“ธรรมรัตน์” ชี้เศรษฐกิจคาดเดายาก จัดหนักสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 ตรึงราคาสินค้าช่วยคนไทย พร้อมฝากถึงมาตรการรัฐ “ทำดีแล้ว แต่ทำได้อีก”

“ธรรมรัตน์” ชี้เศรษฐกิจคาดเดายาก จัดหนักสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 ตรึงราคาสินค้าช่วยคนไทย พร้อมฝากถึงมาตรการรัฐ “ทำดีแล้ว แต่ทำได้อีก”

เครือสหพัฒน์ประกาศทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เดินหน้าสู้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจผ่านงาน "สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30" ยกระดับจากงานขายสินค้าราคาประหยัดสู่มหกรรมไลฟ์สไตล์ครบวงจร พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้วยการเซ็น MOU 20 โครงการร่วมกับพันธมิตร หวังดึงผู้ร่วมงานกว่า 5 แสนคน ตอกย้ำจุดยืนเคียงข้างผู้บริโภคด้วยการประกาศตรึงราคาสินค้า


    ท่ามกลางพายุความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งจากความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง "เครือสหพัฒน์" ยักษ์ใหญ่แห่งวงการสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย เลือกที่จะก้าวเดินสวนกระแสด้วยการประกาศ "ตรึงราคาสินค้า" พร้อมจัดบิ๊กอีเวนต์ประจำปี "สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30"

    โดยงานในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ระบายสต๊อกสินค้าเหมือนในอดีต แต่ถูกยกระดับให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการประกาศทิศทางธุรกิจ จับมือพันธมิตร ดึงกำลังซื้อ และส่งสัญญาณถึงทิศทางค้าปลีกไทยในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างน่าสนใจ


จากงานแฟร์สู่ "มิวสิกเฟสติวัลและขุมทรัพย์นักชิม"

    ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ขยายภาพแนวคิดของงานปีนี้ภายใต้ธีมสั้นๆ แต่มัดใจอย่าง “ไปด้วยกันนะ” ว่าเป็นการสื่อสารที่ครอบคลุมทั้งตัวองค์กร พันธมิตร และผู้บริโภค

    ซึ่งเพื่อให้สอดรับกับแนวคิดดังกล่าว การจัดงานในปีนี้จึงมีการเติมคำว่า "Fest" เข้ามาท้ายชื่องาน เพื่อเปลี่ยนภาพจำจากงานขายสินค้าทั่วไป สู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ครบครันยิ่งขึ้น โดยนอกจากจะรวบรวมสินค้าคุณภาพกว่า 1,000 รายการ จากแบรนด์แม่เหล็กอย่าง มาม่า ฟาร์มเฮ้าส์ บีเอสซี วาโก้ และลาคอสต์ ที่ขนทัพมาตรึงราคาเดิมเพื่อลดภาระค่าครองชีพแล้ว ยังมีการเสริมทัพความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

    ไม่ว่าจะเป็น การเปิดโซน Saha Group Restaurant ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ยกทัพร้านอาหารระดับตำนานจากญี่ปุ่นมาไว้ในที่เดียว โดยจัดเต็มทั้งแฟรนไชส์ราเมงอันดับ 1 อย่าง Ramen Korakuen, ร้านข้าวหน้าปลาไหลเก่าแก่อายุ 90 ปี Unagi Yondaime Kikukawa และ Daishogun Burger แชมป์เบอร์เกอร์เนื้อวากิว

    ไม่เพียงเท่านั้น ยังทลายกรอบงานแฟร์เดิมๆ ด้วยการจัดคอนเสิร์ตให้ชมฟรีตลอด 4 วันเต็ม โดยดึงศิลปินระดับท็อปที่เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่ศิลปินระดับตำนานอย่าง นูโว ไปจนถึง โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ อิ้งค์ วรันธร และ นนท์ ธนนท์ มาร่วมสร้างสีสัน

    “อย่างไรก็ตาม ด้วยสเกลงานที่จัดเต็ม เราก็คาดการณ์ว่าปีนี้จะสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้ไม่ต่ำกว่า 500,000 คน ซึ่งเทียบเท่าหรือมากกว่าสถิติในปีที่ผ่านมา”


เซ็น MOU 20 โครงการรวด ทุบสถิติในรอบ 3 ทศวรรษ

    นอกจากความคึกคักที่คาดว่าจะดึงดูดผู้ร่วมงานได้ตามเป้าหมายแล้ว ไฮไลต์สำคัญในมิติของธุรกิจคือ การประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรมากถึง 20 โครงการ ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ 30 ปีของการจัดงาน ครอบคลุมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยี AI, การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงอีโคซิสเต็มด้านการค้าดิจิทัล

    หนึ่งในการจับมือกับพันธมิตรที่ถูกจับตามองมากที่สุดในยุคนี้ คงหนีไม่พ้นการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจจากประเทศจีน ซึ่งธรรมรัตน์ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเครือสหพัฒน์ไม่ได้มองกระแสดังกล่าวเป็นผลกระทบเชิงลบ แต่มองเป็นโอกาสโดยเลือกที่จะเปลี่ยนคู่แข่งให้เป็นคู่ค้า

    โดยปัจจุบันมีการดึงทุนจีนระดับบิ๊กสเกล 1-2 รายเข้ามาเป็นพันธมิตรหลัก ซึ่งกลุ่มทุนเหล่านี้ยังได้ดึงเครือข่ายซัพพลายเชนของตนเองเข้ามาตั้งฐานธุรกิจโดยรอบ สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เกื้อกูลกัน

    ขณะเดียวกัน การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่าง "อีคอมเมิร์ซ" ก็เป็นสิ่งที่เครือสหพัฒน์เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้สัดส่วนรายได้จากช่องทางนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัทย่อย ตั้งแต่ไม่ถึง 10% ไปจนถึงทะลุ 50% แต่ทิศทางชัดเจนว่านี่คือสมรภูมิใหม่ที่ทุกธุรกิจต้องกระโจนลงไป


เศรษฐกิจที่คาดเดาไม่ได้ และสมรภูมิค้าปลีกครึ่งปีหลัง

    เมื่อต้องประเมินถึงภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง แม่ทัพแห่งเครือสหพัฒน์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า "ประเมินล่วงหน้าเกิน 3 วันยังยาก เพราะสถานการณ์เปลี่ยนทุกวัน"

    สาเหตุที่ทำให้การประเมินสถานการณ์ทำได้ยาก เนื่องจากภาพรวมของตลาดค้าปลีกในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมามีความผันผวนสูง บางช่วงคิดว่าจะดีกลับไม่ดี บทจะฟื้นก็กระตุกขึ้นมาเพียงสั้นๆ ซึ่งหากแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าแฟชั่นมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่าน

    ปัจจัยหลักที่ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น มาจากเม็ดเงินในกระเป๋าผู้บริโภคที่จำกัดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายและการตัดสินใจซื้ออย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ การเติบโตของธุรกิจกลุ่มคอนซูเมอร์ในระยะต่อไป จึงขึ้นอยู่กับว่าแต่ละแบรนด์จะงัดกลยุทธ์ใดมาตอบโจทย์ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการอัดโปรโมชัน การสร้างนวัตกรรมใหม่ หรือการบริหารฐานลูกค้าเดิม


เสียงสะท้อนถึงมาตรการรัฐ "ทำดีได้อีก"

    เมื่อประเมินถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐอย่างโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่ดำเนินมากว่า 1 เดือน ธรรมรัตน์มองว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังคงกระจุกตัว โดยผลประโยชน์ส่วนใหญ่มักตกอยู่กับธุรกิจหรือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง ซึ่งในส่วนของเครือสหพัฒน์ สินค้าที่ยังคงทำยอดขายได้ดีคือกลุ่มสินค้าจำเป็นและ FMCG

    จากผลลัพธ์ที่ยังไม่กระจายตัวเท่าที่ควร เมื่อถูกถามถึงความเพียงพอของมาตรการรัฐในปัจจุบัน ผู้บริหารระดับสูงของเครือสหพัฒน์จึงทิ้งท้ายด้วยประโยคสั้นๆ แต่สะท้อนภาพรวมได้อย่างลึกซึ้งว่า "รัฐบาลทำอยู่ แต่ทำดีได้อีก"

    สำหรับงาน "สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส" ครั้งที่ 30 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2566 ณ ฮอลล์ 98-100 ไบเทค บางนา เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 21.00 น.


ภาพ : เครือสหพัฒน์




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : วิกฤตคือโอกาส! “รวิศ” นำทัพศรีจันทร์ ฝ่ามรสุมซัพพลายเชน-ดันนวัตกรรม สยายปีกบุกตลาดอาเซียน วางเป้า 3 พันล้าน พร้อมลุย IPO ปี 70

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine