กลุ่ม รพ.สมิติเวช ทุ่ม 2,000 ล้านบาท เปิดตัว ‘รพ.เด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล’ ชูจุดเด่นมีหมอเด็กเฉพาะทางรักษาโรคยาก - Forbes Thailand

กลุ่ม รพ.สมิติเวช ทุ่ม 2,000 ล้านบาท เปิดตัว ‘รพ.เด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล’ ชูจุดเด่นมีหมอเด็กเฉพาะทางรักษาโรคยาก

กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช ทุ่ม 2,000 ล้านบาท ขยายแผนกเด็กสู่ ‘โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล’ แยกเป็นอาคารโดยเฉพาะ ชูจุดแข็งการรักษาเฉพาะทางโรคยากในเด็ก โดดเด่นด้วยกุมารแพทย์กว่า 100 คน มากที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน ตั้งเป้าป้องกันรักษาทุกมิติสุขภาพ หวังเด็กไทย “โตไปไม่ป่วย”


    นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ มีผู้ป่วยเด็กคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 24% เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มที่ต้องการสร้างมิติใหม่ด้านการแพทย์กุมารเวชศาสตร์ เพื่อให้ทั้งผู้ปกครอง โรงเรียน และบริษัทประกัน ไม่ต้องกังวลกับการเจ็บป่วยของเด็กๆ จึงเกิดการสร้าง ‘โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล’ ขึ้น

    โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ แต่แยกเป็นอาคารเฉพาะออกมา ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับการดูแลสุขภาพเด็กสู่ระดับนานาชาติ รวมถึงการรักษาโรคยาก และโรคซับซ้อนในเด็ก โดยใช้งบประมาณในการลงทุนไปกว่า 2,000 ล้านบาท

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร


    ทั้งนี้ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นอาคาร 8 ชั้น 111 เตียง รักษาเด็กตั้งแต่แรกคลอดจนถึงอายุ 18 ปี โดดเด่นด้วยกุมารแพทย์กว่า 100 คน รวมถึงบุคลากรสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์สูงและมีความชำนาญ ได้ฝึกปฏิบัติการขั้นสูงจากต่างประเทศ

    โดยเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มีนาคม 2568 นี้

    จุดแข็งของที่นี่คือการเป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศในการรักษาเฉพาะทางโรคยากในเด็ก โดยเคสการรักษาที่ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา เช่น การผ่าตัดหัวใจในเด็ก, การรักษากระดูกสันหลังคด, การปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยธาลัสซีเมีย ที่มีโอกาสรอดชีวิตในปีแรกถึง 91%, การรักษาเด็กคลอดก่อนกำหนดที่มีน้ำหนักเพียง 500 กรัม เป็นต้น

บรรยากาศในโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล


    นพ.ชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากการพัฒนาโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยแนวคิดการดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคยากแล้ว ที่นี่ยังพัฒนาภายใต้การยึดผู้รับบริการเป็นหลัก (Customer Centric) เพื่อแก้ Pain Points ต่างๆ ในการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ตอบโจทย์ความต้องการและได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เหนือความคาดหมาย

    ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังตั้งเป้าเป็นโรงพยาบาลแห่งอนาคตที่ผู้ปกครองและเด็กๆ ไร้กังวลด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ ผ่าน Well Kidz Application ที่สามรถดูแลสุขภาพของเด็กได้ทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่

    -Self-care: ไม่ป่วยเริ่มต้นที่ตัวเอง ใช้ AI ประเมินสุขภาพ

    -Early Care: ไม่ป่วยป้องกันได้ด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนแต่ละช่วงวัย

    -Risk Care: ไม่ป่วยเพราะรู้ทันก่อนเกิดโรคด้วย Risk Score Screening และ Kidz Check ประเมินความรุนแรงของอาการจากที่บ้าน หรือใช้บริการ Kids Telehealth พบแพทย์เฉพาะทางแบบเรียลไทม์

    -Sick Care: ป่วยยังอุ่นใจได้ด้วยทีมกุมารแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นวัตกรรมทางการแพทย์ และบริการออนไลน์

    นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย Smart Healthcare Ecosystem ดูแลเชื่อมโยงการรักษาแบบไร้รอยต่อ

    1.เข้าถึงสุขภาพดีเริ่มต้นจากที่บ้านตั้งแต่ก่อนมาโรงพยาบาล โดยมี Well Kidz Application ที่สามารถนัดหมายแพทย์เร็วขึ้น 50% ทั้งยังมีฟั่งก์ชั่นติดตามวัคซีน พัฒนาการ และใช้ VDO Call กับแพทย์ สะดวกทุกที่

    2.เข้าใจผู้รับบริการยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการมี Smart OPD ที่ปลอดภัย บริการรวดเร็ว ลดเวลาการอคอย ระหว่างพบแพทย์ โดยมีระบบคัดกรองผู้ป่วยทางเดินหายใจกับผู้รับบริการอื่นๆ

    นอกจากนี้ ภายในอาคารยังมีระบบควบคุมการหมุนเวียนอากาศที่ดีเพื่อลดการติดเชื้อ, มีหุ่นยนต์ทำความสะอาด, การตกแต่งภายในด้วยดีไซน์โค้งมนเพื่อลดอุบัติเหตุ, มีจอ Crowd Canvas แสดงความหนาแน่นของผู้รับบริการ, มี Kids Dashboard แสดงคิว และระยะเวลารอพบแพทย์ ทั้งยังมี Smart Payment จ่ายเงินง่ายผ่านแอปพลิเคชัน ลดการรอได้ 60%

    ไม่เพียงเท่านั้น ยังมี Smart IPD เมื่อต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล เช่น Fast Admit & Discharge แอดมิทได้รวดเร็ว และลดเวลารอกลับบ้านได้ 76%, มี AI Price Estimation ประเมินราคาผ่าตัดแม่นยำกว่า 90% ลดเวลาประเมิน 87%, มี Smart Patient Communication จอแสดงข้อมูลของคนไข้ สื่อสารระหว่างผู้ป่วยและทีมดูแลแบบเรียลไทม์, มี Samitivej PACE แอปพลิเคชันติดตามสถานการณ์ผ่าตัด

    ขณะเดียวกันยังมี Samitivej Prompt ระบบติดตามการรักษาระหว่างพักในโรงพยาบาล แสดงกิจวัตรประจำวัน แผนการรักษา รวมทั้งสั่งอาหาร และเรียกแม่บ้าน, มี ระบบ IV Alarm ที่เคาน์เตอร์พยาบาล ระบบแจ้งเตือนการให้สารน้ำที่เคาน์เตอร์พยาบาล เพื่อความปลอดภัยและไม่รบกวนผู้ป่วย


    3.เข้าสู่การดูแลต่อเนื่อง 360 องศา เมื่อกลับบ้าน สะดวกสบาย ฟื้นตัวเร็ว ด้วย Kids Telehealth ระบบ Telemedicine ปรึกษาคุณหมอเด็กง่ายๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา และ Kid@Home ให้บริการดูแลถึงบ้าน เช่น การดูแลหลังคลอด การฉีดวัคซีน การตรวจสุขภาพ เป็นต้น

    4.บริการทางการแพทย์ที่โดดเด่น

    -Smart ER ดูแลผู้ป่วยเด็กในภาวะฉุกเฉินและวิกฤติ ตั้งแต่จุดเกิดเหตุด้วยรถฉุกเฉินที่ติดตั้งระบบสื่อสารแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อกับศูนย์สั่งการรับส่งต่อผู้ป่วย (Samitivej Medical Transport Center) ในการส่งข้อมูลผู้ป่วยล่วงหน้าเพื่อให้ทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลเตรียมการรักษาได้ทันที และเปลี่ยนประสบการณ์ความเจ็บปวดด้วย รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทำให้เด็กและผู้ปกครองคลายกังวล

    -ห้องผ่าตัดไฮบริด ที่ใช้ Bi-plane Technology บนเครื่อง X-ray ถ่ายภาพได้หลายระนาบ ลดการสัมผัสรังสี จึงลดความเสี่ยงและผลข้างเคียงจากการตรวจได้

    -หุ่นยนต์กายภาพ Robotic ช่วยในการฟื้นฟู

    -ร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำต่างๆ ในต่างประเทศ Doernbecher Children's Hospital, Oregon Health & Science University (OHSU) และ Takatsuki General Hospital ในการดูแลทารกแรกเกิดและเด็กวิกฤต พร้อมบริการครบวงจรสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ เช่น Teleconsultation, Aeromedical Services, บริการล่ามภาษาต่างประเทศ และผู้ช่วยพิเศษ


ห้องพักรักษาตัวสำหรับเด็ก มีการตกแต่งด้วยไฟสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศให้เด็กผ่อนคลาย


    “ปัจจุบันมีปัจจัยมากมายที่ทำให้เด็กๆ ป่วยง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะ PM2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพเด็กเป็นจำนวนมาก นั่นทำให้เราแยกการคัดกรองโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจไว้ตั้งแต่ด้านหน้า อย่างไรก็ตาม มากกว่าการมุ่งมั่นศักยภาพในการรักษา เรายังมุ่งส่งเสริมการป้องกันดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้น รวมถึงการประเมินการเจ็บป่วย เพื่อให้รักษาได้ถูกต้องทันท่วงที บนแนวคิดหลักที่ว่าอยากเห็นเด็กๆ ที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติ มีสุขภาพดี เติบโตอย่างแข็งแรง โตไปไม่ป่วย” นพ.ชัยรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย



ภาพ: โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : คนวัยทำงานเสี่ยงเป็นโรค NCDs สูง รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ ป้องกันเกิดโรคเบาหวานและ NCDs

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

Forbes Thailand ใช้คุ้กกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน ท่านตกลงใช้งานคุ้กกี้เพื่อใช้งานเว็บไซต์ต่อไปนโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายความการใช้คุกกี้