SCG เร่งสร้าง นวัตกรรม “ห้องไอซียูโมดูลาร์” - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • SCG เร่งสร้าง นวัตกรรม “ห้องไอซียูโมดูลาร์”

SCG เร่งสร้าง นวัตกรรม “ห้องไอซียูโมดูลาร์”

Forbes Thailand / Admin
20 Jul 2021 | 11:07 am 914

SCG เร่งสร้าง นวัตกรรม “ห้องไอซียูโมดูลาร์” ตอบโจทย์รองรับผู้ป่วยวิกฤต ประคองชีวิตลดการสูญเสียพร้อมพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มความมั่นใจในการทำงานให้บุคลากรทางการแพทย์

ในสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนได้จากจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 ในแต่ละวันที่เพิ่มสูงขึ้น การเร่งสร้างนวัตกรรม “ห้องไอซียูโมดูลาร์” (MODULAR ICU) จำนวน 4 อาคาร 40 เตียง ภายในเวลาอันรวดเร็ว ณ ศูนย์แพทย์ศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ถือเป็นภารกิจท้าทายที่สำคัญอย่างยิ่ง

เพราะการช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนเตียงไอซียูในพื้นที่ กทม. จะเป็นการช่วยประคองชีวิต ลดความตายให้กับผู้ป่วยในภาวะวิกฤต และสร้างความอุ่นใจให้คนไทยก้าวข้ามความยากลำบากครั้งนี้ ที่สำคัญยังช่วยสร้างความมั่นใจลดความเสี่ยงการติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “การผลิตห้องไอซียูโมดูลาร์จะช่วยเสริมปริมาณเตียงไอซียูใน กทม. ที่มีอยู่ประมาณ 400 เตียง ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เพื่อรองรับผู้ป่วยวิกฤตได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นงานที่สำคัญและท้าทายอย่างยิ่งที่ต้องเร่งสร้างและติดตั้งโดยเร็วที่สุดด้วยระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นการทำงานแข่งกับเวลา

เราทำในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้ เพื่อปกป้องชีวิตผู้ป่วยวิกฤตโควิด และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ด้วยการระดมสมอง วางแผนการทำงานอย่างรัดกุม โดยใช้ประสบการณ์ ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และการพัฒนานวัตกรรมป้องกันโควิดร่วมมือกับทีมบุคลากรทางการแพทย์ และโรงพยาบาลต่าง ๆ พัฒนาและออกแบบนวัตกรรมที่รวดเร็วและสามารถใช้งานได้ทันที”

ตอนนี้อยากให้ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกัน เพื่อให้ประเทศไทยฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปได้โดยที่มีการสูญเสียชีวิตน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งทุกวันนี้รู้สึกเศร้ามากที่ได้รับข่าวมีผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 มีจำนวนสูงขึ้นทุกวัน

“โควิดบั่นทอนทั้งเศรษฐกิจและการใช้ชีวิต เชื่อว่าไม่มีใครอยากติดเชื้อ แต่ทุกคนต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น การ์ดต้องสูง เพื่อไม่ให้ติดเชื้อไปเพิ่มภาระให้กับสังคม ตอนนี้คุณหมอและพยาบาลก็อ่อนล้าเกือบหมดแรง โรงพยาบาลแต่ละแห่งวิกฤตหนักไม่เพียงพอรองรับ รู้สึกหดหู่มาก กำลังใจตอนนี้มาจากการที่เห็นคนไทยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างกรณีที่เอสซีจีเข้ามาช่วยสร้างอาคารไอซียูช่วยรองรับผู้ป่วยวิกฤติ ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมาก สามารถเป็นที่พึ่งพิงให้กับผู้ป่วย ช่วยประคองชีวิตและที่สำคัญช่วยลดการตายลงได้อย่างแน่นอน จึงอยากขอบคุณแทนประชาชนทุกคน” เสียงสะท้อนจากประชาชน

นวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ มูลค่าโครงการ 45 ล้านบาท ซึ่งเอสซีจีให้การสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 33 ล้านบาท ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จึงเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถสร้างได้รวดเร็วใช้เวลา 7-10 วัน สำหรับห้องไอซียูโมดูลาร์ 1 อาคาร จำนวน 10 เตียง และยังมีประสิทธิภาพความสามารถเท่าไอซียูในโรงพยาบาลใหญ่ทุกประการ โดยทั้งมีเครื่องช่วยหายใจ เครื่องติดตามสัญญาณชีพ มีการให้ออกซิเจน มีระบบสื่อสาร เปรียบเสมือนไอซียูที่อยู่ในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ นวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ออกแบบและก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วจากการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ จากโรงงาน โดยระบบ Modular สามารถควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างตั้งแต่การออกแบบจนถึงการผลิตจากโรงงานเพื่อมาประกอบบริเวณหน้างานได้อย่างมีมาตรฐาน ถูกออกแบบตามฟังก์ชั่นการทำงานของข้อกำหนดห้อง ICU ที่มีทีมแพทย์เป็นที่ปรึกษา โดยห้องสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เหมาะสมและปลอดภัย ทั้งระบบความดันบวก (POSITIVE PRESSURE ROOM) เพื่อกำจัดเชื้อโรคและฝุ่น และระบบความดันลบ (NEGATIVE PRESSURE ROOM) เพื่อจำกัดการแพร่กระจายและลดเชื้อไวรัสออกสู่ภายนอกอาคาร

พื้นที่การใช้งานแบ่งเป็น 5 ส่วน

ICU ZONE สำหรับเตียงผู้ป่วยพร้อมบอกตำแหน่งระบบยังชีพต่างๆ ที่จะเชื่อมต่อกับระบบของโรงพยาบาล โดยระบบการจัดการอากาศใน ZONE นี้ใช้ระบบห้องความดันลบ (NEGATIVE PRESSURE ROOM)

NURSING STATION ZONE สำหรับพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย โดยแบ่งเป็น MONITOR ROOM สำหรับพยาบาลที่ดูแลเฝ้าระวัง และ STAND-BY ROOM สำหรับพยาบาลที่เตรียมสวมชุด PPE พร้อมสำหรับเข้าไปดูแลผู้ป่วย ICU โดยระบบการจัดการอากาศใน ZONE นี้ใช้ระบบห้องความดันบวก (POSITIVE PRESSURE ROOM)

MEDICAL PREPARATION สำหรับจัดเก็บเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับผู้ป่วย

ANTE ROOM ขาเข้าสำหรับควบคุมความดันก่อนเข้าสู่พื้นที่ ICU Zone

ANTE ROOM ขาออกแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. พื้นที่ลำเลียงผู้ป่วยเข้าและออกจากพื้นที่ ICU 2. สำหรับทิ้งขยะติดเชื้อต่าง ๆ 3. ถอดชุด PPE พร้อมทางเดินไปสู่ห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกายเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที

อ่านเพิ่มเติม: ความก้าวหน้าเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญพันธุ์


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine 

BACK TO TOP