Honda ปรับเกมราคา! ยอมรับลูกค้าหลุดไปคู่แข่ง เผยแผนสู้ EV พร้อมส่ง City ใหม่ลุยตลาด ปลายปีเตรียมเปลี่ยนโลโก้-รีโนเวตโชว์รูม

Honda ปรับเกมราคา! ยอมรับลูกค้าหลุดไปคู่แข่ง เผยแผนสู้ EV พร้อมส่ง City ใหม่ลุยตลาด ปลายปีเตรียมเปลี่ยนโลโก้-รีโนเวตโชว์รูม

ยังคงตั้งเป้ายอดขายในไทยทั้งปีไว้ที่ 76,000 คัน และล่าสุดทำได้แล้ว 31,200 คัน “Honda” ยอมรับแรงกดดันจากการแข่งขันที่เปลี่ยนไป ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและคู่แข่งรายใหม่ พร้อมเดินหน้าปรับกลยุทธ์ ต้องสู้ด้วย “ราคา-ดีไซน์-เทคโนโลยี” ส่ง Honda City รุ่นใหม่ลุยตลาด ราคาเริ่มต้น 569,000 บาท ช่วงปลายปีนี้เตรียมเปลี่ยนโลโก้และรีโนเวตโชว์รูมทั่วประเทศ


    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Honda City ใหม่ พร้อมกันทั้งตัวถังซีดานและแฮตช์แบ็ก โดยมีให้เลือก 2 ระบบขับเคลื่อน 4 รุ่นย่อย ได้แก่ e:HEV RS, e:HEV SV, e:HEV V และ VTEC Turbo S พร้อมปรับราคาใหม่เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยรุ่นซีดานมีราคาเริ่มต้น 569,000-739,000 บาท ขณะที่รุ่นแฮตช์แบ็กมีราคา 579,000-749,000 บาท ซึ่งเป็นราคาพิเศษช่วงเปิดตัว

    นอกจากการเปิดตัว Honda City ใหม่แล้ว ผู้บริหาร Honda ยังเปิดเผยทิศทางการทำตลาดในประเทศไทย ทั้งกลยุทธ์การดึงลูกค้ากลับสู่แบรนด์ การแข่งขันในตลาดที่มีทั้งผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นและจีน รวมถึงทิศทางการลงทุนในเทคโนโลยีไฮบริดและการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ในอนาคต

    Koji Iwanami ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า Honda City ใหม่ ถูกวางตำแหน่งให้ตอบโจทย์ลูกค้า 3 กลุ่ม ได้แก่ ลูกค้าเดิม ลูกค้าที่ใช้รถแบรนด์อื่น และลูกค้าใหม่ โดยบริษัทมั่นใจว่าการปรับทั้งราคา ดีไซน์ และฟังก์ชันครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น

    ทั้งนี้ Honda ตั้งเป้ายอดขาย Honda City ใหม่ไว้ที่ 40,000 คันในปีแรก หรือเฉลี่ยประมาณ 3,200 คันต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากยอดขายรุ่นเดิมที่ปัจจุบันอยู่ราว 2,500 คันต่อเดือน โดยปัจจุบันมียอดจองล่วงหน้า (pre-booking) แล้วประมาณ 5,000 คัน และคาดว่าสัดส่วนยอดขายจะมาจากรุ่น e:HEV V ประมาณ 30% ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ VTEC Turbo จะมีสัดส่วนประมาณ 10% เนื่องจากเป็นรุ่นที่ช่วยให้บริษัทสามารถกำหนดราคาเริ่มต้นที่แข่งขันได้


ปรับเกมใหม่ ยอมรับลูกค้าหลุดไปคู่แข่งและ EV

    Koji ยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา Honda สูญเสียลูกค้าบางส่วนให้กับคู่แข่ง เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านราคา ดีไซน์ เทคโนโลยี รวมถึงการเติบโตของตลาด EV

    “ลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งเรื่องราคา ดีไซน์ และเทคโนโลยี ขณะที่รถ EV ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าบางส่วนเปลี่ยนไปเลือกแบรนด์อื่น”

    ด้วยเหตุนี้ Honda City ใหม่จึงให้ความสำคัญกับการกำหนดราคา การออกแบบ และการเพิ่มฟังก์ชันดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

    สำหรับการแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์จีน Koji กล่าวว่า ผู้บริโภคเลือกซื้อรถ EV ด้วยเหตุผลหลายด้าน ทั้งราคา เทคโนโลยี และดีไซน์ โดยยอมรับว่าหากเป็นลูกค้าที่ต้องการรถ EV โดยเฉพาะ Honda อาจแข่งขันได้ยากกว่า แต่หากเป็นการแข่งขันด้านราคา การออกแบบ และเทคโนโลยี บริษัทเชื่อว่ายังสามารถแข่งขันได้ ซึ่ง Honda City ใหม่เป็นหนึ่งในแนวทางดังกล่าว


มั่นใจไฮบริดของตัวเอง แม้รถจีนเร่งเกมราคา

    สำหรับตลาดรถยนต์ไฮบริดที่ผู้ผลิตจีนเริ่มเข้ามาแข่งขันมากขึ้น Koji มองว่า จุดแข็งสำคัญของ Honda คือเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทุกจังหวัด บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และระบบบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง

    นอกจากนี้ Honda ยังเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีไฮบริด และพัฒนาระบบดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเครื่องยนต์ให้ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    Koji กล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีข้อได้เปรียบด้านราคา ทั้งในกลุ่ม HEV, PHEV และ EV ซึ่ง Honda ไม่ได้ตั้งเป้าจะลดราคาลงไปแข่งขันโดยตรงหรือลดราคาลงไปเท่ากัน แต่การพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก ขณะที่ผู้ผลิตบางรายยังอาจต้องเผชิญความท้าทายด้านคุณภาพของการพัฒนาเครื่องยนต์ให้ทำงานร่วมกับระบบไฮบริด



คงเป้ายอดขายทั้งปี 76,000 คัน มองตลาดรวมโตแตะ 660,000 คัน

    แม้การแข่งขันในตลาดจะรุนแรงขึ้น แต่ Honda ยังคงเป้ายอดขายรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ไว้ที่ 76,000 คัน โดยมียอดขายสะสมถึงปัจจุบันแล้ว 31,200 คัน

ขณะที่ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมียอดขายรวมประมาณ 660,000 คัน โดยกลุ่มรถยนต์นั่ง (passenger car) จะเติบโตมากที่สุด

    "หากทำตลาดในประเทศไทยไม่ได้ ก็คงทำตลาดที่ไหนไม่ได้แล้ว” Koji กล่าว พร้อมระบุว่าแม้สัดส่วนรถยนต์ญี่ปุ่นในตลาดจะลดลง แต่ยังไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวล และมองว่าตลาดรถยนต์ไทยยังมีศักยภาพเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

    สำหรับการที่ Honda Global ปรับลดการลงทุนด้าน EV และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในเทคโนโลยีไฮบริดมากขึ้น Koji มองว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อประเทศไทย เนื่องจากบริษัทจะเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีไฮบริด ซอฟต์แวร์ และระบบสมาร์ทคาร์ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต

    นอกจากนี้ Koji ยังกล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นจากภาครัฐคือมาตรการสนับสนุนรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยมากกว่ารถนำเข้า รวมถึงการกำหนดนโยบายที่เป็นธรรมกับทุกเทคโนโลยี เนื่องจากปัจจุบันมาตรการหลายด้านให้น้ำหนักกับ EV มากกว่า


เตรียมเปลี่ยนโลโก้ใหม่ รีแบรนด์โชว์รูมกว่า 200 แห่ง

    นอกจากแผนด้านผลิตภัณฑ์แล้ว Koji ระบุว่า Honda เตรียมทยอยปรับอัตลักษณ์องค์กร (CI) และเปลี่ยนโลโก้ H Mark ใหม่ในโชว์รูมทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นต้นไป

    ปัจจุบันโลโก้ใหม่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้กับรถยนต์รุ่นใด รวมถึง Honda City ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว ขณะเดียวกัน Honda ยังปรับกลยุทธ์การตลาดด้วย Music Marketing โดยดึง MILLI มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ Honda City เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และเชื่อมโยงแบรนด์กับกลุ่ม Gen Z มากขึ้น




ภาพ : Honda



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ขาดทุนในรอบ 70 ปี! Honda ปรับเกมยานยนต์ครั้งใหญ่ คุมงบ EV-พักโรงงานแบตเตอรี่ ทุ่มทรัพยากรสู่ “ไฮบริด” ตั้งเป้ากำไรสูงสุดใหม่

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine