อสังหาฯขอนแก่นเรียลดีมานด์ยังโต "โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้" ทุ่ม 400 ล้านบาท ส่งคอนโดใหม่ลงตลาด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • อสังหาฯขอนแก่นเรียลดีมานด์ยังโต “โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้” ทุ่ม 400 ล้านบาท ส่งคอนโดใหม่ลงตลาด

อสังหาฯขอนแก่นเรียลดีมานด์ยังโต “โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้” ทุ่ม 400 ล้านบาท ส่งคอนโดใหม่ลงตลาด

กนกวรรณ มากเมฆ

โควิด-19 กระทบธุรกิจโรงแรมโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ปรับโฟกัสมุ่งอสังหาฯ เพื่อขาย ล่าสุดส่งคอนโดใหม่ลงตลาดขอนแก่นรับเรียลดีมานด์ยังโต จับกลุ่มบุคลากรการแพทย์นักศึกษานักลงทุนปล่อยเช่า

ณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับทิศทางและโอกาสการลงทุนในตลฃาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือเรียลดีมานด์ ซึ่งในบางพื้นที่พบว่ายังมีโอกาสทางธุรกิจอยู่แม้จะมีสถานการณ์โควิด-19 ก็ตาม โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของแต่ละภูมิภาค อย่าง .ขอนแก่น ยังพบว่ามีแนวโน้มเติบโตดีอยู่

ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในขอนแก่น หลักๆ แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซน .ขอนแก่น และโซนเซ็นทรัล ซึ่งปี 2562 ที่ผ่านมามีโครงการที่เปิดขายอยู่ 11 โครงการ รวม 3,349 ยูนิต โดยกว่า 76% เป็นห้องประเภท 1 ห้องนอน

ทั้งนี้ ปัจจุบันซัพพลายเหลืออยู่ในตลาดราว 12% เท่านั้น นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมาก็ยังไม่มีการเปิดโครงการใหม่ในขอนแก่น ขณะเดียวกัน จากการประสบความสำเร็จในโครงการแรกของเรา ที่ขายหมดแล้ว 100% และโอนแล้ว 90% แม้จะมีสถานการณ์โควิดและมาตรการ LTV ทำให้เรามองว่าขอนแก่นยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพอยู่

ณพงศ์ ระบุว่า สำหรับคอนโดมิเนียมโครงการแรกของโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ ใน .ขอนแก่น ซึ่งขายหมดแล้ว ลูกค้ามากกว่า 50% เป็นบุคลากรทางการแพทย์ และเป็นนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่าราว 20% (ผลตอบแทนราว 7%) นอกนั้นก็มีกลุ่มนักศึกษา หรือผู้ปกครองที่ซื้อเพื่อให้บุตรที่เป็นนักศึกษาอยู่ ดังนั้น กล่าวได้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์จริงๆ

ณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์

ขณะเดียวกัน ขอนแก่นยังเป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคอีสาน จากโปรเจ็กต์สำคัญ 4 โปรเจ็กต์ ได้แก่ การมุ่งเป็นสมาร์ทซิตี้, การทำรถไฟรางเบา ซึ่งสายสีแดงที่อยู่บน .มิตรภาพ และอยู่ห่างจากโครงการของโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้เพียง 150 เมตรนั้นจะเริ่มก่อสร้างในปลายปีนี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2565

นอกจากนี้ ขอนแก่นยังวางเป้าเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภาคอีสาน มีการลงทุนจากภาคเอกชนทำศูนย์ประชุมขนาดใหญ่รองรับตลาด MICE และโครงการขยายสนามบินสร้างเทอร์มินอลใหม่เพื่อรองรับการเป็นสนามบินนานาชาติ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2564

เศรษฐกิจขอนแก่นยังแข็งแรง เพราะเป็นจังหวัดที่ไม่ได้พึ่งพาการท่องเที่ยว แต่อยู่ได้ด้วยตลาดประชุมสัมมนา การแพทย์ และการศึกษา ศักยภาพดังกล่าวทำให้เราเตรียมตัวเปิดโครงการใหม่โอเชี่ยน แกรนด์ เรสซิเดนซ์ มิตรภาพขอนแก่นมูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมโครงการแรกที่เปิดตัวในปีนี้

โครงการโอเชี่ยน แกรนด์ เรสซิเดนซ์ มิตรภาพ-ขอนแก่น

สำหรับโครงการอเชี่ยน แกรนด์ เรสซิเดนซ์ มิตรภาพขอนแก่น เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ 8 ชั้น 1 อาคาร บนเนื้อที่ 1 ไร่  266 ตารางวา มีจำนวนห้องพักอาศัย 236 ยูนิต และรีเทลสเปซ 1 ยูนิต ขนาดห้องชุดเริ่มตั้งแต่ 22.50-35.00 ตารางเมตร แบบสตูดิโอ และแบบ 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 1.19 ล้านบาท เฉลี่ย 60,000 บาท/ตร..

โดยตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูง ริมถนนมิตรภาพ ห่างจากโรงพยาบาลราชพฤกษ์ (ใหม่) เพียง 50 เมตร, อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพียง 1 กิโลเมตร และยังใกล้กับเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น, ศาลหลักเมือง, บิ๊กซี รวมถึงห่างจากสนามบินขอนแก่นเพียง 10 นาทีเท่านั้น

ด้านแนวคิดการออกแบบโครงการ มีความโดดเด่นที่การดีไซน์ในแบบ Thai Contemporary Modern ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมไทยที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมพื้นถิ่นอีสาน รวมถึงการนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกแบบลอยฟ้า ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับวิวพาโนราม่า 360 องศาของเมืองขอนแก่นได้ อาทิ สระว่ายน้ำโมเดิร์นแบบ Infinite Edge Pool และ Rooftop Deck สำหรับเป็นพื้นที่สังสรรค์หรือพักผ่อน ห้องฟิตเนสที่ดีไซน์ห้องให้โปร่งโล่งด้วยผนังกระจกใส และโดดเด่นด้วยหลังคาจั่วสูงทรงไทยประยุกต์ สามารถชมวิวเมืองได้

ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ยังเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา รวมถึงนักลงทุนปล่อยเช่า โดยเราจะเปิดพรีเซลวันที่ 20-21 มิถุนายนนี้ และหวังยอดขาย 3 เดือนจากวันพรีเซล 50% ซึ่งหากได้ยอดขาย 50% ก็จะดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งใช้เวลาราวปีกว่าๆ จึงแล้วเสร็จ และคาดว่าจะเห็นยอดโอนได้ในปี 2565”

 

ปรับโฟกัส มุ่งธุรกิจเพื่อขาย

สำหรับธุรกิจโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้นั้นแบ่งออกเป็นธุรกิจเพื่อขาย ได้แก่ โครงการอสังหาริมทรัพย์กลุ่มที่อยู่อาศัย และธุรกิจเพื่อเช่า ได้แก่ อาคารสำนักงาน (โอเชี่ยน ทาวเวอร์ 1 และ 2), โรงแรมที่หัวหินและพัทยา และท่าเรือยอชต์ ซึ่งจากวิกฤตโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจโรงแรม ทำให้ในปีนี้บริษัทจะโฟกัสกับกลุ่มธุรกิจเพื่อขายมากขึ้น

เราเล็งทำเลพัทยาไว้เนื่องจากมีที่ดินอีกเกือบ 100 ไร่ที่นั่น ซึ่งอาจพัฒนาเป็นคอนโดฯ ไฮไรส์ 40 ชั้น มูลค่าโครงการ 3 พันล้านบาท ตั้งเป้าเจาะกลุ่มตลาดบน หลังจากช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คอนโดฯ ตลาดบนที่เราขายอยู่ (ห้องเริ่มต้น 7.5 ล้านบาท) สามารถทำยอดขายได้เกือบ 100 ล้านบาท จากช่วงโควิดที่ขายได้เพียง 2 ยูนิต/เดือนเท่านั้น ถือเป็นสัญญาณว่าตลาดบนยังสนใจทำเลหัวเมืองต่างจังหวัด ซึ่งอาจซื้อไว้เป็นห้องพักตากอากาศได้

ณพงศ์ ระบุอีกว่า สำหรับการลงทุนใน จ.ภูเก็ต นอกจากโครงการโอเชี่ยน ทาวน์ ซึ่งเป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์บนถนนรัษฎา ซึ่งมียอดขายเกือบ 50% แล้ว บริษัทยังวางแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ที่ .ภูเก็ต ในปลายปีนี้ด้วย โดยเป็นโครงการบ้านเดี่ยวบนถนนรัษฎา พื้นที่ 20 ไร่ จำนวน 100 กว่ายูนิต ราคายูนิตละ 4-6 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท แต่ยังต้องติดตามดูสถานการณ์อีกครั้ง

 

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP