แสนสิริ จับมือ ไทยพาณิชย์ ช่วยเหลือ "เอสเอ็มอีไทย" วงเงินรวม 7 พันล้านบาท - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • แสนสิริ จับมือ ไทยพาณิชย์ ช่วยเหลือ “เอสเอ็มอีไทย” วงเงินรวม 7 พันล้านบาท

แสนสิริ จับมือ ไทยพาณิชย์ ช่วยเหลือ “เอสเอ็มอีไทย” วงเงินรวม 7 พันล้านบาท

Forbes Thailand / Admin
09 Mar 2021 | 4:01 pm 13

แสนสิริ ผนึก ธนาคารไทยพาณิชย์ สกัดสึนามิเศรษฐกิจ  เดินหน้าช่วยเหลือ เอสเอ็มอีไทย เส้นเลือดใหญ่ไทยให้ไปต่อได้ กับโครงการ “SANSIRI x SCB: BUILD FOR ALL สร้างไปด้วยกัน” วางเป้าช่วย 1,500 ราย งบซื้อสินค้า 6 พันล้านบาท และ สนับสนุนวงเงินสินเชื่อรวม 1 พันล้านบาท

อภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงมีความเปราะบางเพราะทุกอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องมากว่า 1 ปี ภาคการส่งออก การท่องเที่ยวหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อทั่วโลก ซึ่งภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบแรกก็คือกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เนื่องจากการมีข้อจำกัดด้านเงินทุน การเข้าถึงเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และโอกาสในการแข่งขัน

แม้ว่าเอสเอ็มอีหลายแห่งจะปรับตัวหันไปเจาะตลาดอีคอมเมิร์ซและลดต้นทุนด้านพนักงานลง แต่ก็ยังมีเอสเอ็มอีอีกหลายแห่งที่ต้องทยอยปิดตัวลงไปอย่างต่อเนื่อง และหากสถานการณ์ไม่คลี่คลายในเร็วๆ นี้ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากเอสเอ็มอีเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ

โดยข้อมูลจากธนาคารโลกประจำประเทศไทยพบว่าในปี 2563 เอสเอ็มอีของประเทศไทยมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 40 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และมีอัตราการจ้างงานคิดเป็นร้อยละ 80 ของการจ้างงานภาคเอกชน จึงถือเป็นอีกเส้นเลือดใหญ่ที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงการจ้างงานจำนวนมาก เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นจึงต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จากการตระหนักถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของเอสเอ็มอีล่าสุด แสนสิริ จึงได้ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) ในการผนึกกำลังช่วยเหลือเอสเอ็มอีภายใต้โครงการ “SANSIRI x SCB: BUILD FOR ALL สร้างไปด้วยกัน” เพื่อเป็นต้นแบบสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นให้องค์กรขนาดใหญ่เข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอี ให้สามารถฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน

จากการร่วมมือกันในครั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายการเข้าช่วยเหลือเอสเอ็มอีในปี 2564 จำนวน 1,500 ราย หรือคิดเป็นวงเงินการช่วยเหลือรวม 7,000 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินอุดหนุนสินค้าจากเอสเอ็มอีจากแสนสิริ 6,000 ล้านบาท และเงินสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจจากธนาคารไทยพาณิชย์ 1,000 ล้านบาท

ซึ่งกลุ่มเอสเอ็มอีเป้าหมายที่จะเข้าไปช่วยเหลือในโครงการนำร่องมี 6 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง กลุ่มธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน กลุ่มงานบริการด้านที่อยู่อาศัย และกลุ่มธุรกิจอาหาร

โดยโครงการ “SANSIRI x SCB: BUILD FOR ALL สร้างไปด้วยกัน” เปิดกว้างโอกาสสำหรับ SMEs รายเล็กทุกราย เพื่อขับเคลื่อนช่วยเหลือ SMEs ไทยในทุกมิติ ประกอบด้วย SMEs รายเล็กทั่วไป ลูกบ้านแสนสิริที่ประกอบธุรกิจ และคู่ค้ากลุ่มผู้ประกอบการของแสนสิริ ภายใต้ 5 กลยุทธ์ ดังนี้

  1. สร้างรายได้ให้เพิ่ม (Buy) ด้วยการเข้าซื้อสินค้าจากเอสเอ็มอีที่มีขนาดเล็ก
  2. สร้างช่องทางการเข้าถึงลูกค้า (Reach) เช่น การเพิ่มช่องทางการโปรโมทธุรกิจ สินค้า และบริการของเอสเอ็มอีด้วยช่องทางสื่อออนไลน์ของแสนสิริและธนาคารไทยพาณิชย์ รวมถึงโปรโมทผ่านแสนสิริแฟมิลี่ที่มีอยู่ในการดูแลกว่า 100,000 ครอบครัว
  3. สร้างตลาดใหม่บนโลกออนไลน์ (Transformation) ด้วยการขยายตลาดของเอสเอ็มอีไทยสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ เช่น NocNoc.com ตลาดออนไลน์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านครบวงจร, Robinhood แอปพลิเคชั่น Food Delivery เพื่อผู้ประกอบการรายเล็กและ WeChef แพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวม Food Truck ของไทย
  4. สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ (Enhance) โดยธนาคารไทยพาณิชย์จะนำ Tech Efficiency Program เข้ามาช่วยด้านการลดต้นทุนให้กับเอสเอ็มอีอย่างมีประสิทธิภาพ และ
  5. สร้างสภาพคล่อง (Financial Flexibilities) โดยธนาคารไทยพาณิชย์จะให้การสนับสนุนด้านสินเชื่อธุรกิจที่ให้กับเอสเอ็มอีด้วยวงเงินรวมทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท

“กลยุทธ์ทั้ง 5 ข้อนี้ ทางแสนสิริได้ดำเนินการช่วยเหลือตามข้อ 1-3 ไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มจากคู่ค้ารายย่อยของแสนสิริที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต ส่งผลให้ตลอดปี 2563 แสนสิริได้ให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีไปแล้วกว่า 900 ราย รวมเป็นวงเงินในการช่วยเหลือกว่า 4,000 ล้านบาท สำหรับปีนี้มั่นใจว่าโครงการให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและยั่งยืนขึ้น เพราะมีธนาคารไทยพาณิชย์เข้ามาร่วมผนึกกำลังและสานต่อการช่วยเหลือในข้อ 4 และข้อ 5 ในด้านการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินที่เหมาะสม เช่น การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ด้วยเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ผ่อนปรนและยืดหยุ่น ซึ่งจะช่วยให้เอสเอ็มอีรอดพ้นจากวิกฤตได้เร็วขึ้น” อภิชาติ กล่าว

อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB)

ด้าน อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ตระหนักถึงความสำคัญของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงพร้อมที่จะสนับสนุนและยืนหยัดอยู่เคียงข้างเอสเอ็มอีในทุกวิกฤต

ตลอดเวลาหนึ่งปีของสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในรูปแบบต่างๆ การช่วยหาช่องทางการขายเพื่อสร้างรายได้ใหม่ รวมถึงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับตัวเพื่อรับมือภาวะผันผวนของเศรษฐกิจ ซึ่งในช่วงแรกได้ให้ความช่วยเหลือรวมแล้วกว่า 4.02 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามความช่วยเหลือจากธนาคารอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีทั้งระบบก้าวพ้นวิกฤตนี้ไปได้ จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของประเทศ เพื่อร่วมกันช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในวงกว้างขึ้น

ดังนั้น การร่วมมือกับแสนสิริในโครงการ “SANSIRI x SCB: BUILD FOR ALL สร้างไปด้วยกัน” จึงเป็นการสานต่อปณิธานของธนาคารในการเข้าช่วยเหลือธุรกิจทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการผนึกศักยภาพที่แตกต่างกันของทั้งสององค์กรเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย นับเป็นโครงการต้นแบบบนแนวคิดเศรษฐกิจเกื้อกูลพึ่งพากันแบบเพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง ให้ร่วมมือกันฝ่าวิกฤตได้อย่างน่าชื่นชม

ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่แน่นแฟ้น ธนาคารยินดีที่จะให้ความร่วมมือใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่

1) สนับสนุนวงเงินสินเชื่อธุรกิจรวม 1,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจแก่ SMEs ไทยที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.99% เป็นระยะเวลา 3 เดือนแรก ให้กับกลุ่มลูกบ้านแสนสิริที่ประกอบธุรกิจ รวมถึงคู่ค้ากลุ่มผู้ประกอบการในเครือข่ายแสนสิริ ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ได้อย่างราบรื่น

2) มอบองค์ความรู้เพื่อเสริมศักยภาพทางด้านดิจิทัลและลดต้นทุนแก่กลุ่มผู้ประกอบการซัพพลายเชนของแสนสิริ ผ่านการจัดอบรมสัมมนา และ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสพบคู่ค้ารายใหม่ของธนาคาร

3) สนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารให้เข้าสู่แอปพลิเคชันโรบินฮู้ด (Robinhood) แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์ม (จีพี) ช่วยเพิ่มช่องทางขายการนอกเหนือจากหน้าร้าน ทั้งนี้ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งเป็นลูกบ้านของแสนสิริอีกกว่า 1,000 ครอบครัว

“ธนาคารไทยพาณิชย์อยากให้โครงการร่วมมือในครั้งนี้เป็นโครงการต้นแบบให้องค์กรขนาดใหญ่จับมือกันในการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กให้ประคองธุรกิจผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันเพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยในอนาคต และธนาคารจะเดินหน้าเฟ้นหารูปแบบความช่วยเหลือเพิ่มเติม และขยายเครือข่ายเศรษฐกิจเกื้อกูลไปสู่องค์กรธุรกิจชั้นนำอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสท่ามกลางวิกฤตให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และช่วยให้ประเทศไทยผ่านบททดสอบครั้งสำคัญนี้ไปได้อย่างมั่นคง”

อ่านเพิ่มเติม: “ดีป้า” จับมือ “เอไอเอส” และเครือข่ายพันธมิตรพลิก “การท่องเที่ยวภูเก็ต” ด้วยดิจิทัล


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP