เปิดประวัติ ‘5 คู่รักนักธุรกิจ’ ของเมืองไทย สองประสานร่วมสร้างความสำเร็จ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • เปิดประวัติ ‘5 คู่รักนักธุรกิจ’ ของเมืองไทย สองประสานร่วมสร้างความสำเร็จ
5-คู่รักนักธุรกิจ-Cover

เปิดประวัติ ‘5 คู่รักนักธุรกิจ’ ของเมืองไทย สองประสานร่วมสร้างความสำเร็จ

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
13 Feb 2019 | 10:21 pm 6629

บางครั้งความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นด้วยสองมือของคนๆ เดียว แต่ต้องเป็นสองมือที่ประสานกันจึงเกิดเป็นความสมดุลที่ทำให้งานก้าวหน้า Forbes Thailand ขอนำเสนอ “5 คู่รักนักธุรกิจของเมืองไทยที่ร่วมสร้างธุรกิจด้วยกัน

ต้อนรับวันวาเลนไทน์ 2562 ด้วยแรงบันดาลใจจาก 5 คู่รักนักธุรกิจ ที่เคยให้สัมภาษณ์กับ Forbes Thailand ในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาเหล่านี้นำชีวิตคู่มาเป็นจุดแข็งในการทำงาน เติมเต็มกันและกันได้อย่างลงตัว

 

ดร.ชวัลวัฒน์ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ (เจียรวนนท์) แห่ง ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย)

ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ (เจียรวนนท์) คือลูกสาวคนสุดท้องของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ และเป็นผู้บริหารอาณาจักรกลุ่มบริษัทดีที (DT Group) ซึ่งบูรณาการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เข้ากับมูลนิธิและกิจการเพื่อสังคมต่างๆ ด้าน ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ นั้น เป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัทผู้สร้างอะนิเมชั่น ภาพยนตร์ และคอนเทนต์ต่างๆ

ทั้งสองเข้าพิธีวิวาห์กันเมื่อปี 2557 โดย ดร.ชวัลวัฒน์ หรือดร.แตนกล่าวถึงชีวิตคู่ของทั้งสองว่าเสมือนเป็นซาลาเปาคนละครึ่งลูกที่สามารถเติมเต็มกันได้พอดี ส่วน ทิพพาภรณ์ กล่าวถึงคำมั่นสัญญาที่ดร.แตนได้ให้ไว้ในวันแต่งงานว่าเราจะทำสิ่งดีๆ ร่วมกันให้กับโลกใบนี้

ด้วยคำสัญญานั้นทำให้ขณะนี้ ดร.แตนและทิพพาภรณ์ร่วมก่อตั้งธุรกิจใหม่ภายใต้ บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นบริษัทผู้ผลิตลงทุนคอนเทนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นคอนเทนต์ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่ส่งเสริมคุณค่าของครอบครัวรวมถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่ทั้งสองมองเห็นร่วมกัน

ติดตามบทสัมภาษณ์ ดร.ชวัลวัฒน์ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ (เจียรวนนท์) บนเว็บไซต์ Forbes Thailand หรือคลิกอ่านบทความใน e-Magazine

 

สุวินธัญญาภรณ์ ไกรภูเบศ แห่ง บิวตี้ คอมมูนิตี้

คู่สามีภรรยาที่ติดอันดับ 1 ใน 50 เศรษฐีไทยจัดโดย FORBES เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2561 จากการนำ บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งสองอยู่ในอันดับ 40 ของทำเนียบเศรษฐีไทยด้วยสินทรัพย์สุทธิราว 2.2 หมื่นล้านบาท

ก่อนจะมาถึงจุดนี้ สุวิน ยึดอาชีพแพทย์และ ธัญญาภรณ์ ประกอบอาชีพพยาบาลมาก่อน แต่ด้วยความต้องการทำธุรกิจ พวกเขาจึงหันเหเส้นทางมาทำธุรกิจสิ่งทอ และกระโดดหนีสัญญาณวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 มาทำกิจการใหม่เป็นร้านเครื่องสำอางย่านสยามสแควร์ ซึ่งเติบโตขยายสาขาจนเป็นเครือร้านบิวตี้ บุฟเฟต์ในวันนี้

สุวินและธัญญาภรณ์ต่างเติมเต็มกันในการทำงาน ร่วมกันวางเส้นทางบริษัท วางเทคนิคการขายและการตลาด ฝึกบุคลากรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ

ย้อนไปถึงการหาแรงบันดาลใจเพื่อเลือกประเภทธุรกิจ เหตุที่สุวินตัดสินใจเปิดร้านเครื่องสำอางนั้นก็เพราะเห็นการจับจ่ายของภรรยาที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร แต่สิ่งที่ผู้หญิงยังต้องซื้ออยู่ก็คือผลิตภัณฑ์ความงาม

ติดตามบทสัมภาษณ์ สุวินธัญญาภรณ์ ไกรภูเบศ บนเว็บไซต์ Forbes Thailand หรือคลิกอ่านบทความใน e-Magazine

 

โสมพัฒน์วัลลภา ไตรโสรัส (สิริวัฒนภักดี) แห่ง ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์

ทั้งคู่พบรักกันระหว่างเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วัลลภา ไตรโสรัส (สิริวัฒนภักดี) นั้นเป็นลูกสาวคนที่สองของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี จึงมีการดึงตัว โสมพัฒน์ ไตรโสรัส เข้ามาร่วมด้วยช่วยบริหารงานกับบริษัทต่างๆ ในเครือ

ปัจจุบันทั้งสองได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผ่าน บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่รวบรวมจัดระเบียบกรุที่ดินหลายแสนไร่ทั่วประเทศของตระกูลนี้มาปัดฝุ่นสร้างประโยชน์ ตัวอย่างโครงการของทีซีซี เช่น ศูนย์การค้าเอเชียทีค, พันธุ์ทิพย์, เกตเวย์ ฯลฯ หรือกลุ่มโรงแรมออฟฟิศ เช่น แอทธินี ทาวเวอร์, โรงแรมบันยันทรี สมุย เป็นต้น โดยวัลลภากล่าวว่าทั้งสองแบ่งงานกันทำ ให้โสมพัฒน์ดูแลเรื่องภาพรวมและพัฒนาโครงการใหม่ ส่วนวัลลภาสนับสนุนด้านบัญชีและงานบุคคล

เขยขวัญของตระกูลและวัลลภามีทายาทด้วยกัน 4 คน คือ ปรัณ (ตั้ม) ชญา (แตม) พริม (เตย) และวรัท (ตรง) ทั้งสองเป็นคู่ชีวิตกันมามากกว่า 20 ปี จากจุดเริ่มต้นที่มีความสนใจตรงกันทั้งมุมศิลปะและการคำนวณรวมถึงไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกัน จึงประสานงานกันได้อย่างลงตัว

ติดตามบทสัมภาษณ์ โสมพัฒน์วัลลภา ไตรโสรัส (สิริวัฒนภักดี)บนเว็บไซต์ Forbes Thailand หรือคลิกอ่านบทความใน e-Magazine

 

ชูชาติ เพ็ชรอำไพ และ ดาวนภา เพชรอำไพ แห่ง เมืองไทย ลิสซิ่ง

คู่รักผู้สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกันอย่างแท้จริง ชูชาติ และ ดาวนภา เป็นชาวจังหวัดสุโขทัย พวกเขาพบรักกันจากการทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยสาขาอำเภอเมือง และมีวิสัยทัศน์ไปในทางเดียวกันคือการทำการค้า จึงเริ่มทำธุรกิจเสริมจากงานประจำด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นคือการรับซื้อบัญชีลูกหนี้ (factoring) เพื่อนำมาบริหาร

ธุรกิจเติบโตได้ดี ก่อนที่ทั้งคู่จะบินไปศึกษาต่อปริญญาโทที่สหรัฐฯ ด้วยกันเป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงกลับมาสานต่อธุรกิจเดิมที่เคยทำ จนขยายใหญ่เติบโตเป็น บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MLTS ในปัจจุบัน อีกทั้งทั้งคู่ยังติดทำเนียบมหาเศรษฐีไทยอันดับที่ 19 จัดอันดับโดย FORBES ปี 2561 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวม 4.83 หมื่นล้านบาท

แม้ในทางธุรกิจ ชูชาติจะเป็นผู้อยู่เบื้องหน้า แต่เขาให้เกียรติภรรยาว่าเธอคือผู้ที่ทำให้ธุรกิจสำเร็จ จากการที่ดาวนภาเป็นผู้มีสัญชาตญาณทางธุรกิจ ส่วนดาวนภาก็มองว่าชูชาติคือผู้เติมเต็มเช่นกัน เพราะเขาเป็น connection ของบริษัท พูดอธิบายและเข้าสังคมเก่ง ซึ่งทำให้สมดุลกับเธอที่มีโลกส่วนตัวสูงได้เป็นอย่างดี

ติดตามบทสัมภาษณ์ ชูชาติดาวนภา เพ็ชรอำไพ บนเว็บไซต์ Forbes Thailand หรือคลิกอ่านบทความใน e-Magazine

 

ชนิสราวุฒิกานต์ วงศ์ดีประสิทธิ์ แห่ง บรันช์ไทม์

ผู้ประกอบการอายุน้อยก็ใช้พลังของชีวิตคู่กับธุรกิจเช่นเดียวกัน ชนิสรา กับ วุฒิกานต์ เจ้าของ บริษัท บรันช์ไทม์ จำกัด ซึ่งผลิตอาหารจากธัญพืช (กราโนล่า) แบรนด์ ไดมอนด์ เกรนส์ นั้นเริ่มต้นการทำธุรกิจร่วมกันตั้งแต่สมัยเรียน โดยฝ่ายหญิงเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 ในคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนฝ่ายชายเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 ที่ University of International Business and Economics ที่ Beijing ประเทศจีน

ด้วยเงินทุนที่หยิบยืมจากครอบครัว พวกเขาเสี่ยงลงทุนโรงงานแห่งแรกขึ้นแม้ว่าจะยังไม่มีตลาดชัดเจน ด้วยวิสัยทัศน์ของวุฒิกานต์ที่มองไกลว่าหากสินค้าติดตลาด โรงงานต้องพร้อมผลิตส่วนชนิสรานั้นรับหน้าที่พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์และสร้างสรรค์การตลาด

3 ปีที่คลุกคลีกับการปรับสูตรกว่าที่สินค้าจะเริ่มยืนหยัดได้ นอกจากอุปสรรคทางธุรกิจแล้วพวกเขายังผ่านบททดสอบทางความสัมพันธ์ ซึ่งชนิสรามองว่าเพราะความผูกพันที่ลำบากมาด้วยกันและการให้เกียรติในการทำงาน ทำให้ทั้งคู่ประคับประคองความสัมพันธ์มาได้พร้อมๆ กับการเติบโตของบรันช์ไทม์

ติดตามบทสัมภาษณ์ ชนิสราวุฒิกานต์ วงศ์ดีประสิทธิ์บนเว็บไซต์ Forbes Thailand หรือชมคลิปสัมภาษณ์ที่นี่

 

BACK TO TOP