เครือเซ็นทรัลคว้าสิทธิ์ ‘สเปอร์’ ขายสินค้าที่ ‘ซูเปอร์สปอร์ต’ พร้อมทุ่ม 300 ล้าน เปิดตัวร้านเวอร์ชั่นใหม่ - Forbes Thailand

เครือเซ็นทรัลคว้าสิทธิ์ ‘สเปอร์’ ขายสินค้าที่ ‘ซูเปอร์สปอร์ต’ พร้อมทุ่ม 300 ล้าน เปิดตัวร้านเวอร์ชั่นใหม่

ซี อาร์ ซี สปอร์ต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คว้าสิทธิ์สโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เริ่มขายที่ซูเปอร์สปอร์ต 5 สาขาแรกเดือนหน้า พร้อมประกาศแบรนด์ไดเรคชั่นใหม่ ทุ่ม 300 ล้านบาท เปิดร้านต้นแบบ ซูเปอร์สปอร์ต version 3.0 ยกระดับประสบการณ์-ดึงคนใหม่เข้าถึงกีฬาทุกประเภทปีนี้


    อเล็กซองต์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล หรือ ซูเปอร์สปอร์ต เปิดเผยว่า ได้เซ็นสัญญาร่วมกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อได้ลิขสิทธิ์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้ารวมทั้งของที่ระลึกแบรนด์ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยสินค้าล็อตแรกจะเริ่มวางจำหน่ายในร้านซูเปอร์สปอร์ต 5 สาขา ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป

    นอกจากนี้บริษัทยังใช้เงินลงทุน 300 ล้านบาทขยายธุรกิจปีนี้ โดย 250 ล้านบาทใช้เพื่อการปรับโฉมสาขาเดิมและเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่เซ็นทรัลนครสวรรค์ และเซ็นทรัลนครปฐม และจะปรับปรุงสาขาเก่าอีก 3 แห่ง ที่เซ็นทรัลชิดลม เมกา บางนา และเซ็นทรัลเวสต์เกต

    “ภาพรวมตลาดสินค้ากีฬาในปีนี้น่าจะเติบโตได้ถึง 7-8 เปอร์เซ็นต์ เป็น 35,000 ล้านบาท เพราะจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาหลายๆ อย่างเกิดขึ้น ทั้งฟุตบอลยูโร 2024 และโอลิมปิกเกมส์ 2024” อเล็กซองต์กล่าว

    ตลาดร้านค้าอุปกรณ์กีฬาในประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 6-8% ทุกปี โดยเฉพาะใน 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนจากแบรนด์สินค้ากีฬาและร้านสเปเชียลที่ขายสินค้าและอุปกรณ์กีฬาจากยุโรปและเอเชียที่ได้ทยอยเข้ามาเปิดตัวตามศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ พร้อมกับการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยว การตื่นตัวเรื่องสุขภาพ ความสำเร็จของนักกีฬาไทยในระดับโลกแต่ละชนิด

    ทำให้มูลค่าตลาดรวมร้านค้าอุปกรณ์กีฬาที่เคยหดตัวเหลือเพียง 25,000 ล้านบาทในช่วงโควิด ได้ฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ราว 32,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยซูเปอร์สปอร์ตเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาด 25% ส่วนในปีนี้ซูเปอร์สปอร์ตตั้งเป้าเติบโตยอดขายประมาณ 9%

    จากการศึกษากว่า 1.5 ปี ของตลาดค้าปลีกอุปกรณ์กีฬาไทย ความต้องการของลูกค้า และเทรนด์ตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ บริษัทจึงได้ประกาศแบรนด์ไดเรคชั่นใหม่ “Move You, Move Sports” อย่างเป็นทางการ


    โดยร้านซูเปอร์สปอร์ต version 3.0 สาขาแรกได้เปิดบนพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร บริเวณชั้น 1 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์วิลล์เมื่อปลายปีที่ผานมา ภายหลังจากที่ใช้เวอร์ชั่น 2.0 มาตั้งแต่ปี 2515

    เล็น เลิศสุมิตรกุล ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมการช้อปของลูกค้าซูเปอร์สปอร์ตที่ส่วนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นที่หน้าร้าน 92 สาขาทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าประสบการณ์ภายในร้านเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายเติบโต จึงเดินหน้าปรับโฉมร้านซูเปอร์สปอร์ต จากเวอร์ชั่น 2.0 มาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อรองรับความต้องการนักช้อปในทุกมิติ ทั้งด้านสินค้าที่หลากหลายครบถ้วน ประสบการณ์การช้อปที่เหนือระดับ

    นอกจากสาขาเซ็นทรัลเวสต์วิลล์แล้ว ขณะนี้ซูเปอร์สปอร์ต เวอร์ชั่น 3.0 ได้เปิดแล้วที่เซ็นทรัล นครสวรรค์ เซ็นทรัล นครปฐม และเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่


    ในปี 2567 นี้บริษัทได้เพิ่มงบประมาณการลงทุนจาก 170 ล้านบาทในปีที่ผ่านมาเป็น 250 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่ของซูเปอร์สปอร์ต 2 สาขา ซึ่งเปิดไปแล้วในไตรมาสแรก และจะปรับโฉมสาขาเก่าอีก 3 สาขา ที่เซ็นทรัลชิดลม เมกา บางนา และเซ็นทรัลเวสต์เกต และจะใช้เงินอีก 50 ล้านบาทในการทำตลาด

    เล็นบอกว่า การปรับโฉมร้านซูเปอร์สปอร์ตในเวอร์ชั่น 3.0 เพื่อให้ซูเปอร์สปอร์ต บรรลุเป้าหมาย 3 ประการคือ

    1.เป็นผู้นำในสินค้ากีฬาทุกหมวด (Category Leader) ด้วยการรวบรวมอุปกรณ์กีฬาและแอคเซสซอรีที่เกี่ยวข้องไว้มากกว่า 100 แบรนด์ ทั้งแบรนด์ระดับโลก อาทิ รีบอค โคลัมเบีย เมอร์เรล สโมสรลิเวอร์พูล และแบรนด์สัญชาติไทย แบ่งเป็น 10 ประเภทกีฬา ได้แก่ วิ่ง ฟุตบอล ไลฟ์สไตล์ เทนนิส แบดมินตัน และ กอล์ฟ ฯลฯ เพื่อครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม


    2.ยกระดับประสบการณ์การช้อปที่ร้าน (Store Experience) ให้ผู้เล่นตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงผู้เล่นระดับโปร จัดพื้นที่ร้านตามประเภทกีฬาจากเดิมจัดตามแบรนด์ มีพื้นที่สำหรับกิจกรรมแบบอินเตอร์แอคทีฟ อาทิ ลู่วิ่ง สนามกอล์ฟจำลอง รวมถึงห้องเล่นเกมฟุตบอลในบรรยากาศห้องพักข้างสนาม


    3.เพิ่มการช้อปที่แม่นยำด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในร้าน อาทิ เครื่อง 3D Scan จากเซฟไซส์ (Safesize) สามารถคำนวณและเลือกรองเท้าที่พอดีกับทุกมิติเท้าของลูกค้า พร้อม Pressure Plate นวัตกรรมวิเคราะห์ท่าวิ่ง ที่ช่วยให้สามารถหารองเท้าที่เหมาะสมกับการใช้งานและสรีระ บริษัทมีแผนจะเพิ่มเทคโนโลยี Safesize ที่ซูเปอร์สปอร์ตกว่า 20 สาขาภายในปี 2567 จากที่มีบริการแล้วที่เซ็นทรัลเวสต์วิลล์


    วิยะดา บูรณะภากรณ์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมการซื้อและใช้สินค้าเกี่ยวกับกีฬาของผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป 5 ประการภายหลังโควิด-19 ระบาด คือ

    1.ผู้บริโภคมองหากีฬาที่เข้าถึงง่าย เล่นได้ง่าย ไม่ต้องมีทักษะการเล่นแบบมืออาชีพ กีฬากลายเป็นกิจกรรมสำหรับการสร้างเสริม Well-being รวมถึงความนิยมของโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้ภาพของกีฬาเป็นมิตรและเปิดกว้างมากขึ้น

    2.ลูกค้าเริ่มใช้กีฬาเป็นกิจกรรมที่ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ สร้างคอนเนคชัน แชร์ประสบการณ์และความสนใจร่วมกัน เกิดคอมมูนิตี้กีฬาประเภทต่างๆ รวมคนที่ความสนใจกีฬาประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน

    3.เทรนด์การแต่งกายลุคสปอร์ต มีความนิยมการแต่งกายแบบมิกซ์แอนด์แมตช์ระหว่างไอเท็มกีฬากับแฟชั่นเพิ่มมากขึ้น ทำให้ออกกำลังหลังเลิกงานได้ง่ายขึ้น

    4.โซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้บริโภคค้นพบแบรนด์ใหม่ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ความภักดีต่อแบรนด์ลดลง เป็นผลทางบวกต่อร้านค้าในรูปแบบมัลติสโตร์ ที่มอบประสบการณ์การช้อปหลากหลายแบรนด์ และยังสามารถกลายเป็นผู้แนะนำที่น่าเชื่อถือสำหรับลูกค้าที่มองหาแบรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

    5.สังคมกำลังให้ความสนใจกับวงการกีฬาอย่างใกล้ชิด ผลมาจากการพัฒนานักกีฬาไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2567 นี้ ทีมนักกีฬาจากประเทศไทยผ่านการคัดเลือกเข้าไปแข่งในลีกกีฬาชั้นนำระดับโลก ทั้งเอเชียนคัพ โอลิมปิก แอลพีจีเอทัวร์ เมเจอร์ลีกส์ ฯลฯ รวมไปถึงเทศกาลฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) ที่จะจัดขึ้นในกลางปีนี้


    “ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงแค่สินค้ากีฬาอีกต่อไป มีเทรนด์หลายอย่างเกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าเป้าหมายของกีฬาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของสุขภาพ แต่ขยายไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ การมีส่วนร่วมกับสังคม เราจึงเป็นทั้งผู้มอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ครบถ้วนหลากหลาย สร้างสังคมที่มีความเท่าเทียม สามารถเข้าถึงกีฬาได้อย่างใกล้ชิด” วิยะดากล่าว และว่า แคมเปญ Find What Moves You ถ่ายทอดเนื้อหาทิศทางใหม่ของแบรนด์ และจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจ และดึงคนให้เข้ามาเล่นกีฬาในทุกประเภทอย่างกว้างขวางมากขึ้น

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าของซูเปอร์สปอร์ต อาทิ งานวิ่ง 10 ไมล์ ใจกลางกรุงเทพฯ คลินิกกีฬาหลากหลายประเภททั้งวิ่ง ฟุตบอล แบดมินตัน เทนนิส จากนักกีฬาระดับโลกและระดับประเทศ ทัวร์นาเมนต์กอล์ฟ ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมกีฬาในระดับชุมชนทั่วประเทศ

    ปัจจุบันซูเปอร์สปอร์ตมีสาขาทั้งสิ้น 92 สาขาในกว่า 50 จังหวัด บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ปีละ 2-3 สาขาต่อปี ไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นยกระดับประสบการณ์ในทุกสาขาที่มีให้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ และมีสินค้าที่เหมาะสมในแต่ละทำเล



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ‘วัน แบงค็อก’ จับมือ ‘อิเซตัน’ เตรียมเปิดตัว ‘มิตซูโคชิ’ ชูจุดเด่น ฟู้ดเดสติเนชั่นระดับเวิลด์คลาส

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine