เอพีเปิดตัวบ้านหรูย่านศรีนครินทร์-เชื่อนโยบายปรับลด LTV จากธปท.ไม่มีผลกับตลาดบน - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • เอพีเปิดตัวบ้านหรูย่านศรีนครินทร์-เชื่อนโยบายปรับลด LTV จากธปท.ไม่มีผลกับตลาดบน

เอพีเปิดตัวบ้านหรูย่านศรีนครินทร์-เชื่อนโยบายปรับลด LTV จากธปท.ไม่มีผลกับตลาดบน

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

เอพี (ไทยแลนด์) เปิดตัวโครงการบ้านหรู เดอะ พาลาซโซ่ ศรีนครินทร์ ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท เชื่อดีมานด์ตลาดอัลตร้าลักชัวรียังเข้มแข็ง นโยบายปรับลด LTV สินเชื่อบ้านจากแบงก์ชาติเหลือ 80% ไม่มีผลกระทบ ขยับเป้ายอดขายปี 2561 เพิ่ม

ค่ายอสังหาริมทรัพย์ “เอพี” เปิดตัวโครงการใหม่ เดอะ พาลาซโซ่ ศรีนครินทร์ มูลค่าโครงการ 1,750 ล้านบาท โดยเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับบนบนเนื้อที่ 30 ไร่ จำนวน 52 ยูนิต ภายใต้แบรนด์ เดอะ พาลาซโซ่ ที่เอพีไม่มีการเปิดตัวโครงการมากว่า 4 ปี

วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า เดอะ พาลาซโซ่ ศรีนครินทร์ เป็นโครงการที่ 5 ภายใต้แบรนด์นี้ ล่าสุดที่มีการเปิดตัวคือ เดอะ พาลาซโซ่ ราชพฤกษ์ เมื่อปี 2557 โดยแบรนด์เดอะ พาลาซโซ่ จะเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับคน 3 เจนเนอเรชั่น และเน้นงานดีไซน์คลาสสิกหรูหรา

แบบบ้านไทป์ M เดอะ พาลาซโซ่ ศรีนครินทร์

ทั้งนี้ เดอะ พาลาซโซ่ ศรีนครินทร์ ออกแบบสไตล์อเมริกันนีโอคลาสสิกที่ปรับปรุงให้ร่วมสมัยขึ้น แบ่งเป็น 3 ไทป์บ้าน เนื้อที่ 102 ตารางวา 125 ตารางวา และ 160 ตารางวา ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท 35 ล้านบาท และ 42 ล้านบาทตามลำดับ เปิดพรีเซล 17 พ.ย.นี้

วิทการเปิดเผยว่า ย่านศรีนครินทร์-พัฒนาการมีซัพพลายสะสมของโครงการบ้านระดับบนราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปรวม 11 โครงการ 857 ยูนิต (ไม่รวมโครงการของเอพี) ซึ่งทยอยเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมียอดขาย 44% 

ส่วนเดอะ พาลาซโซ่ ศรีนครินทร์ บริษัทตั้งเป้าว่าจะสร้างยอดขายได้ 50% ภายในสิ้นปีนี้ โดยวิทการมองว่าโครงการมีข้อได้เปรียบเรื่องทำเลที่ดี พื้นที่ติดกับบึงหนองบอน สนามกอล์ฟ พื้นที่ว่างของหมู่บ้านเสรีวิลล่า และยังอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าพาราไดซ์ พาร์ค จึงเชื่อว่าจะปิดการขายได้ตามเป้า

ห้องรับประทานอาหารในบ้านตัวอย่าง

นโยบายควบคุมสินเชื่อจากธปท.กระทบไม่มาก

สำหรับศักยภาพผู้ซื้อระดับบน วิทการเชื่อว่ายังคงมีดีมานด์และความคล่องตัวทางการเงิน

“เราวัดจากการคุยกับธนาคารกลุ่มเวลธ์ ซึ่งเป็นลูกค้าที่มีเงินฝากกับแบงก์อย่างน้อย 10 ล้านบาท รวมๆ แล้วลูกค้ากลุ่มนี้มีหลักหลายพันคน ธนาคารจะบอกว่า ลูกค้ายังมีการลงทุนกับธนาคาร และเมื่อเราเชิญลูกค้ามาชมโครงการเขาก็ยังมีความต้องการเข้าชม ทำให้คาดว่าผู้บริโภคระดับบนยังมีดีมานด์” วิทการกล่าว

วิทการ จันทวิมล

ส่วนกรณีที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมเข้าควบคุมค่า LTV (Loan-to-Value) สินเชื่อบ้านให้เข้มงวดมากขึ้น โดยมีประเด็นหลักที่จะปรับเปลี่ยนคือ ให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้สินเชื่อบ้านได้ไม่เกิน 80% ของมูลค่าบ้าน/คอนโดมิเนียมหากอสังหาฯ ดังกล่าวมีมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไปหรือเป็นอสังหาฯ ที่เป็นบ้านหลังที่สองของผู้กู้ ซึ่งหากบังคับใช้จะทำให้ดีเวลอปเปอร์ต้องเก็บเงินดาวน์จากลูกค้า 20% ของมูลค่าบ้าน/คอนโดฯ ที่เข้าข่าย

ต่อกรณีนี้ วิทการยอมรับว่าหากเป็นโครงการแนวราบบริษัทจะเก็บเงินดาวน์ไม่มากเพราะเป็นบ้านสร้างเสร็จพร้อมขาย ยกตัวอย่างโครงการเดอะ พาลาซโซ่ ศรีนครินทร์ เก็บเงินดาวน์ 2% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากมีการเก็บเงินดาวน์ 20% ตามนโยบายธปท.ลูกค้าระดับนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาในการหมุนเวียนเงินสด นอกจากนี้ เอพีเองมีสินค้าส่วนใหญ่ในกลุ่มราคาระดับกลางบน ไม่เกิน 8 ล้านบาท จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

ส่วนกรณีที่จะควบคุมการกู้ซื้อบ้านหลังที่สองนั้น เชื่อว่าจะมีผลบ้างกับกลุ่มคอนโดมิเนียมของบริษัทที่มีผู้ซื้อเพื่อเก็งกำไรหรือลงทุนประมาณ 30% ของยอดขาย แต่หากเป็นคอนโดฯ บริษัทมีการเก็บเงินดาวน์อยู่ในช่วง 12-20% อยู่แล้ว

“คิดว่ามีผลไม่มาก ตอนนี้เรายังไม่มีนโยบายจะปรับเงินดาวน์หรือมีนโยบายตอบสนอง นอกจากนี้การช่วยลูกค้าติดต่อขอสินเชื่อจากธนาคารเราก็ขอสินเชื่อบ้านปกติ ไม่ได้นำสินเชื่ออย่างอื่นมาบวกรวมซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาที่แบงก์ชาติต้องการควบคุม” วิทการกล่าวและเสริมว่าบริษัทขอรอความชัดเจนจากการเข้าประชุมกับทาง ธปท. ในวันที่ 11 ต.ค.นี้ก่อน

 

ปรับเป้ายอดขายเป็น 3.98 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ เอพียังประกาศปรับเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 3.98 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% จากเดิม 3.35 หมื่นล้านบาท เนื่องจากยอดขาย 3 ไตรมาสแรกของปีสามารถทำได้แล้ว 3.07 หมื่นล้านบาท โดยที่บริษัทยังมีโครงการรอเปิดตัวในไตรมาส 4 อีก 18 โครงการ มูลค่ารวม 3.12 หมื่นล้านบาท ทำให้เชื่อว่าจะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นได้มากกว่าเป้าเดิม

สำหรับการเปิดตัวโครงการไตรมาส 4/61 ของเอพี แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 2 โครงการคือ ไลฟ์ อโศก ไฮป์ มูลค่าโครงการ 5.7 พันล้านบาท ซึ่งมียอดขายแล้ว 85% และ ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี มูลค่าโครงการ 8.3 พันล้านบาท

ด้านโครงการแนวราบที่จะเปิดตัว มีทาวน์เฮาส์แบรนด์บ้านกลางเมืองและพลีโน่ 10 โครงการ มูลค่ารวม 9.39 พันล้านบาท และบ้านเดี่ยวแบรนด์เดอะ พาลาซโซ่ เดอะ ซิตี้ และเซนโทรอีก 6 โครงการ มูลค่ารวม 7.84 พันล้านบาท

BACK TO TOP