เมื่อ “ม้าลำพอง” อยากลองไฟ! หุ้น Ferrari ดิ่ง หลังเปิดตัว “Luce” ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของแบรนด์ ที่สร้างเสียงแตกในตลาด

เมื่อ “ม้าลำพอง” อยากลองไฟ! หุ้น Ferrari ดิ่ง หลังเปิดตัว “Luce” ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของแบรนด์ ที่สร้างเสียงแตกในตลาด

Ferrari เปิดตัว “Luce” รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกของแบรนด์ แต่แทนที่โลกจะว้าว โซเชียลดันเสียงแตกหนัก! บางคนบอก “โคตรล้ำ” บางคนบอก “Ferrari ไม่เหมือนเดิมแล้ว” แถมหุ้นยังร่วงกว่า 8% หลังเปิดตัวไม่นาน


    ผู้ผลิตรถสปอร์ตหรู Ferrari เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกของบริษัทในชื่อรุ่น “Luce” ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 640,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 20.9 ล้านบาท)

    รถรุ่นใหม่นี้แตกต่างจากภาพจำของ Ferrari แบบเดิม เพราะเป็น Ferrari รุ่นแรกที่มี 5 ที่นั่ง และได้รับการออกแบบร่วมกับ LoveFrom เอเจนซีด้านดีไซน์ที่ก่อตั้งโดย Sir Jony Ive อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple

    หลังเปิดตัวก็เรียกได้ว่ากระแสโซเชียลมีเดียนั้นมีทั้งด้านบวกและลบ ตั้งแต่การวิจารณ์ว่า “เหมาะเอาไปทิ้งในกองขยะ” ไปจนถึงการชื่นชมว่าเป็น “งานออกแบบระดับมาสเตอร์คลาส” โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หุ้นของ Ferrari ร่วงลงมากกว่า 8% ในตลาดหุ้นมิลาน และมากกว่า 5% ในตลาดนิวยอร์ก

    ขณะที่คู่แข่งในตลาดซูเปอร์คาร์อย่าง Lamborghini และ Porsche ต่างลดระดับแผนพัฒนารถ EV ลง เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ และการแข่งขันรุนแรงจากแบรนด์จีน

    Benedetto Vigna ซีอีโอของ Ferrari กล่าวที่กรุงโรมว่า Luce ซึ่งในภาษาอิตาเลียนแปลว่า “แสง” ใช้เวลาพัฒนานานถึง 5 ปี

    Vigna ยังได้นำรถรุ่นใหม่ไปให้ Pope Leo ชมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยพระองค์ได้ทดลองนั่งในรถ และได้รับพวงมาลัยของรถคันดังกล่าวเป็นของที่ระลึก

    ก่อนหน้านี้ Ferrari เคยปฏิเสธแนวคิดการทำรถยนต์ไฟฟ้าล้วน และเลือกพัฒนารถไฮบริดที่ใช้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้าแทน แต่ล่าสุดบริษัทเตรียมเดินหน้าผลิต EV อย่างเต็มตัว

    สำหรับ Luce ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ Ferrari ผลิตเองติดตั้งในแต่ละล้อ ช่วยให้รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ได้ภายในราว 2.5 วินาที

    บริษัทระบุว่า ชิ้นส่วนทั้งหมดผลิตภายในบริษัทเอง เพื่อให้สามารถซ่อมบำรุงรถได้ต่อเนื่องในอนาคต และช่วยรักษามูลค่าการขายต่อของ Luce

    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่ EV ต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย รวมถึง Ford และ Volkswagen หันกลับมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ใช้น้ำมันมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐฯ เนื่องจากความต้องการ EV ที่ต่ำ และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบภายใต้การบริหารของ Donald Trump ซึ่งได้ลดแรงจูงใจสำหรับผู้ซื้อรถ EV

    ก่อนหน้านี้ การเปิดตัวรถต้นแบบไฟฟ้าของ Jaguar ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน เพราะละทิ้งดีไซน์คลาสสิกของแบรนด์

    และการเปิดตัว Luce ของ Ferrari ก็เผชิญเสียงวิจารณ์ในลักษณะเดียวกัน

    บัญชีหนึ่งบน X โพสต์ว่า “Ferrari ทำลายแบรนด์ตัวเองเหมือนที่ Jaguar เคยทำ รถคันนี้เหมาะเอาไปกองในสุสานรถมากกว่า”

    อีกบัญชีหนึ่งโพสต์ว่า “เกิดอะไรขึ้นกับผู้ผลิตรถหรูยุโรป? ก่อนหน้านี้ Jaguar และตอนนี้ก็ Ferrari”

    อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มองในแง่ลบ โดยมีโพสต์หนึ่งระบุว่า “นี่คืองานออกแบบระดับมาสเตอร์คลาส Ferrari เพิ่งเปิดตัวคอนเซปต์ LUCE ที่น่าทึ่ง และมันคือเกมเชนเจอร์อย่างแท้จริง”

    Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari ให้สัมภาษณ์กับยูทูบเบอร์ Cleo Abram ว่า เสียงวิจารณ์ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนวัตกรรม

    เขายอมรับว่า Ferrari ไฟฟ้าที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่เป็นสิ่งที่ “สร้างความเห็นแตกแยก” แต่เชื่อว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผู้คนจะเริ่มชื่นชมมันมากขึ้น

    Ferrari ยังระบุด้วยว่า บริษัทจะยังคงผลิตทั้งรถใช้น้ำมัน รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าควบคู่กันต่อไป

    ขณะเดียวกัน คู่แข่งโดยตรงของ Ferrari หลายรายเริ่มถอยห่างจากเป้าหมาย EV

    Lamborghini ยกเลิกแผนเปิดตัวรถไฟฟ้าล้วน และหันไปเน้นรถไฮบริดแทน โดยให้เหตุผลว่าความต้องการรถ EV หรูระดับไฮเอนด์ยังต่ำ

    ด้าน Porsche ก็ลดระดับแผน EV ลงเช่นกัน หลังเผชิญยอดขายอ่อนแอในจีน และผลกระทบจากภาษีนำเข้าในสหรัฐฯ

    ผู้ผลิตรถยนต์ฝั่งตะวันตกยังต้องเผชิญการแข่งขันอย่างหนักจากแบรนด์รถยนต์จีน ซึ่งสามารถผลิตรถได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่า

    ปัจจุบัน Ferrari เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในยุโรป โดยบริษัทพึ่งพากลยุทธ์การขายรถแบบ “หายากและพิเศษ” ซึ่งช่วยให้ Ferrari รับมือแรงกดดันได้ดีกว่าคู่แข่งหลายราย

    ถึงอย่างนั้น หุ้นของ Ferrari ก็ร่วงลงมากกว่า 30% ในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนภาวะซบเซาของตลาดสินค้าแบรนด์หรูทั่วโลก หลังเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อสินค้าระดับไฮเอนด์



แปลและเรียบเรียงจาก Ferrari shares slump after it unveils first fully electric car



ภาพ: โรลส์-รอยซ์



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : โรลส์-รอยซ์ นำเสนอ “โปรเจ็กต์ ไนติงเกล” อัครยนตรกรรมผลิตพิเศษ จำกัด 100 คันทั่วโลก

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine