เอสซี แอสเสทกำลังพัฒนา ‘วิธีการอยู่อาศัย’ และแตกแขนงธุรกิจใหม่กับ ‘บ้านมือสอง’ - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • เอสซี แอสเสทกำลังพัฒนา ‘วิธีการอยู่อาศัย’ และแตกแขนงธุรกิจใหม่กับ ‘บ้านมือสอง’

เอสซี แอสเสทกำลังพัฒนา ‘วิธีการอยู่อาศัย’ และแตกแขนงธุรกิจใหม่กับ ‘บ้านมือสอง’

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

เอสซี แอสเสท ตั้งต้นปี 2561 โดยการประกาศนโยบาย SC Re-Invention 2020 นั่นคือภายใน 3 ปีนี้ เอสซี แอสเสทจะเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปสู่การเป็น Living Solutions Provider 

คอนเซปท์ของ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น คือพัฒนาจากเดิมที่สร้างตัวบ้าน/คอนโดมิเนียมเป็นสินค้ามาเป็นการดูแลการอยู่อาศัย การออกแบบและก่อสร้างโครงการยังคงมีอยู่เช่นเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคืออะไรก็ตามที่ทำให้การอยู่อาศัยของลูกค้าดีขึ้น

ก่อนหน้านี้ในปี 2560 เอสซี แอสเสทมีการพัฒนาบริษัทย่อย ชื่อ บริษัท เอสซี เอเบิล จำกัด เพื่อดูแลบริการหลังการขายของบริษัทโดยเฉพาะ และเป็นศูนย์ฝึกช่างซ่อมบำรุงและรปภ.ไปในตัว เพื่อพัฒนามาตรฐานบริการของบริษัท

ในปีเดียวกัน เอสซี แอสเสทยังลงทุนในสตาร์ทอัพชื่อ Fixzy ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นจัดหาช่างซ่อมต่างๆ ให้กับลูกค้าทั่วไป นับเป็นการชิมลางของบริษัทในโลกของธุรกิจใหม่และเทคโนโลยี

 

“บ้านรู้ใจ” เชื่อมต่อบริการอนาคต

มาถึงปี 2561 ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ซีอีโอ เอสซี แอสเสท ยังมุ่งมั่นกับการพัฒนาวิธีการอยู่อาศัยของลูกบ้าน โดยนำเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยมากขึ้น 

แอพพลิเคชั่น บ้านรู้ใจ ที่เอสซีฯ จะใช้ติดต่อสื่อสารกับลูกบ้าน

ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของเอสซี แอสเสทปีนี้คือการพัฒนาแอพพลิเคชั่น บ้านรู้ใจ ให้กับลูกบ้านได้ใช้งาน เฟสแรกของแอพฯ จะเริ่มใช้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยจุดเด่นของแอพฯ ช่วงแรกจะมีฟังก์ชันการแจ้งซ่อมบ้าน และฟังก์ชัน One-on-One Conversation ติดต่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เอสซี แอสเสทได้โดยตรง 

ส่วนเฟสต่อๆ ไปของแอพฯ บ้านรู้ใจอาจจะมีฟังก์ชันที่เกี่ยวกับสิทธิพิเศษหรือการจัดอีเวนท์ต่างๆ ของลูกบ้านเอสซี แอสเสทโดยเฉพาะ ไปจนถึงถ้าหากบริษัทจะต่อยอดการบริการอะไร แอพฯ บ้านรู้ใจก็จะกลายเป็นแกนหลักที่ใช้เชื่อมต่อกับลูกค้าได้โดยง่าย

 

เปิดกว้างให้กับพันธมิตรนอกองค์กร

บริการหรือสิ่งที่จะมาต่อยอดให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอะไรนั้น เอสซี แอสเสทไม่ได้ต้องการจะคิดด้วยตนเองทั้งหมด อย่างที่เห็นว่าบริษัทเคยลงทุนในสตาร์ทอัพ Fixzy ไปแล้ว บริษัทก็ยังคงเปิดกว้างที่จะมีพันธมิตรอื่นๆ ได้อีก หากเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการอยู่อาศัย

“ถ้าหากสิ่งที่พันธมิตรทำอยู่เรามองแล้วว่ามาทำร่วมกันได้หรือมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเอสซีฯ ได้ ก็สามารถมา co-create กับเรา แต่ไม่จำเป็นว่าเราต้องร่วมลงทุนทุกคน เป็นการร่วมงานกันเฉยๆ ก็ได้ เพราะเราไม่ใช่บริษัทเวนเจอร์แคปิตอล” ณัฐพงศ์กล่าว

Co-Create กับพันธมิตรนอกองค์กร

ณัฐพงศ์มองการร่วมงานเหล่านี้ในฐานะการทำ solutions ที่สนับสนุนธุรกิจเดิม แต่ด้วยความที่การทำงานต้องพัฒนาร่วมกันเป็นระยะเวลาอาจจะนานหลายเดือน บริษัทจึงตัดสินใจลงทุน 40-50 ล้านบาท ปรับปรุงพื้นที่ออฟฟิศที่ตึกชินวัตร 3 โดยแบ่งพื้นที่ 1,500 ตารางเมตรมาปรับเป็น co-working space เพื่อใช้ทำงานกับพันธมิตร รวมไปถึงสร้าง Future Lab ซึ่งเป็นห้องทดลองวิจัยวิธีการอยู่อาศัยในอนาคตของคนไทย 

“ตัวอย่างเช่น เราอาจจะโยนโจทย์ไปว่า ปี 2030 คนจะใช้ชีวิตกันอย่างไรให้ Future Lab หาคำตอบแล้วก็ทำสินค้าตัวอย่างที่ตอบโจทย์สิ่งที่คนน่าจะอยากได้ อย่างล่าสุดเรามีโจทย์ว่าคนโสดหรือครอบครัวที่มีกัน 2 คนแต่อยากอยู่บ้านหลังใหญ่ เขาคงไม่อยากได้บ้าน 5 ห้องนอน แล้วเขาจะนำพื้นที่ไปใช้ทำอะไร ออกมาเป็นบ้านฟังก์ชัน ‘บ้านคนโสด’ “ ณัฐพงศ์กล่าว

 

ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานคิด

นอกจากแอพฯ บ้านรู้ใจ บริษัทยังใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาเป็นฐานข้อมูลในการคิดตัดสินใจพัฒนารูปแบบโครงการด้วย

เมื่อต้นปีเอสซี แอสเสทได้ประกาศการทำโครงการรูปแบบทาวน์ชิปบนที่ดิน 2 แปลงใหญ่ย่านบางกะดีกับกรุงเทพกรีฑา โดยขณะนี้เริ่มที่ย่านบางกะดีก่อนเป็นจุดแรก โครงการที่มีที่ดินรวม 240 ไร่นี้จะถูกแบ่งการพัฒนาออกเป็น 7 โครงการย่อยโดยมีถนนหลักส่วนกลาง

แปลนโครงการบางกะดี 240 ไร่ 7 หมู่บ้าน รวมลูกบ้านมากกว่า 1 พันครอบครัว

โครงการบางกะดีนี้เองที่บริษัทเริ่มทดลองสิ่งใหม่ โดยจัดแบ่งที่ดิน 6 ไร่ออกมาเพื่อจะใช้เป็นพื้นที่ส่วนกลางของ 7 หมู่บ้านดังกล่าว และร่วมกับ ศูนย์การวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (Redek) เก็บผลสำรวจเป็น Big Data เพื่อค้นหาว่าคนในย่านนั้นน่าจะต้องการให้พื้นที่ 6 ไร่ใช้ประโยชน์อะไร เช่น เป็นที่จอดรถ สวนสาธารณะ หรือสิ่งที่เราอาจจะคาดไม่ถึง แต่การเก็บข้อมูลมาวิจัยจะช่วยให้บริษัทพัฒนาสินค้ามาได้ตอบโจทย์แท้จริง

 

ธุรกิจใหม่ “รีโนเวทบ้านมือสอง”

บริษัทยังอยู่ระหว่างพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ด้วยตามแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค โดย ณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บมจ.เอสซี แอสเสทฯ แย้มว่า อีก 2-3 เดือน เอสซี แอสเสทร่วมกับพันธมิตร 1-2 รายจะลงทุนเปิดบริษัทใหม่ด้วยกัน เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจรีโนเวทบ้านมือสองและนำกลับมาขายใหม่ในตลาด

“ที่ลงทุนทำเพราะคนต้องการบ้านทำเลดีในราคารับได้ ปัจจุบันราคาที่ดินที่แพงทำให้โครงการใหม่ๆ ต้องอยู่ไกลออกไปเรื่อยๆ แต่หมู่บ้านเก่าทำเลดีก็ยังมีคนอยากได้ เพียงแต่คนจะไม่ต้องการยุ่งกับการรีโนเวทบ้าน รวมถึงปัญหาเรื่องเงินกู้ถ้าจะซื้อบ้านมือสองแล้วต้องมีงบปรับปรุงบ้านอีก” ณัฏฐกิตติ์กล่าว

ดังนั้น เอสซี แอสเสทจึงคิดแนวทางธุรกิจใหม่ จะนำบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านแบรนด์ดัง ทำเลดี สภาพแวดล้อมยังดูดี มาปรับปรุงให้เรียบร้อยเหมือนใหม่ก่อนจะขายออกสู่ตลาดอีกครั้ง โดยจะเน้นเฉพาะหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ไม่เกินเขตวงแหวนกาญจนาภิเษก และราคาอยู่ในช่วง 3-8 ล้านบาท เริ่มต้นราวเดือนพฤศจิกายน 61 – กุมภาพันธ์ 62 และคาดว่าช่วงแรกจะทดลองตลาดหลักสิบยูนิตก่อน

ทั้งหมดคือความพยายามของเอสซี แอสเสทที่จะ ‘add-on’ ให้สินค้าของตนไม่ใช่ ‘ที่อยู่อาศัย’ แต่เป็น ‘วิธีการอยู่อาศัย’ ซึ่งจะทำให้แรงจูงใจในการซื้อมีมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

 

อ่านเพิ่มเติม: ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2561 ของเอสซี แอสเสทและแผนครึ่งปีหลัง

BACK TO TOP