คุยกับ ‘วรางคณา อัครสถาพร’ แห่งบริษัทร่วมทุน ‘บีทีเอส-แสนสิริ’ เทคโนโลยีจะเป็นไฮไลต์ของปีนี้ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property >
  • คุยกับ ‘วรางคณา อัครสถาพร’ แห่งบริษัทร่วมทุน ‘บีทีเอส-แสนสิริ’ เทคโนโลยีจะเป็นไฮไลต์ของปีนี้

คุยกับ ‘วรางคณา อัครสถาพร’ แห่งบริษัทร่วมทุน ‘บีทีเอส-แสนสิริ’ เทคโนโลยีจะเป็นไฮไลต์ของปีนี้

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

บริษัทร่วมทุน บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ประกาศจับมือร่วมทุนกันพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เริ่มประเดิมเปิดตัวโครงการแรก เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต เมื่อปี 2558 จนถึงปัจจุบัน มีการเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท และเริ่มโอนไปแล้ว 1 โครงการ คือ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71

โครงการร่วมทุนของบีทีเอส-แสนสิริที่เคยเปิดตัวมาทั้งหมดเป็นคอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้แบรนด์ใหม่ เดอะ ไลน์ ที่กำเนิดขึ้นเฉพาะสำหรับบริษัทร่วมทุนนี้เพื่อเป็นแบรนด์สินค้าระดับกลาง-บน ก่อนจะใช้แบรนด์เดิมของแสนสิริ คือ เดอะ เบส มาเสริมในกลุ่มสินค้าระดับกลาง

โดยเป้าหมายของ บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป คือจะเปิดให้ครบ 25 โครงการ มูลค่ารวม 1 แสนล้านบาท ภายในปี 2562 และล่าสุดบริษัทได้แต่งตั้ง “วรางคณา อัครสถาพร” ลูกหม้อที่ทำงานกับบมจ.แสนสิริมานาน 18 ปี ขึ้นเป็น ผู้จัดการทั่วไป บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ซึ่ง Forbes Thailand มีโอกาสได้พูดคุยกับวรางคณาถึงกลยุทธ์แผนการของบริษัทร่วมทุนแห่งนี้ที่กำลังมาแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์

วรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการทั่วไป บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป 

Q: แผนการบริษัทร่วมทุน บีทีเอส-แสนสิริ ปี 2560

A: ปีนี้วางแผนลงทุนทั้งหมด 4 โครงการ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท จะเปิดโครงการแรกคือ เดอะ เบส เพชรเกษม ในวันที่ 20-21 พ.ค.นี้ ถือเป็นโครงการระดับกลางราคาเฉลี่ย 90,000 บาทต่อตร.ม.

ส่วนอีก 3 โครงการจะเปิดช่วงครึ่งปีหลังของปี ทั้งหมดเป็นโครงการระดับกลางบน มี 2 โครงการที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทตอนต้น บอกกว้างๆ ได้ว่าอยู่ช่วงระหว่างสถานีอโศกถึงเอกมัย มีทั้งโครงการไซซ์ใหญ่และไม่ใหญ่มาก ส่วนอีกโครงการหนึ่งจะอยู่บริเวณถนนสีลม-สาทร เนื้อที่ไม่เกิน 2 ไร่ ยังไม่สรุปว่าจะใช้แบรนด์เดอะ ไลน์หรือจะเพิ่มแบรนด์ใหม่ขึ้นมา

ส่วนที่ดินอื่นๆ ที่เคยมีข่าว อย่างที่ดินบริเวณสถานีพญาไท ยังไม่อยู่ในแผนของบริษัทร่วมทุนปีนี้ และที่ดินยังอยู่กับบมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์

เดอะ เบส เพชรเกษม โครงการแรกของปี 2560 จากบีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป มูลค่าโครงการ 1,850 ล้านบาท จำนวน 640 ยูนิต
ตึกสูง 30 ชั้น บนเนื้อที่ 3 ไร่ ทำเลห่างจากสถานีเพชรเกษม 48 (รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) 120 เมตร

Q: อัพเดทยอดขาย-รายได้

A: มี 4 โครงการของบริษัทร่วมทุนที่ sold out ขายหมด 100% แล้ว ส่วนที่ยังเหลือขายคือเดอะ เบส การ์เดน-พระราม 9 ยอดขาย 90% และอีก 3 โครงการ คือ เดอะ ไลน์ พหล-ประดิพัทธ์, เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 และ คุณ บาย ยู ทองหล่อ 12 ยอดขายใกล้เคียงกันที่ 60%

ส่วนการโอน ปีที่แล้วโอนโครงการแรกคือ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ปีนี้จะมีอีก 1 โครงการโอนในช่วง Q4/60 คือ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต คาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ประมาณ 2,700 ล้านบาท ที่เหลือจะโอนต่อเนื่องถึงปีหน้า

 

Q: กลยุทธ์การตลาดปีนี้

A: แน่นอนว่าแบรนด์ เดอะ ไลน์ ที่แข็งแกร่งแล้วเราก็ยังต้องรักษาไว้ และบุกต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนกับฮ่องกงที่เราแข็งแกร่งมากจากอานิสงส์ชื่อเสียงของทางบีทีเอส เราต้องรีบบุกต่อเพราะคู่แข่งเริ่มขยับเข้าไปในตลาดนี้แล้ว

ภายในห้องตัวอย่างของเดอะ เบส เพชรเกษม แบบห้องชุด 1-2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 23-52 ตร.ม. ราคาเฉลี่ย 90,000 บาท/ตร.ม. เริ่ม 1.99 ล้านบาท

แต่สิ่งที่จะเพิ่มเข้ามาคือเทคโนโลยีที่มากขึ้น หลังจากที่แสนสิริประกาศลงทุนใน Property Tech (เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์) เราจะเริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้ในปีนี้ เช่น ระบบโฮมออโตเมชั่น, ระบบ Online Booking, จ่ายเงินจองผ่าน Samsung Pay อีกส่วนคือการเชื่อมโยงกับบีทีเอส ที่ผ่านมาเรามีบัตรร่วมใช้เป็นบัตรแรบบิทกับบัตรเข้า-ออกคอนโดฯได้ในใบเดียว แต่ปีนี้จะเพิ่มขึ้น มีไอเดียเช่น แอพพลิเคชั่นของแสนสิริ-บีทีเอสที่รวมกันใช้ในแอพฯเดียว เพื่อความสะดวกมากขึ้น

 

Q: ผลตอบรับ Online Booking

A: เปิดระบบนี้ครั้งแรกในการจองเดอะ เบส เพชรเกษม เมื่อวันที่ 13 พ.ค.60 กันห้องไว้ให้ลูกค้าจองออนไลน์ 50 ยูนิต วันนี้มีจองเข้ามาแล้ว 30 ยูนิต ถือว่าน่าพอใจ หลังจากนี้จะมีระบบจองออนไลน์ก่อนเปิดแกรนด์โอเพนนิ่งที่สำนักงานขายในทุกโครงการแนวสูงของแสนสิริ เพราะมองว่าระบบนี้มีข้อดีที่ทำให้ลูกค้าสะดวกสบายขึ้น ฝั่งบริษัทเองจะประหยัดการทำงานของเซลส์ ลูกค้าสามารถศึกษาข้อมูลทุกอย่างบนอินเทอร์เน็ตได้ และประหยัดการใช้เอกสาร

 

Q: มีการลงทุนใน Property Tech หรือยัง

A: batch แรกเราได้สตาร์ทอัพมา 10 กว่าทีม เป็นทีมคนไทยทั้งหมด ขณะนี้กำลังศึกษากันอยู่ว่าจะมีทีมไหนที่น่าสนใจจึงยังไม่ได้ลงทุน แต่ที่จริงสตาร์ทอัพบางทีมไม่ได้ต้องการเงินทุนแต่ต้องการทรัพยากรของเราในการทดลองจริงมากกว่า

วรางคณาคาดว่าเดอะ เบส เพชรเกษม จะปิดยอดขายได้ 50-60% ภายในสิ้นปีนี้
BACK TO TOP