‘เซ็นกรุ๊ป’ ทำถึง! เสิร์ฟส้มตำปลาร้า-ส้มตำไทยถึงบ้าน ใส่กล่องวางขายครั้งแรกที่แม็คโคร-โลตัสมากกว่า 1,500 สาขาต้นเดือนเมษายนนี้ พร้อมต่อยอดขยายแบรนด์อาหารไทยเน้นภูมิภาคเอเชีย ดันเป้าขาย 4,500 ล้านบาทปีนี้
สรรคนนท์ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เพื่อขยายสาขาร้านอาหารที่ลงทุนโดยบริษัทใหม่ 8 แห่งในประเทศ และปรับโฉมสาขาเก่าของแบรนด์ Zen, AKA และ On the Table ให้มีความทันสมัยมากขึ้น
ขณะเดียวกันจะเน้นขยายธุรกิจในระบบแฟรนไชส์เพิ่มอีก 24 แห่ง แบ่งเป็น ในประเทศ 12 แห่ง และต่างประเทศ 12 แห่ง โดยจะเน้นแบรนด์อาหารไทยเป็นหลัก ได้แก่ เขียง ตำมั่ว และลาวญวน

ปัจจุบันเซ็นกรุ๊ปมีร้านอาหารในเครือ 10 แบรนด์ รวมกว่า 317 สาขา แบ่งเป็นตำมั่ว 76 สาขา ลาวญวน 36 สาขา เขียง 53 สาขา On the Table 36 สาขา และ AKA 50 สาขา ที่เหลือเป็นอื่นๆ การขยายสาขาที่บริษัทลงทุนเองมี 177 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 140 สาขา ครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

“ปีนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เราจะเน้นขยายธุรกิจอาหารไทยในต่างประเทศมากกว่าในประเทศ การเร่งเครื่องเปิดร้านอาหารไทยเพราะเป็นหนึ่งใน soft power ที่รัฐบาลโปรโมต” ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาดของเซ็นกรุ๊ปกล่าว และว่า เซ็นกรุ๊ปผ่านเศรษฐกิจและความท้าทายมาทุกรูปแบบใน 30 ปีที่ผ่านมา ด้วยประสบการณ์ดังกล่าวพร้อมทีมบริหารรุ่นใหม่ และโครงสร้างธุรกิจอาหารที่หลากหลาย บริษัทจึงมี growth engine หลากหลายแบรนด์
ศิรุวัฒน์กล่าวถึงแผนธุรกิจในต่างประเทศว่า ปีนี้จะมีเปิดร้านเขียงสาขาใหม่เพิ่มขึ้นในเวียงจันทน์อีก 2 สาขา รวมเป็น 4 สาขาในสิ้นปี และจะเปิดในฟิลิปปินส์อีก 5 สาขา ส่วนร้านแฟรนไชส์ใหม่ในลาวและฟิลิปปินส์จะเปิดอย่างละสาขาในไตรมาสแรกของปีนี้
นอกจากนี้ยังเตรียมขยายแฟรนไชส์แบรนด์ ลาวญวน ร้านอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมทางอาหารของ 3 เชื้อชาติลุ่มแม่น้ำโขง (ไทย-ลาว-เวียดนาม) เพื่อตอบโจทย์ให้กับกลุ่มคนวัยทำงาน และกลุ่มครอบครัวที่มองหาอาหารเพื่อสุขภาพ และ On The Table เป็นครั้งแรกในเวียงจันทน์ในไตรมาสสองปีนี้ด้วย
“การที่เราเข้าไปเปิดแบรนด์เขียงในลาวมา 13 ปี ทำให้เรารู้ว่าคนลาวชอบอาหารไทยรสชาติแบบไหน ส่วนในมาเลเซียมีเขียงเปิดแล้ว 3 สาขา ได้รับความนิยมมาก คนมาเลเซียคุ้นเคยกับอาหารไทยเป็นอย่างดี เพราะมาเลเซียเป็นประเทศที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากเป็นอันดับสองรองจากจีน” ศิรุวัฒน์บอก
สำหรับในเมืองไทย จอมขวัญ จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร กล่าวว่า บริษัทจะเปิดร้าน flagship store ของ Zen แห่งใหม่ในสไตล์โมเดิร์น ที่ Central Eastville และเปิดอีก 4 สาขาใหม่ของ AKA ร้านอาหารปิ้ง-ย่างสไตล์ญี่ปุ่น ในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างประสบการณ์ปิ้ง-ย่างที่สนุกสนานให้กลุ่มลูกค้านักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และตอกย้ำความเป็นหนึ่งในตลาดยาคินิคุ

ส่วน On the Table ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่ Japanese with a Twist จะ up lift ดีไซน์ที่สดใส มีมุมมองในร้านที่ทันสมัยมากขึ้น พร้อมเมนูอาหารใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่กลุ่มครอบครัว คนวัยทำงานที่ชอบ hang-out กับกลุ่มเพื่อนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ทั้งนี้ ปัจจุบัน On the Table มีสาขาทั้งสิ้น 36 สาขา
ส่วนแบรนด์ตำมั่ว ร้านอาหารไทย-อีสาน ได้ refresh brand ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จึงพร้อมจะแข่งขันกับแบรนด์อาหารทุกแบรนด์ในศูนย์การค้า ปัจจุบันตำมั่วมีสาขาทั้งหมด 76 สาขา ลงทุนเอง 9 สาขา และแฟรนไชส์ในประเทศ 66 สาขาและต่างประเทศ 1 สาขา เน้นเจาะกลุ่มครอบครัว คนทำงาน ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดจ้าน ส่วนแบรนด์ Sushi Cyu & Carnival ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ยังไม่มีรายละเอียดของการเปิดสาขาใหม่ปีนี้
นอกจากขายอาหารในร้านอาหารแล้ว บริษัทยังขยายช่องทางการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ อาทิ การขายผ่านช่องทางขายปลีก โดยนำร่องส่งน้ำปลาร้าสูตรเด็ด แบรนด์ ‘ตำมั่ว’ เข้าไปขายคู่กับชุดผักส้มตำพร้อมปรุง โดยมี 2 ผลิตภัณฑ์ คือ “ชุดผักส้มตำปลาร้า” และ “ชุดผักส้มตำไทย” ซึ่งจะวางขายที่แม็คโครและโลตัสกว่า 1,500 สาขาทั่วประเทศ เริ่ม 1 เมษายนนี้
นอกจากนี้ยังตั้งเป้าว่าจะมีสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดทุกเดือน และขยายช่องทางขายไปยังร้านสะดวกซื้อในอนาคต เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างและครอบคลุมมากที่สุด
ศิรุวัฒน์ กล่าวว่าปัจจุบันธุรกิจของเซ็นกรุ๊ปมีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
1.ธุรกิจร้านอาหาร มีแบรนด์ในเครือรวมทั้งหมด 10 แบรนด์ ประกอบด้วยแบรนด์อาหารญี่ปุ่น 6 แบรนด์ คือ Zen, AKA, On the Table, Din's, TETSU, Sushi Cyu & Carnival และแบรนด์อาหารไทย 4 แบรนด์ คือ เขียง, ตำมั่ว, ลาวญวน, De Tummour ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่ร้านอาหารระดับ premium ไปถึงร้านอาหารแนว casual dining
2.ธุรกิจแฟรนไชส์
3.ธุรกิจผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย
บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้นในปี 2567 กว่า 4,000 ล้านบาท มาจากธุรกิจร้านอาหาร 70% ที่เหลือเป็นแฟรนไชส์และผลิตวัตถุดิบและจัดจำหน่าย คาดการณ์ว่ารายได้รวมทุกธุรกิจในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 4,500 ล้านบาท และมีการเติบโตเฉลี่ย 10% ทุกปี
ภาพ: เซ็นกรุ๊ป
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ส่องเทรนด์ ‘ซูชิ’ อาหารญี่ปุ่นครองใจคนไทย โดยเฉพาะ ‘ร้านซูชิสายพาน’ มาแรงจนเป็นกระแสบนโลกโซเชียล
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine