เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าลงทุนอสังหาฯทางเลือกต่อเนื่อง หลังเปิดบริการ “AIA Connect” ตึกออฟฟิศระดับพรีเมียมมูลค่าราว 10,000 ล้าน บนใจกลางย่านรัชดาภิเษกไตรมาส 2 ปีนี้ เผยมีดีลเข้าลงทุนอีกทั้งในคลังสินค้าอุตสาหกรรม, โลจิสติกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ในย่านชลบุรีและระยอง รับ EEC ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า สร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือกรมธรรม์ระยะยาว
โครงการ AIA Connect เป็นอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมเกรด A มีมูลค่าลงทุนรวมที่ดินราว 10,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก มีพื้นที่โครงการทั้งหมด 114,000 ตารางเมตร นับเป็น office building แห่งที่ 4 ภายใต้การพัฒนาของเอไอเอ ประเทศไทย
โดยโครงการ AIA Connect ประกอบด้วยอาคารสูง 34 ชั้น แบ่งเป็นอาคารสํานักงาน 27 ชั้น พื้นที่ค้าปลีก 5 ชั้น ที่เหลือเป็นอื่นๆ มีพื้นที่ใช้งานรวมทั้งหมด 58,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่า 53,500 ตร.ม. และที่เหลืออีก 4,500 ตร.ม. เป็นพื้นที่ในส่วนของค้าปลีก นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จอดรถอีก 9 ชั้น รวมพื้นที่ 26,000 ตารางเมตร ขณะนี้การดำเนินงานก่อสร้างโครงสร้างได้เสร็จอย่างเป็นทางการแล้ว และพร้อมเปิดให้บริการได้ในครึ่งปีหลังของปี 2569 นี้

AIA Connect เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทางเลือกเพื่อสร้างผลตอบแทนและส่งต่อผู้ถือกรมธรรม์ระยะยาว โดยเอไอเอเริ่มขยายสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทางเลือกโครงการแรกคือ เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ในปี 2557 (พื้นที่เช่า 56,000 ตารางเมตร) ตามมาด้วยเอไอเอ สาธร ทาวเวอร์ (39,000 ตารางเมตร), เอไอเอ อีสท์ บางนา (58,000 ตารางเมตร) และ AIA Connect (58,000 ตารางเมตร) นอกจากนี้ยังมีธุรกิจคลังสินค้าอีก 1 แห่งบนถนนบางนา-ตราดด้วย และการลงทุนในโครงการของ “AIA Connect” ถือว่าเป็นการลงทุนที่สูงที่สุด
สำหรับ AIA Connect ถูกพัฒนาด้วยแนวคิด “Home-Inspired Workplace” มีอาจารย์ตะวัน เลขะพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย ที่ดูแลฮวงจุ้ยให้กับโครงการของเซ็นทรัลพัฒนาและ One Bangkok มาก่อนหน้านี้ เป็นผู้ออกแบบฮวงจุ้ยให้
โดยประตูทางเข้าของโครงการ “AIA Connect” จะทำมุม 20 องศากับถนนรัชดาภิเษก ทางเดินเข้าออกแบบให้มีรูปแบบโค้งพร้อมแผ่นพื้นแบบไม่มีเสาตั้งแต่ 1,700 ถึง 2,100 ตร.ม. และโถงที่มีเพดานสูงถึง 3 เมตร จะทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่เพียงแต่รับทรัพย์เท่านั้น แต่ยังเก็บทรัพย์อยู่ และไม่ส่งพลังลบกระแทกถึงตึกเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ฝั่งตรงข้ามที่ใช้สีที่แตกต่างกันใน 2 ตึก เพื่อทำให้ด้านหน้าเป็นน้ำและด้านหลังเป็นภูเขา
นิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า AIA Connect ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Where Possibilities Connect” ที่เชื่อมต่อทุกความเป็นไปได้ ผ่านการเชื่อมต่อ 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่อการเดินทาง การเชื่อมต่อเมือง และการเชื่อมต่อธุรกิจ
นอกจากจุดเด่นด้านที่ทางเดินเชื่อมต่อกับสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สายสีน้ำเงินแล้ว ในปี 2571 สถานีดังกล่าวจะยกระดับเป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม เสริมศักยภาพของทำเลให้กลายเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ด้านการเดินทางและธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รัชดาฯ ในบทบาท new CBD แห่งใหม่

นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อาทิ ร้านกาแฟ tea house ฟิตเนสชื่อดังจากอเมริกา สนามพิคเคิลบอล สวนผักปลอดสารพิษและพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงในบริเวณชั้น 5 ด้วย
“การเปิดตัว AIA Connect ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญในโอกาสครบรอบ 88 ปีของ เอไอเอ ประเทศไทย การเปิดอาคารสำนักงานแห่งที่ 4 ภายใต้การลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ” นิคฮิลกล่าว

เอไอเอ มองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ระยะยาว
มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า การลงทุนใน AIA Connect สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งของเอไอเอ ต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวแม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวน
“ในฐานะนักลงทุนสถาบันระยะยาว เราให้ความสำคัญกับการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่สามารถสร้างมูลค่าและผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าและพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในมิติประสบการณ์การใช้งาน ความยั่งยืน และสุขภาวะ” มาร์ค กล่าว

เขาระบุว่า แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณพื้นที่ สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และสุขภาวะของผู้ใช้งาน ส่งผลให้อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานระดับโลกยังคงได้รับความต้องการจากองค์กรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง
“อาคารสำนักงานยุคใหม่ต้องสร้างคุณค่าได้มากกว่าพื้นที่ทำงาน ต้องช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร สนับสนุนการดำเนินธุรกิจและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุน” มาร์ค กล่าว
A Home-Inspired Workplace นิยามใหม่ของอาคารสำนักงานยุค Hybrid Work
AIA Connect ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน (home-inspired workplace) ผสานทั้งความยืดหยุ่น สุขภาวะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่และวิถีการทำงานแบบ hybrid work ให้เป็นมากกว่าแค่สถานที่ทำงาน และเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

อีริค ลู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ออฟฟิศสำนักงานในอนาคตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานแต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานไปพร้อมกัน
“ทุกพื้นที่ของ AIA Connect ผ่านการคิดและวางแผนอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง workplace experience หรือประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุดให้กับพนักงาน ตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทาง ความยืดหยุ่นในการออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะและการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในยุคปัจจุบัน”

AIA Connect ได้รับการรับรอง Pre-Certified จากทั้ง LEED Gold, WELL Gold และ WiredScore Platinum มาตรฐานอาคารระดับโลกที่ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาวะผู้ใช้อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สะท้อนความพร้อมในการรองรับความต้องการขององค์กรชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจควบคู่กันไป
โดย CBRE Thailand ทำหน้าที่ดูแลการให้เช่าและการบริหารงานด้านการปล่อยเช่าพื้นที่ ขณะที่การบริหารจัดการอาคารอยู่ภายใต้การดูแลของโจนส์ แลง ลาซาลล์ แมเนจเม้นท์ (JLL) อัตราค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 950 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อาทิ ที่จอดรถ 787 คัน พร้อมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ร้านอาหาร ศูนย์ออกกำลังกาย และร้านสะดวกซื้อ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่อย่างครบวงจร

ปัจจุบันอัตราการเช่าในโครงการ AIA Connect อยู่ที่ 21% และตั้งเป้าจะปล่อยเช่าได้เพิ่มขึ้นเป็น 50% ในปีหน้า และเป็น 80% และ 100% ในปี 2571 และ 2572 ตามลำดับ
เนื่องจากสัดส่วนของพอร์ตการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทางเลือกยังมีเพียง 2-3% ดังนั้น นอกจากออฟฟิศสำนักงานแล้ว เอไอเอยังมองหาโอกาสลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต อาทิ คลังสินค้าอุตสาหกรรม, โลจิสติกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเล็งพื้นที่ในจ้งหวัดชลบุรีและระยอง เพื่อรองรับการเติบโตของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และจะให้ความสำคัญกับคลังสินค้าอุตสาหกรรมเป็นพิเศษ เนื่องจากความต้องการเช่ามีความเสมอต้นเสมอปลายกว่าอสังหาริมทรัพย์ทางเลือกประเภทอื่นๆ และยังมีโอกาสสูงมากในหลายทำเล
ภาพ: เอไอเอ ประเทศไทย
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พลิกหน้าดิน 700 ไร่! สหพัฒน์ผนึกโตคิว ปั้นมิกซ์ยูสครบวงจร หวังดึงต่างชาติปักหลักศรีราชา ดีเดย์โปรเจกต์แรกปี 2028 ปลุกตลาดอสังหาฯ ตะวันออก
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


