“สีฟ้า” ติดปีก 90 ปี! ส่งข้าวหน้าไก่ขึ้นแอร์เอเชีย ชูกลยุทธ์แลกเปลี่ยนฐานลูกค้า ดึงทราฟฟิกกลับหน้าร้าน

“สีฟ้า” ติดปีก 90 ปี! ส่งข้าวหน้าไก่ขึ้นแอร์เอเชีย ชูกลยุทธ์แลกเปลี่ยนฐานลูกค้า ดึงทราฟฟิกกลับหน้าร้าน

การก้าวสู่ปีที่ 90 ของ "สีฟ้า" ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นร้านอาหารครอบครัว แต่คือการพลิกเกมสู้เศรษฐกิจด้วยวิสัยทัศน์ Food in Any Platform เดินหน้าขยายธุรกิจรับจ้างผลิตและจัดเลี้ยงเต็มสูบ ล่าสุดผนึกแอร์เอเชียส่ง "ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์" ขึ้นเสิร์ฟบนน่านฟ้า พร้อมหั่นงบการตลาด 40% หันมาใช้กลยุทธ์แชร์ฐานลูกค้า ดึงทราฟฟิกคนเดินทางกลับมาใช้จ่ายที่หน้าร้าน


    ตลาดร้านอาหารที่แข่งขันดุเดือดและเศรษฐกิจที่ผันผวน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวหาทางรอด ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์ที่อยู่คู่คนกรุงเทพฯ มานานถึง 90 ปีอย่าง “สีฟ้า” (SEE FAH)

    ซึ่งวันนี้สีฟ้าไม่ได้มองแค่รายได้จากการขายอาหารหน้าร้าน แต่เลือกขยายธุรกิจผ่านการจับมือกับพันธมิตรอย่าง “ไทยแอร์เอเชีย” นำเมนู “ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์” ขึ้นเสิร์ฟบนน่านฟ้า พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ที่พาแบรนด์กระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจอื่นๆ อย่างเต็มรูปแบบ


เบื้องหลังดีล 18 ปี สู่ Co-branding บนรอยต่อ 9 ทศวรรษ

    ที่ผ่านมาภาพการร่วมมือระหว่างสีฟ้าและไทยแอร์เอเชียอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรากฐานความสัมพันธ์นี้ฝังลึกมานานถึง 18 ปี

    นิษฐา รัชไชยบุญ ประธานกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัท สีฟ้า กรุ๊ป เล่าว่า สีฟ้าอยู่เบื้องหลังครัวของแอร์เอเชียตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นธุรกิจ โดยเริ่มจากการผลิตแซนด์วิชเสิร์ฟบนเที่ยวบิน ก่อนจะต่อยอดความไว้วางใจมารับหน้าที่แบบ OEM ผลิตอาหารจานร้อนยอดฮิตติดชาร์ตมากมาย

    ไม่ว่าจะเป็น ข้าวกะเพราหมูอบ ข้าวนาสิลามัก ไปจนถึงข้าวมันไก่ย่าง ซึ่งนับเป็นขุมกำลังสำคัญที่สร้างความหลากหลายให้กับเมนูบนเครื่องมาอย่างยาวนาน


    ด้านอรอนงค์ เมธาพิพัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าและบริการบนเครื่องบิน สายการบินไทยแอร์เอเชีย ขยายความถึงความผูกพันนี้ว่า ตลอดเกือบสองทศวรรษ สีฟ้าไม่ได้เป็นแค่คู่ค้า แต่คือ "พาร์ทเนอร์" ที่ร่วมทำ R&D บุกเบิกเมนูอาหารไทยจานแรกอย่าง “กะเพราหมูอบ” ให้กับแอร์เอเชีย

    ซึ่งในวาระที่สีฟ้าฉลองครบรอบ 90 ปี แอร์เอเชียจึงพร้อมสนับสนุนการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยการยกระดับความร่วมมือสู่ co-branding เต็มรูปแบบ นำเมนูในตำนานที่คนกรุงเทพฯ เติบโตมาด้วยกันอย่าง “ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์” โกอินเตอร์ขึ้นเสิร์ฟบนเที่ยวบิน

    พร้อมประทับโลโก้สีฟ้าอย่างชัดเจน ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าให้ผู้โดยสารต่างถิ่นได้ลิ้มรสชาติคุณภาพในอีกรูปแบบหนึ่ง


กระจายความเสี่ยง ชูพอร์ตธุรกิจ "Food in Any Platform"

    แม้ภาพจำของผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมองว่า “สีฟ้า” คือร้านอาหารสำหรับครอบครัวที่เติบโตคู่กับศูนย์การค้า แต่หากเจาะลึกมิติการบริหารจัดการเชิงองค์กร สีฟ้าได้วางโครงสร้างกระจายความเสี่ยงและขยายฐานรายได้ออกเป็น 3 เสาหลักมาพักใหญ่แล้ว โดยแยกทีมรับผลิตอาหาร (Seefah food) ออกจากทีมดูแลหน้าร้านอย่างชัดเจน

    กร รัชไชยบุญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท สีฟ้า กรุ๊ป ฉายภาพโครงสร้างธุรกิจปัจจุบันว่า รายได้ของเครือสีฟ้าขับเคลื่อนผ่าน 3 พอร์ตโฟลิโอหลัก ได้แก่

    - retail business (สัดส่วน 25%) : ธุรกิจร้านอาหารหน้าร้าน ปัจจุบันมีร้าน “สีฟ้า” 14 สาขา และมีแบรนด์ร้านเบเกอรี่ “Bake Bros” นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ภายใต้ชื่อ “ลูน่าเปา” เร็วๆ นี้ เพื่อเข้ามาเสริมทัพและสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอค้าปลีกของบริษัท

    - manufacturing & OEM (สัดส่วน 25%) : กลุ่มโรงงานผลิตอาหาร รับหน้าที่ผลิตให้กับพันธมิตรขนาดใหญ่ ทั้งกลุ่มสายการบินและอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงทีมงานกำลังซุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของสีฟ้าเองเพื่อวางจำหน่ายในอนาคตอันใกล้

    ขณะที่ในส่วนของแอร์เอเชียนั้น กรเล่าว่า "ถ้านับเป็นจำนวนกล่องช่วงพีคๆ เราผลิตให้แอร์เอเชียวันละประมาณหมื่นกล่องขึ้นไป และรายการอาหารร้อนหลักๆ ที่เสิร์ฟอยู่ สีฟ้าก็เป็นคนผลิตให้เกือบทั้งหมด"

    - F&B management (สัดส่วน 50%) : ธุรกิจรับบริหารจัดการอาหาร (catering & management) ซึ่งที่ผ่านมาทีมสีฟ้าได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปดูแลงานด้านอาหารและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าองค์กรและกลุ่มโรงแรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ที่สะสมมา

    และล่าสุดกำลังจะมีโปรเจกต์ใหญ่เข้าไปรับบริหารร้านอาหารให้กับโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ ที่จะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้

    "วิสัยทัศน์ของเราคือการมุ่งสู่การเป็น food in any platform องค์ความรู้และมาตรฐานอาหาร 90 ปี จะต้องไม่ถูกผูกติดอยู่แค่หน้าร้าน เราจึงนำความเชี่ยวชาญนี้ไปเชื่อมต่อกับโอกาสใหม่ๆ ทั้งรับผลิตอาหารให้สายการบิน บริหารร้านอาหารให้โรงแรม หรือเป็นทีม R&D พัฒนาสูตรให้กับลูกค้าองค์กร" กร กล่าวเสริม

กร รัชไชยบุญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท สีฟ้า กรุ๊ป

หั่นงบการตลาด 40% เน้นโตด้วย Synergy

    อย่างไรก็ตาม ในสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อชะลอตัวและมีความเปราะบางสูง กรยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่เหนื่อยและท้าทายกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด จนบริษัทตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารด้วยการ "ไม่ตั้งเป้าหมายตัวเลขรายได้ที่ตายตัว"

    "ปีนี้ไม่กล้าพูดตัวเลขเลยครับ ลุ้นกันเดือนต่อเดือนดีกว่า ปีนี้เหนื่อยกว่าเดิมพอสมควร เพราะมีความไม่แน่นอนสูง เราต้องโฟกัสกับทุกก้าวที่จะเดิน" กรอธิบายถึงเหตุผลที่เลือกใช้วิธีประเมินสถานการณ์แบบเดือนต่อเดือน มากกว่าการตั้งเป้ายอดขายที่อาจสร้างแรงกดดันในสภาวะที่ตลาดผันผวน

    เมื่อการเติบโตไม่ได้ถูกวัดแค่ตัวเลขเป้าหมาย การปรับตัวให้คล่องตัวจึงเป็นทางออก แม้กลุ่มเป้าหมายหลักอย่างครอบครัวและคนวัยทำงานจะยังคงเหนียวแน่น แต่กลยุทธ์หลักของสีฟ้าในปีนี้จึงไปอยู่ที่การบริหารต้นทุน

    โดยบริษัทตัดสินใจลดงบประมาณด้านการตลาดลง 30-40% เมื่อเทียบกับปีก่อน แล้วหันมาใช้จ่ายให้ฉลาดขึ้นด้วยการทำ cross-promotion และ synergy ร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างการเติบโตแบบพึ่งพาอาศัยกัน

    ตัวอย่างที่สะท้อนกลยุทธ์นี้ได้ดีที่สุด คือแคมเปญร่วมกับแอร์เอเชีย นอกจากการขายอาหารบนเครื่อง ยังมีการสร้างลูปดึงทราฟฟิกกลับมาที่ร้าน โดยผู้โดยสารสามารถนำ boarding pass ของแอร์เอเชียมาใช้เป็นส่วนลดรับประทานข้าวหน้าไก่ที่ร้านสีฟ้าได้ทุกสาขาจนถึงสิ้นปี ถือเป็นการแลกเปลี่ยนฐานลูกค้าแบบ win-win


ลุยทำเลศักยภาพ ปรับลุคเจาะคนรุ่นใหม่

    แม้กลยุทธ์หลักในปีนี้จะเน้นไปที่การควบคุมต้นทุนและลดงบการตลาดลง แต่สีฟ้าก็ไม่ได้ละทิ้งการขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพสูง

    โดยในช่วงเดือนกันยายนนี้ เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่อาคาร “พาร์ค สีลม” ซึ่งจะพลิกโฉมคอนเซปต์และดีไซน์ร้านให้โมเดิร์นทันสมัยมากขึ้น เพื่อจับกลุ่มคนทำงานออฟฟิศและสตาร์ทอัพในย่าน CBD

    ขณะเดียวกัน การพัฒนาเมนูใหม่ๆ ก็ถูกปรับให้เข้ากับเทรนด์ของเจเนอเรชันใหม่ เช่น การเปิดตัว "ซี่โครงหมูตุ๋นซอสหม่าล่าในหม้อดิน" ควบคู่ไปกับการเสิร์ฟเมนูฮิตตลอดกาลอย่าง บะหมี่แห้งอัศวิน และข้าวหน้าไก่ราชวงศ์

    ทิศทางทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า การกล้าหั่นงบการตลาด เลิกยึดติดกับเป้ายอดขาย แล้วหันมาจับมือพันธมิตรเพื่อแชร์ฐานลูกค้า คือบทพิสูจน์ของการปรับตัวที่ทำให้แบรนด์อยู่รอดได้จริงในยุคเศรษฐกิจเปราะบาง


ภาพ : SEE FAH (สีฟ้า)




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : บางนาบูมต่อไม่พัก! กลุ่มวัธนเวคิน เปิดตัว “PADDIO” ปักหมุดเป็น Neighborhood Hub แห่งใหม่ เตรียมเปิดให้บริการปลายปี 2569

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine