เขาคือใคร? รู้จักกับเหล่านักธุรกิจ "shark ใหม่" จากรายการ Shark Tank Thailand ซีซั่น 4

เขาคือใคร? รู้จักกับเหล่านักธุรกิจ "shark ใหม่" จากรายการ Shark Tank Thailand ซีซั่น 4

ใครเป็นใครกันบ้าง? ForbesThailand ชวนมารู้จักกับประวัติคร่าวๆ ที่น่าสนใจของเหล่านักธุรกิจแต่ละคนที่จะคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเป็นกรรมการ หรือเรียกได้ว่า "Shark ใหม่" ในรายการ Shark Tank Thailand ซีซั่น 4 ล่าสุดนี้


    Shark Tank ​รายการเรียลลิตี้ด้านธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมากทั้งในประเทศออสเตรเลียหรือสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีผู้สนใจซื้อลิขสิทธิ์ Shark Tank จาก Sony Pictures Entertainment มาทำรายการในรูปแบบภาษาต่างๆ แล้วถึง 55 ประเทศทั่วโลก และไทยเองก็เป็น 1 ในนั้นด้วยเช่นกัน ซึ่งทาง บริษัท มีเดีย แท็งค์ จํากัด คือ ผู้ร่วมผลิตรายการ Shark Tank Thailand เพื่อออกอากาศผ่านทางโทรทัศน์ช่อง 7HD นับตั้งแต่ซีซั่น 1 ที่ออกอากาศในปี 2561, ซีซั่น 2 ออกอากาศในปี 2563, ซีซั่น 3 ออกอากาศในปี 2565 และในซีซั่น 4 ซึ่งเป็นซีซั่นล่าสุดนี้ เริ่มทำการออกอากาศไปตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมปี 2566 ที่ผ่านมา 

    สำหรับเนื้อหาหลักของรายการจะเป็นการนำเสนอธุรกิจประเภทต่างๆ จากผู้ประกอบการ SME ที่มีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้เหล่าบรรดานักธุรกิจชื่อดังที่ประสบความสำเร็จ จำนวน 5 คน ที่ร่วมรายการในแต่ละ Ep. กลายร่างมาเป็นนักล่าของการลงทุนในรูปแบบ "ฉลามเพชฌฆาต" หรือเรียกด้วยคำจำกัดความง่ายๆ ได้ว่า "Shark นักลงทุน" โดยพวกเขาสามารถซักถามข้อมูลและแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนก่อนที่จะพิจารณาตัดสินใจว่าอยากจะร่วมทุนให้เงินสนับสนุนธุรกิจดังกล่าวเดินหน้าขยับขยายการเติบโตในอนาคตเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมารายการนี้ นอกจากจะมีส่วนช่วยสนับสนุนธุรกิจ SME ใหม่ๆ ให้เติบโตขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งมากมายแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เหล่าบรรดา "Shark นักลงทุน" ในรายการต่างเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงมากขึ้นกว่าเดิมในกระแสโซเชียลอีกด้วย 

​

"Shark นักลงทุน" หน้าเก่า ที่ร่วมโชว์ในรายการซีซั่น 1-3 ก่อนหน้านี้ ได้แก่ 



“เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี” 

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด

​


"กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ" 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA และผู้ก่อตั้งบริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด



​“กฤษณ์ ศรีชวาลา” 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟิโก้ กรุ๊ป และ ฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด



​“ประพล มิลินทจินดา” 

ประธาน คอมมูนิตี้มอลล์ พิเพิล พาร์ค อ่อนนุช



​“หมู-ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์” 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุ๊คบี จำกัด ผู้บริหารกองทุน 500 TukTuks



​“จิง-ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ” 

รองประธานกรรมการอาวุโส กลุ่มบริษัท ไทยซัมมิทฯ



​“ท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” 

ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด


​

ด้าน "Shark นักลงทุน" หน้าใหม่ ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเสริมทัพ ให้เงินสนับสนุนธุรกิจในซีซั่น 4 ได้แก่


​

    “หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บิวตี้ เจมส์ จำกัด ถือเป็นนักธุรกิจและเซเลปคนดังที่รู้จักกันดีในแวดวงสังคมและแฟชั่นและยังคว่ำหวอดประสบความสำเร็จอยู่ในวงการจิวเวลรี่มายาวนาน เขาคือทายาทรุ่น 3 ของอาณาจักรธุรกิจค้าเครื่องประดับอัญมณี เพชรแท้ แบรนด์ดังอย่าง "บิวตี้ เจมส์"


​

    “เนย-สริศราว์ ลิ่วเฉลิมวงศ์” ซีอีโอ บริษัท โกลบอล ไพร์ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด นักธุรกิจสาวสวยดีกรีเจ้าของบริษัทฟินเทคสัญชาติไทย ที่ให้บริการระบบรับชำระเงินออนไลน์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการรับชำระเงินด้วย Credit Card, QR Code Bill Payment, Mobile Banking, WeChatPay, Alipay หรือ E-wallet ต่างๆ ครอบคลุมตั้งแต่ กลุ่มธุรกิจบริการ สินค้าอุปโภค บริโภค และธุรกิจอาหาร ในระดับร้านค้ารายย่อย บน Social Commerce, และ E-commerce ต่อเนื่องไปถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยธุรกิจ GB Prime Pay ของเนยใช้เวลาเพียง 6 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นแท่นมาเป็นผู้เล่นรายหลักในตลาด E-payment ไดัอย่างสวยงาม แม้ในตลาดจะมีผู้เล่นหลายรายแข่งขันกันอย่างดุเดือดก็ตาม และที่สำคัญไปกว่านั้น เธอยังสามารถปิดดีลใหญ่ได้ด้วยการควบรวมกิจการกับบริษัทยูนิคอร์นระดับโลก



    “ต้น-เดิมพัน อยู่วิทยา” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แรพพิด กรุ๊ป เห็นนามสกุลของนักธุรกิจหนุ่มสายฟินเทคที่ฟังดูแล้วคุ้นหู โดยต้นบอกว่าเมื่อพ่อแม่เลิกกันเขาก็กลับมาใช้นามสกุลของคุณแม่ตามเดิม ซึ่งธุรกิจของเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของตระกูล "อยู่วิทยา" แต่อย่างใด เขาคือผู้พัฒนานวัตกรรมและปฏิวัติบริการทางการเงินสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์มือสองครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย โดยเหตุผลหลักของการปลุกปั้นธุรกิจนี้เป็นผลจากการคลุกคลีกับธุรกิจของครอบครัวอย่างวงการรถยนต์เต็นท์มือสองมานาน จึงมองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจว่ามีปัญหาตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการให้บริการทางด้านการเงินที่ยังมีช่องว่างอีกมากมาย


​

    “นิชิตา ชาห์” ผู้บริหารกลุ่ม จีพี กรุ๊ป  นักธุรกิจหญิงเชื้อสายอินเดียที่เคยมีรายชื่อติดอยู่ในอันดับมหาเศรษฐีของไทย เธอคือทายาทรุ่นที่ 3 ของบริษัทขนส่งทางทะเลที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ถึง 150 ปี และยังเป็นลูกสาวคนโตแห่งอาณาจักรของครอบครัวซึ่งทำธุรกิจหลากหลายนับตั้งแต่เดินเรือ ยา อาหารเสริม ก่อสร้าง พลังงาน เหมืองแร่ เคมีภัณฑ์ อะลูมิเนียม โรงแรม ส่งออกสินค้าเกษตร นายหน้าประกันภัย ต่อเนื่องไปจนถึงซอฟต์แวร์และเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ปัจจุบันเธอยังเจริญรอยตามวิสัยทัศน์ของผู้เป็นพ่อ นั่นก็คือการเข้าไปลงทุนกับกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่ๆ ที่มีความน่าสนใจ



​    “กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล” ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป นักธุรกิจหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและยังมากประสบการณ์หลังจากคลุกคลีอยู่ในซิลิคอน แวลลีย์ ในการเพาะบ่ม startup ผู้ประกอบการรายเล็กให้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ของธุรกิจที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ก็น่าจะทำให้เขาสามารถพิจารณาผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทยที่ผ่านเข้ามาในรายการนี้ได้เป็นอย่างดี


 

   “สิทธิ-สิทธิ ศรีชวาลา” ทายาทหรือลูกชายคนเดียวของ "กฤษน์ ศรีชวาลา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟิโก้ กรุ๊ป และ ฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แม้สิทธิจะอายุยังน้อยแต่ด้วยประสบการณ์ที่คอยติดสอยห้อยตามคุณพ่อไปดูแลธุรกิจต่างๆ อยู่เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้เขาซึมซับและเข้าใจในวิถีการบริหารธุรกิจของคุณพ่อภายใต้บริษัท ฟิโก้ กรุ๊ป มากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ในการปล่อยเช่าตึกหรืออาคารต่างๆ รวมถึงร้านอาหารและบาร์ เป็นต้น

​

​ 

   “ยุ้ย-กันธิชา ฉิมศิริ” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของธุรกิจด้านความงาม โดยเธอมีความสนใจและเชี่ยวชาญในเรื่องของการเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นักบริหารพอร์ทหุ้น รวมถึงการเป็นนักสะสมรถยนต์ โดยเก็บสะสมตั้งแต่รถโบราณ รถ Used car และรถยนต์ซูเปอร์คาร์ 



​    รวมถึง “กร-กรวิชญ์ ณรงคนานุกูล” กรรมการบริษัท/กรรมการบริหาร TPCS public company limited นักธุรกิจที่เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอีคอมเมิร์ซ

​

​

 

   อย่างไรก็ตาม Shark Tank Thailand ซีซั่น 4 จะมีความแตกต่างจาก 3 ซีซั่นที่ผ่านมา เพราะรูปแบบรายการจะมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยไฮไลท์พิเศษที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรายการ ก็คือ เหรียญ Golden Ticket ที่จะมอบให้กับ “ชาร์ค” ทุกท่านได้ครอบครองคนละ 1 เหรียญ ซึ่ง Golden Ticket จะมีหน้าที่ทำการบล็อกผู้ประกอบการ กรณี “ชาร์ค” ใช้เหรียญชนกัน หลังจากนั้นก็จะเริ่มทำการ Bid ซึ่งก็คือการประมูล โดยมูลค่าในการประมูลเริ่มต้นสตาร์ทที่ 50,000 บาท และจะขยับเพิ่มขึ้นทีละ 50,000 บาท เรื่อยๆ จนกว่าการประมูลจะสิ้นสุดลง ถือเป็นการแย่งชิงผู้ประกอบการธุรกิจที่น่าสนใจกันอย่างดุเดือด ที่ช่วยสร้างสีสัน ความสนุกสนาน ครบทุกอรรถรส และจากการจัดทำรายการในซีซั่น 4 ครั้งนี้ มีการคาดหวังด้วยว่าจะสามารถดึงเงินลงทุนสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจได้มากกว่า 500 ล้านบาท ในการผลักดันให้ธุรกิจของบริษัทนั้นๆ เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 



​​​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ชวนดูหนังอย่าง “มหาเศรษฐีโลก” เมื่อภาพยนตร์ให้คุณมากกว่าแค่ความบันเทิง​

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine