ชวลิต ถนอมถิ่น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของ RT - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asean Biz
  • People >
  • ชวลิต ถนอมถิ่น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของ RT

ชวลิต ถนอมถิ่น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของ RT

เบื้องหลังโครงการก่อสร้างอุโมงค์และเขื่อนทั่วประเทศ จนถึงการร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินสู่การเป็นแม่แบบงานรับเหมาก่อสร้างด้านวิศวกรรมโยธาและงานธรณีเทคนิคของบริษัทสัญชาติไทยที่นำโดย ชวลิต ถนอมถิ่น ซึ่งเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นจากความเชี่ยวชาญเฉพาะและประสบการณ์เป็นอาวุธเปิดเส้นทางธุรกิจต่างแดนตามแสงแห่งโอกาสที่ฉายชัดในอาเซียน

ฉากสุดท้ายของวิกฤตค่าเงินเอเชียเมื่อ 20 ปีก่อนอาจเป็นฝันร้ายของหลายธุรกิจที่ต้องปิดตัวลง แต่เหรียญอีกด้านกลับเป็นโอกาสทองสำหรับ ชวลิต ถนอมถิ่น ในการเริ่มต้นธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้สามารถวางรากฐานการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว พร้อมสั่งสมผลงานความสำเร็จเป็นใบเบิกทางความเชื่อมั่นขยายอาณาจักรข้ามพรมแดนได้อย่างต่อเนื่อง

“หลังเรียนจบปริญญาโทผมไปทำงานกับบริษัทสัญชาติอิตาลี ก่อสร้างเขื่อนและอุโมงค์ที่กรุงเทพฯ สิงคโปร์ ศรีลังกา และกลับมาก่อสร้างเขื่อนเชี่ยวหลานที่เป็นแม่แบบหรือประสบการณ์ที่ผมนำมาใช้กับธุรกิจปัจจุบัน ก่อนจะไปทำงานในบริษัทเอกชนให้คนไทยอีก 12 ปี โดยหนึ่งในงานที่ภาคภูมิใจคือ การแกะสลักพระพุทธรูปที่เขาชีจรรย์

จนถึงในช่วงวิกฤตที่ทุกธุรกิจดาวน์หมด เราจึงมองว่าน่าจะเริ่มอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานก่อสร้างอุโมงค์และงานเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลาย ไม่ใช่การสร้างตึก เราจึงรวบรวมเพื่อนในวงการเดียวกันจดทะเบียนบริษัท” ชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT กล่าวถึงการเริ่มต้นธุรกิจในปี 2543

แม้จะเป็นบริษัทน้องใหม่ในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดในช่วงเวลานั้น แต่ชวลิตในวัย 49 ปีมีความมั่นใจในความรู้และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมตลอดเส้นทาง นับตั้งแต่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโท สาขา Engineering Geology สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)

พร้อมเริ่มต้นทำงานเป็นนักธรณีวิทยาควบคุมการผลิตประจำเหมือง บริษัท พี.แอนด์.เอส.แบไรท์ไมน์นิ่ง จำกัด และวิศวกรสนามงานเข็มเจาะ บริษัท C.C.C. Fondisa Far East S.p.A. Thailand Branch

นอกจากนั้น ชวลิตยังได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์การสร้างเขื่อนจากการเป็นวิศวกรสนาม โครงการเขื่อน Minipe Right Bank Transbasin Canal Mahaweli, Sri Lanka และโครงการเขื่อนเชี่ยวหลานบริษัท Vianini Lavori S.p.A. โดยนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล บลาสเตอร์ จำกัด กว่า 12 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจสวมสูทบริหารสร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง และได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบโครงการใหญ่ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มก่อตั้งบริษัท

“เราชื่อไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง เพราะต้องการเป็นแบบอย่างการก่อสร้างอุโมงค์ที่ถูกต้องและแข็งแรงมั่นคง ซึ่งเราเลือกงานอุโมงค์ เพราะอุโมงค์มีบทบาทมากในเรื่อง infrastructure ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อุโมงค์ผันน้ำ อุโมงค์รถยนต์ อุโมงค์รถไฟ ทั้งยังมีบทบาทมากกับการพัฒนาแหล่งน้ำในภาคต่างๆ ที่ต้องใช้อุโมงค์”

 

บทพิสูจน์เมกะโปรเจ็กต์

นับจากโครงการแรกที่บริษัทได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานก่อสร้างอุโมงค์ขนาด 3 เมตร ในโครงการก่อสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก ความยาวรวมทั้งสิ้น 1,910 เมตรได้สำเร็จ ชวลิตเล็งเห็นโอกาสเดินหน้าสร้างการเติบโตในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างให้กับภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และงานก่อสร้างจากภาคเอกชน

“โครงการแรกเป็นเขื่อนคลองท่าด่านจังหวัดนครนายก ซึ่งเราเป็น subcontractor (ผู้รับเหมาช่วง) ให้กับวิจิตรภัณฑ์ โดยถือว่าวิจิตรภัณฑ์ให้โอกาสและทำให้เราเกิดในปี 2543 ขณะที่ ช.การช่างทำให้เราโตจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ที่ลาว เมื่อปี 2548 ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปีมูลค่า 2 พันล้านบาท ซึ่งเราได้รับความไว้วางใจจากผู้ว่าจ้าง และทำให้เราได้รับงานโครงการไซยะบุรีเพิ่มอีก 7 พันล้านบาท ส่งผลโดยรวมที่เราทำกับ ช.การช่าง เกือบหมื่นล้านบาท และยังแนะนำให้เจรจากับธนาคารที่ให้สินเชื่อเพื่อเสนอสินเชื่อในโครงการถัดไป เนื่องจากบริษัทสามารถส่งมอบงานได้ตรงตามเวลาและมีคุณภาพ”

ขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการของกรมชลประทาน ซึ่งผลงานที่ผ่านมา ได้แก่ งานก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำ อาคารประกอบ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยัง (ตอนบน) อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ งานก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำ เขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอวัดโบสถ์จังหวัดพิษณุโลก รวมถึงการก่อสร้างอาคารรับน้ำ งานระเบิดเหมืองหินสำหรับถมเขื่อนงานถมบดอัดเขื่อน

งานอาคารควบคุมและห้องสำหรับงานบำรุงรักษา งานเสริมเสถียรภาพทางลาดด้วยวิธีร็อกโบลต์และคอนกรีตพ่น งานคอนกรีตพ่น งานคอนกรีตปิดหน้าเขื่อน งานก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำและงานก่อสร้างเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว เขื่อนเขาระกำพร้อมส่วนประกอบ อำเภอเมือง จังหวัดตราด เป็นต้น

“ครบ 20 ปีของการก่อตั้ง เรามีพัฒนาการหลายอย่าง ได้แก่ ทุนจดทะเบียนที่เริ่มจาก 5 ล้านบาทเป็น 550 ล้านบาทในปีนี้ และการเริ่มจากผู้รับเหมาช่วงให้หลายบริษัทเป็นการรับงานด้วยตัวเอง โดยจดทะเบียนขึ้นชั้นเป็นผู้รับเหมาของหน่วยงานรัฐบาล และผู้รับเหมาชั้นพิเศษของกรมชลประทานที่สามารถคุมงานได้มากกว่าพันล้านบาท รวมทั้งพัฒนาการเรื่องคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานที่สร้างความมั่นใจได้มากขึ้น พร้อมกับพัฒนาการทำงานที่หลากหลายครอบคลุมงาน 5 ประเภท ซึ่งเป็นงาน specialist ทั้งหมด”

สำหรับการดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างด้านงานวิศวกรรมโยธา และงานธรณีเทคนิคของบริษัทในปัจจุบันแบ่งเป็น 5 ประเภทได้แก่ งานก่อสร้างอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน (tunnel & shaft construction) เป็นงานก่อสร้างอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน (underground space) ด้วยวิธีเจาะระเบิด (NATM method) หรือใช้หัวเจาะ (tunnel boring machine) และการเสริมความมั่นคงแข็งแรงในขณะก่อสร้างและภายหลังการก่อสร้าง

“งานอุโมงค์มีบริษัทที่ทำน้อยมาก จากประวัติเดิมของผมที่เคยมีประสบการณ์จากเขื่อนเชี่ยวหลานตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งเรายังคงมีทีมเดิมและสร้างทีมใหม่ขึ้นมา พร้อมฝึกฝนอยู่ในงานนี้มาตลอด ทำให้มีความชำนาญมากกว่าคนอื่น เพราะทำต่อเนื่อง 20 ปีที่ผ่านมาเราไม่เคยหยุดทำงานอุโมงค์แม้แต่ปีเดียว จึงถือว่าเราเป็นผู้นำงานอุโมงค์ด้วยวิธีเจาะระเบิด” ชวลิตกล่าวและเสริมว่า

“สัดส่วนรายได้ยังเป็นงานอุโมงค์ 65% ที่เหลือเป็นงานเขื่อนและสายฟ้าลงใต้ดินจากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินใน 10 ปี วงเงินแสนล้านบาท ซึ่งเราสามารถใช้วิธี pipe jacking ตรงนี้เป็นไฮไลต์ของเราในอนาคตที่คิดว่าน่าจะเป็นแม่แบบให้กับบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งสัดส่วนรายได้น่าจะมากขึ้นอย่างน้อย 30% ใน 2 ปี จากปัจจุบัน 12% โดยเราเป็น subcontractor ให้ซิโน-ไทยร่วมกับ 3 บริษัทในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองระยะทาง 15 กิโลเมตรประมาณ 1.3 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นแบบอย่างให้กับงานใหม่ๆ ทุกสายที่จะสร้างต้องทำท่อร้อยสายไปด้วย”

โชว์พอร์ตแกร่งรุก CLMV

พัฒนาการสำคัญของบริษัทสัญชาติไทยที่สามารถแจ้งเกิดสร้างผลงานการก่อสร้างข้ามพรมแดนเริ่มต้นตั้งแต่ช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจพร้อมเดินหน้าขยายตลาดไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมียนมาและลาวในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาช่วงดำเนินงานก่อสร้างงาน เหมืองหิน งานคอนกรีต ก่อสร้างทางเบี่ยง ทางระบายน้ำ ทางน้ำ และเป็นผู้รับเหมาหลักงานแก้ไขเสถียรภาพทางลาดเขื่อน งานบำรุงรักษา ซ่อมแซมถนนบริเวณโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ น้ำงึม 2

“กลยุทธ์ของเราเน้นเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย รวมทั้งสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศที่ท้าทายและน่าสนใจคือ เมียนมา จากศักยภาพที่ยังสามารถเติบโตได้มากไม่เฉพาะโรงไฟฟ้าพลังน้ำ แต่ยังขาดอีกหลายอย่าง ทั้งยังมีวัฒนธรรมและนิสัยที่คล้ายคนไทย โดยการเริ่มต้นประเทศใหม่ๆ ต้องมีพาร์ตเนอร์ที่ไว้ใจได้ เพราะเขาจะรู้ local condition ทั้งหมดและแนะนำเราได้”

ซีอีโอวัย 69 ปีกล่าวถึงการจัดตั้ง บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง เมียนม่า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นในประเทศเมียนมาในปี 2559 โดยบริษัทเข้าดำเนินงานในโครงการปรับปรุงรากฐานเจดีย์ Kyaikthanlan เป็นเจดีย์พุทธองค์ที่สูงที่สุดใน Mawlamyine ยืนสูง 150 ฟุต ซึ่งเริ่มมีรายได้ในปี 2562 ที่ผ่านมาพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยมุ่งเน้นการขยายการให้บริการที่หลากหลายเพื่อลดการพึ่งพิงรายได้จากโครงการใดโครงการหนึ่งเป็นหลัก ด้วยความเชื่อมั่นในโอกาสเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจากปี 2562 ที่มีไม่ถึง 5% เป็น 50% จากโครงการใหญ่ในอนาคต พร้อมเป้าหมายเติบโตเฉลี่ย 15% ทุกปี และรายได้รวม 3 พันล้านบาทในปี 2563

ภายใต้สโลแกนการบริหาร Only The Best We Do ซึ่งชวลิตมุ่งเน้นการทำงานให้มีคุณภาพ ถูกต้อง ได้ตามมาตรฐาน ส่งมอบตรงตามเวลาที่กำหนดให้เป็นที่พึงพอใจของลูกค้า พร้อมทั้งคำนึงถึงการตอบแทนสังคมและสนับสนุนการรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดจนสุขอนามัยโดยรวมควบคู่กัน โดยเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรและดูแลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว

“เราไม่ได้เติบโตมาจากการต่อยอดแต่เติบโตตั้งแต่พื้นฐาน โดยมือเปื้อนดินตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน เราเรียนรู้ทุกอย่างจึงแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องการบริหารเราก็รู้หลักการเบื้องต้นและมีที่ปรึกษา บวกกับวิธีการบริหารของตัวเอง รวมทั้งส่งพนักงานไปอบรมเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกปี และพิจารณาผลตอบแทนที่เหมาะสม

จึงเห็นได้ว่า ทีมงานของเรา turnover น้อยและทำงานมานานกว่า 20 ปี ทำให้มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ต่อเนื่อง ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่า เราไม่ปฏิบัติอะไรนอกลู่นอกทางเวลาลำบากก็ลำบากด้วยกัน ติดดิน กำดิน ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไซต์งาน”


คลิกอ่านฉบับเต็ม “ชวลิต ถนอมถิ่น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของ RT” และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2563 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP