 2562 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP