ฮุนไดรับ “ต้นทุนสูง” ขายถูกไม่ได้ ทำยอดขายในไทยโตช้า ส่ง IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยกระตุ้น! ราคาพิเศษ 400 คันแรก 1.399 ล้านบาท

ฮุนไดรับ “ต้นทุนสูง” ขายถูกไม่ได้ ทำยอดขายในไทยโตช้า ส่ง IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยกระตุ้น! ราคาพิเศษ 400 คันแรก 1.399 ล้านบาท

“ฮุนได” เปิดเกมรุกตลาด EV ไทย! หลังยอมรับว่าต้นทุนการผลิตยังสูงจนแข่งขันด้านราคาได้ยาก ส่ง IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยเปิดตัวที่ราคา 1.399 ล้านบาท สำหรับ 400 คันแรก จากราคาปกติ 1.699 ล้านบาท หวังดันยอดขายปีนี้แตะ 2,800 คัน


    กระแสการแข่งขันในตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ผู้เล่นมากหน้าหลายตาจากหลากสัญชาติ เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ พร้อมขยายลงทุนสร้างโรงงานในประเทศไทย รวมถึงค่ายรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้อย่าง “ฮุนได” เช่นกัน โดยเริ่มเปิดตัวตระกูล IONIQ ครั้งแรกในปี 2021

    แต่ถึงอย่างนั้นภาพรวมยอดขายของตระกูล IONIQ (ทั้ง IONIQ 5, IONIQ 6 และรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N) ในประเทศไทย ถือว่าอยู่ในระดับ “ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม” (niche market) และยังไม่ได้สร้างตัวเลขหวือหวาเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าค่ายอื่นในระดับราคาใกล้เคียงกัน

    ล่าสุด ฮุนไดเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย พร้อมทำเซอร์ไพรส์ตลาดด้วยราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 1.399 ล้านบาท จำนวนจำกัด 400 คันแรก จากราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1.699 ล้านบาท เรียกได้ว่านี่น่าจะเป็นรุ่นที่กระตุ้นยอดขายให้กับฮุนไดในปีนี้ได้


    Jae Gyou Chung ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฮุนไดในประเทศไทย โดยเราต่อยอดความสำเร็จของ IONIQ 5 ในตลาดโลก ซึ่งเป็นรุ่นที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันยอดขายทะลุ 500,000 คันทั่วโลกของรถไฟฟ้าตระกูล IONIQ ของฮุนไดในปีที่ผ่านมา

    “โดย The new 2026 IONIQ 5 N Line ถือว่าเป็นรถที่ได้รับการปรับโฉมทั้งภายนอกและภายใน โดยการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพจาก IONIQ 5 มาเสริมคาแรกเตอร์และดีไซน์จากรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N ที่ดูเร้าใจและทันสมัยภายใต้สโลแกน Never Ordinary เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าไทย ที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร และต้องการรถ EV ที่มีดีไซน์แตกต่าง มีสไตล์ ที่ทำให้คนต้องหันมองทุกครั้งที่ได้เห็น” Chung กล่าว

Jae Gyou Chung


    Chung กล่าวอีกว่า การประกอบ The new 2026 IONIQ 5 N Line ในประเทศไทย ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของฮุนไดต่อศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากร พันธมิตรการผลิต ซัพพลายเชนยานยนต์ และมาตรฐานคุณภาพที่ตลาดสากลยอมรับ โดยปัจจุบัน IONIQ 5 มีการผลิตในโรงงานฮุนได 6 แห่ง จากทั้งหมด 14 แห่งทั่วโลก ได้แก่ เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย

    “ขณะที่ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ยังทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ที่ประกอบรุ่น N Line ต่อจากเกาหลีใต้ ณ เมือง Busan ประเทศไทยจึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในฐานประกอบ IONIQ 5 ของฮุนไดในเครือข่ายระดับโลก ผ่านการดำเนินงานของฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ทั้งในฐานประกอบรถพลังงานไฟฟ้าและโรงงานแบตเตอรี่แรงดันสูง” Chung กล่าวสรุป

Inhwa Kim


    ด้าน Inhwa Kim ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ HMMT กล่าวว่า “โรงงานของฮุนไดในประเทศไทยตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ มีขนาดราว 28,500 ตารางเมตร และมีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 5,000 คัน/ปี โดยมีศักยภาพในการประกอบได้ทั้งรถยนต์และแบตเตอรี่แรงดันสูง

    “เราให้ความสำคัญกับความแม่นยำและความปลอดภัยสูงสุด มีการใช้เทคโนโลยี เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติจากประเทศเกาหลีใต้ ผสานการทำงานภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากฮุนได เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้มั่นใจว่ารถยนต์ที่ประกอบออกจาก HMMT ทุกคัน จะอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับรถยนต์ฮุนไดทั่วโลก” Kim กล่าว

วัลลภ เฉลิมวงศาเวช


    วัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยปีนี้เติบโตเล็กน้อย ผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ สำหรับฮุนได 6 เดือนแรกของปีนี้มียอดขายประมาณ 1,000 คัน ซึ่งถือว่ายังน้อยไป เนื่องจากการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line ที่ล่าช้าออกมา จากเดิมที่ตั้งใจจะเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ในช่วงเดือนเมษายน

    “อุปสรรคของเราที่ผ่านมาคือเรื่องต้นทุนและราคา เนื่องจากเรามีต้นทุนที่สูงมาก ทำให้ขายในราคาถูกไม่ได้ แต่สำหรับ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบในไทยที่เปิดตัววันนี้ มาพร้อมราคา early bird ที่ดีมากๆ และสำหรับลูกค้าที่ซื้อตอนนี้ เรามีรถพร้อมส่งมอบทันที โดยตั้งเป้าประกอบจากโรงงานในไทย 100 คัน/เดือน และตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งปีไว้ที่ 2,800 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มียอดขาย 2,300 คัน”

    สำหรับ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ยังคงใช้จุดแข็งของแพลตฟอร์ม EV ของฮุนได E-GMP ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะ มาพร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ และแบตเตอรี่ lithium-ion แบบ liquid cooled ความจุ 84 kWh เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม Exclusive (Long Range) ที่มีความจุ 72 kWh โดยแบตเตอรี่มีแรงดัน 697 โวลต์ และสามารถซ่อมบำรุงได้ด้วยการเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นรายโมดูล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาในระยะยาว


    พร้อมให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 530 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ลดความกังวลเรื่องระยะทางในการขับขี่ สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ EV เป็นรถหลักของครอบครัว ทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางข้ามจังหวัด

    ด้านการชาร์จ The new 2026 IONIQ 5 N Line รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที ช่วยลดเวลารอระหว่างเดินทางไกล และรองรับการชาร์จ AC สูงสุด 10.5 kW ผ่านหัวชาร์จ Type 2 โดยใช้เวลาชาร์จจาก 10% ถึง 100% ประมาณ 7 ชั่วโมง 35 นาที เหมาะกับการชาร์จที่บ้านในช่วงกลางคืนหรือที่พักอาศัย



    The new 2026 IONIQ 5 N Line เป็นรุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อม Hyundai Bluelink Connected Car Services เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารกับรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เพิ่มทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความมั่นใจในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถเปิดแอปเพื่อตรวจสอบความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง เช่น สถานะการล็อก สถานะรถ และข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ สามารถปลดล็อกหรือล็อกรถผ่านแอป เปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ ค้นหาตำแหน่งรถในลานจอด เปิดแผนที่ผ่านหน้าจอระหว่างเดินทาง และรับการแจ้งเตือนหากเกิดเหตุผิดปกติหรือความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมรถ ทั้งนี้ Hyundai Bluelink และ OTA เปิดให้ใช้งานฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ

    ด้านความปลอดภัย The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อม Hyundai SmartSense หรือ ADAS เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะรวม 17 ระบบ ครอบคลุมทั้งการขับขี่บนทางด่วน การเดินทางในเมือง การเปลี่ยนเลน การถอยรถ และการจอดในพื้นที่จำกัด

    สำหรับ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Midnight Black Pearl, สีขาว Optic White และสีเทา Titan Gray Metallic



ภาพ: ฮุนได



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Honda ปรับเกมราคา! ยอมรับลูกค้าหลุดไปคู่แข่ง เผยแผนสู้ EV พร้อมส่ง City ใหม่ลุยตลาด ปลายปีเตรียมเปลี่ยนโลโก้-รีโนเวตโชว์รูม

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine