DPAINT ประกาศความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • DPAINT ประกาศความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

DPAINT ประกาศความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

ทายาทรุ่น 2 สีเดลต้า ประกาศแผนพร้อมนำ DPAINT เข้าตลาดฯ ไตรมาส 4 ปีนี้ เปิดแผนระดมทุนผลักดันองค์กรเข้าสู่ยุค 5.0 สร้างนวัตกรรมใหม่สีทาอาคารมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมขยายปีกช่องทางใหม่ๆ รองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังโควิด หลังโตสวนกระแสต่อเนื่อง

รณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สีเดลต้า จำกัด (มหาชน) หรือ DPAINT ผู้ผลิตและจำหน่ายสีทาอาคาร เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความพร้อมในการเดินหน้าระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 53.25 ล้านหุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23.15 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด

“ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 เรายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักปรัชญา “ให้คุณได้มากว่า” มาตลอด 40 ปี ถึงวันนี้เราพร้อมแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ให้พนักงาน และประชาชนทั่วไปได้เป็นเจ้าของธุรกิจไปด้วยกัน โดยใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนยกระดับธุรกิจสู่สากล” รณฤทธิ์กล่าว

ก้าวสู่องค์กร 5.0

รณฤทธิ์ เล่าว่า ธุรกิจสีเดลต้าเริ่มจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) เรียกว่าเป็นยุค 1.0 จากนั้นมองเห็นว่าหากจะเติบโตอย่างยั่งยืนจะต้องสร้างแบรนด์ของตัวเอง ในปี 2542 จึงจัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท เรียกว่าเป็นยุค 2.0 และในปี 2545 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจยุค 3.0 เข้าสู่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด ที่ทำให้ธุรกิจขยายตัวอย่างมาก และเริ่มสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาด ปี 2561 ได้มีการปรับโครงสร้างบริษัท เน้นผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีคุณภาพสูงเพื่อสร้างการเติบโตในยุค 4.0 และปี 2564 ถือเป็นยุค 5.0 ที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขยายธุรกิจที่จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561 – 2563) บริษัทเติบโตต่อเนื่องเป็นตัวเลขสองหลักต่อปี ด้วยกลยุทธ์การขยายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกลุ่มเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันได้เพิ่มจำนวนคู่ค้าทั้งร้านค้าโมเดิร์นเทรด และร้านค้าปลีกครอบคลุมทั่วประเทศ มีความได้เปรียบเชิงต้นทุน (Economy of Scale) ปัจจุบัน DPAINT มีกำลังการผลิตจากโรงงานแห่งที่ 1 อยู่ที่ 3.24 ล้านแกลลอน/ปี อัตรากำลังการผลิตมากกว่าร้อยละ 80

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนจะขยายธุรกิจตามกลยุทธ์ 5 ด้าน ได้แก่ Diversification การสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น Productivity นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต Agility การบริหารองค์กรมีความคล่องตัว Innovation หาพันธมิตรทำให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นในตลาด และ Trust การสร้างความน่าเชื่อถือในตลาด จากการดำเนินธุรกิจมากว่า 40 ปี

“ยุค 5.0 เราจะมองหาโอกาสใหม่ ส่วนหนึ่งของแผนระดมทุน เพื่อซื้อเครื่องผสมสี การลงทุนอาร์แอนด์ดี และขยายฐานคนรุ่นใหม่ การเป็นเจ้าของ Formular (สูตร) เป็นหัวใจสำคัญ และความน่าเชื่อถือของธุรกิจครอบครัวที่อยู่ในตลาดสีมากว่า 40 ปี ถือเป็นข้อได้เปรียบในด้านการแข่งขัน ที่ทำให้คู่แข่งเข้ามาในตลาดนี้ได้ยาก”

เติบโตสวนกระแสโควิด

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้ 387.7 เติบโตร้อยละ 31.7 ขณที่ปี 2563 มีรายได้ 596.2 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันการเติบโตมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ โดยเฉพาะรูปแบบร้านค้ากึ่งสมัยใหม่ ที่มีการขยายตัวมากขึ้น จากผลกระทบของโควิดที่ทำให้ช่องทางการจำหน่ายในห้างฯต้องปิดตัวลง ทำให้ยอดขายไม่ได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น ทำให้มีความต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัย การทาสีบ้าน อาคารเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดสีทาอาคารมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทยังเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทมุ่งเน้นขยายผลิตภัณฑ์กลุ่มคุณภาพสูงพิเศษ สินค้าในกลุ่มไฮเอนด์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากสัดส่วนร้อยละ 29.2 ในปี 2561 เป็นร้อยละ 40.7 ในปีนี้

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ร้อยละ 3–4 จากตลาดรวม ขณะที่ในช่องทางจำหน่ายหลัก จะมีส่วนแบ่งตลาดที่ร้อยละ 7 อยู่ในอันดับ 5 ของตลาดสีทาอาคาร ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยับอันดับขึ้นไป ด้วยการเพิ่มนวัตกรรม เช่นการร่วมมือกับดิสนีย์พัฒนาสีเดลต้าเมจิก ชิลด์ (DELTA MAGIC SHIELD) สีทาภายในเกรดอัลตร้าพรีเมียม เจาะกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ และสร้างแบรนด์อิมเมจสู่ระดับสากล รวมถึงการขยายธุรกิจในกลุ่มร้านค้ากึ่งสมัยใหม่ ที่มีการเปิดมากขึ้นในระดับอำเภอ รวมถึงการค้าชายแดนที่จะกลับมาคึกคักหลังโควิด ที่จะช่วยผลักดันการเติบโตในอนาคต

“เราดำเนินธุรกิจตามแนวทางอิคิไก เป็นวิถีของบริษัท ที่มองว่าบ้านเป็นรางวัลชีวิต การสร้างครอบครัว สร้างสังคม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านของทุกคนให้เจริญก้าวหน้า ตามหลักปรัชญา “ให้คุณมากกว่า” จึงเป็นหน้าที่ของเราในการนำคุณค่า นวัตกรรม ให้สังคมได้ใช้ของดี ในราคาเหมาะสม ทัดเทียมกับตลาดโลก” รณฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

อ่านเพิ่มเติม: WeTV ประกาศโร้ดแมป 3 ปี รุกตลาด วิดีโอสตรีมมิง ด้วยกลยุทธ์ “3X”


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP