เอสซีจีแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2560 กำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 โตทุกกลุ่มธุรกิจตามกลยุทธ์สร้างความยั่งยืนในอาเซียน - Forbes Thailand

เอสซีจีแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2560 กำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 โตทุกกลุ่มธุรกิจตามกลยุทธ์สร้างความยั่งยืนในอาเซียน

FORBES THAILAND / ADMIN
05 May 2017 | 03:28 PM
READ 4367
ผลประกอบการเอสซีจีไตรมาสที่ 1 ปี 2560 กำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 จากปีก่อนจากเติบโตของธุรกิจเคมีภัณฑ์ การลงทุนอาเซียนคืบหน้าชัดเจนจากการจับมือพันธมิตรในเวียดนามพร้อมๆ กับลงทุนธุรกิจบรรจุภัณฑ์อินโดนีเซีย สอดคล้องการเติบโตตลาดอุปโภคบริโภคในไทยและอาเซียนที่โตต่อเนื่อง

"งบการเงินรวมก่อนตรวจสอบของเอสซีจีในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2560 มีรายได้จากการขาย 116,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อน มีกำไร 17,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 จากปีก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจเคมีภัณฑ์ ประกอบกับกำไรจากการขายเงินลงทุนและสินทรัพย์ส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการส่งออก 31,044 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27 ของยอดขายรวม" รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าว

สำหรับธุรกิจของเอสซีจีในอาเซียนในไตรมาสที่ 1 ปี 2560 เอสซีจีมีรายได้จากธุรกิจที่มีฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียนและจากการส่งออกไปยังอาเซียน 25,918 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23 ของรายได้รวม ใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ เอสซีจี มีสินทรัพย์รวมในอาเซียน นอกเหนือจากประเทศไทย ณ วันที่  31 มีนาคม 2560 มูลค่า 137,144 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 24 ของสินทรัพย์รวมของบริษัท สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 มีมูลค่า 562,170 ล้านบาท

 

ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2560 แยกตามรายธุรกิจ

เอสซีจี เคมิคอลส์

- มีรายได้จากการขาย 54,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 จากไตรมาสก่อน มีกำไรสำหรับงวด 13,367 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 จากไตรมาสก่อน

ปัจจัย: การดำเนินการผลิตอีกครั้งของโรงงานโอเลฟินส์ (ROC) ภายหลังการหยุดซ่อมบำรุง

เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

- มีรายได้จากการขาย 44,824 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อน มีกำไรสำหรับงวด 2,468 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 25 จากปีก่อน และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 136 จากไตรมาสก่อน

ปัจจัย: จากผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทั้งนี้ ตลาดซิเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ผลจากการลงทุนในภาคการก่อสร้างยังต่ำกว่าปีที่แล้ว และการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

- มีรายได้จากการขาย 19,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาสก่อน มีกำไรสำหรับงวด 1,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 171 จากไตรมาสก่อน

ปัจจัย:  ตัวเลขกำไรเกิดเนื่องจากการขายสินทรัพย์ส่วนที่ไม่ได้ใช้แล้ว

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี

ทั้งนี้ รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กล่าวเพิ่มเติมถึงการกำหนดวิสัยทัศน์ของการที่เอสซีจีเข้าไปดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนทำให้มองเห็นศักยภาพและโอกาสการเติบโตที่ดี โดยขณะนี้โครงการลงทุนในอาเซียนมีความชัดเจนและคืบหน้าไปมาก ล่าสุดเอสซีจีได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็นร้อยละ 71 ในโครงการ Long Son Petrochemicals ซึ่งเป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนามตั้งอยู่ในจังหวัดบาเรียหวุงเต่าอยู่ใกล้กับนครโฮจิมินห์ซึ่งเป็นตลาดหลัก ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสรุปรายละเอียดกับพันธมิตรผู้ร่วมทุน ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ภายในกลางปีคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 5 ปี และจะเริ่มผลิตได้ในปี 2565

สำหรับธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ล่าสุดได้เข้าลงทุนใน Vietnam Construction Materials JSC (“VCM”) ซึ่งเป็นธุรกิจซิเมนต์ครบวงจรในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 3.1 ล้านตันต่อปี ตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋าง-บิ่น ขณะที่โรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศเมียนมาร์ได้เริ่มผลิตสินค้าออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมกราคม และสปป.ลาวในเดือนมีนาคม ปัจจุบันเอสซีจีมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ในอาเซียนไม่นับประเทศไทย รวม 10.5 ล้านตันต่อปี

ด้านธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจีได้ลงทุนใน Indocorr ซึ่งเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษคุณภาพสูงในประเทศอินโดนีเซีย มีกำลังการผลิตรวม 32,000 ตันต่อปี ปัจจุบัน เอสซีจีมีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ รวมทั้งหมด 1,045,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังหาโอกาสในการลงทุนในบรรจุภัณฑ์ทุกประเภท ทั้งบรรจุภัณฑ์กระดาษ และ Flexible Packaging เพื่อเป็นการรองรับความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในไทย และภูมิภาคอาเซียน รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปที่เน้นการบริโภคอาหารนอกบ้านมากขึ้น