ส่องอาณาจักรธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ในมือเจ้าสัวไทย รายได้-กำไร เท่าไหร่บ้าง

ส่องอาณาจักรธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ในมือเจ้าสัวไทย รายได้-กำไร เท่าไหร่บ้าง

ส่องอาณาจักรธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ในมือเจ้าสัวไทย ใครมีรายได้-กำไร เท่าไหร่บ้างในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง และการแข่งขันที่ดุเดือด


    ท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง “ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง” ของไทยยังคงเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินมูลค่าตลาดค้าปลีกในปี 2568 ไว้ที่ 4.25 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโต 3.0% ในปี 2569 ซึ่งชะลอลงจากที่คาดไว้ในปีก่อน

    อีกด้านหนึ่ง การแข่งขันของธุรกิจโมเดิร์นเทรดยิ่งเข้มข้นขึ้น ทั้งจากการเร่งขยายสาขาของผู้เล่นรายใหญ่ การแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่น รวมถึงการเติบโตของอีคอมเมิร์ซที่เข้ามาแย่งเม็ดเงิน โดยข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี ระบุว่า ในปี 2567 สัดส่วนยอดขายสินค้าออนไลน์คิดเป็น 23.5% ของมูลค่าค้าปลีกทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเพียง 6.% ในปี 2562

    แม้ภาพรวมของตลาดจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่กลุ่มทุนค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่ของไทยยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยแต่ละกลุ่มต่างเร่งขยายสาขา พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ และเพิ่มบริการใหม่ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและผลักดันการเติบโต แล้วอาณาจักรค้าปลีก-ค้าส่งในมือเจ้าสัวไทยจะมีรายได้และกำไรเติบโตมากน้อยแค่ไหนในช่วงปีที่ผ่านมา


ค้าปลีก-ค้าส่ง “เจ้าสัวซีพี” รายได้ทะลุ 1 ล้านล้าน

    เริ่มกันที่อาณาจักรค้าปลีกในเครือซีพี ภายใต้การนำของ “ธนินท์ เจียรวนนท์” โดยแกนหลักอยู่ที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP All ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP Axtra ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกภายใต้แบรนด์ Makro และ Lotus’s

    ในปี 2568 ที่ผ่านมา CP All มีรายได้รวม 1,022,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% และมีกำไรสุทธิ 28,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่ง และธุรกิจอื่นๆ ภายในกลุ่ม

เครดิตภาพ We are CP


    โดย 7-Eleven ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ โดยในปี 2568 มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 462,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% และมีกำไรสุทธิ 24,984 ล้านบาท เติบโต 15.9% จากปีก่อนหน้า และข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มีจำนวนสาขาทั่วประเทศรวม 16,084 สาขา หลังเปิดเพิ่มอีก 139 สาขาในช่วง 3 เดือนแรกของปี และยังคงเป้าหมายเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 700 แห่งภายในปี 2569

    ด้านผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 CP All มีรายได้รวม 267,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 9,118 ล้านบาท

เครดิตภาพ Lotus’s


    ส่วน CP Axtra ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก Makro และ Lotus’s รายงานผลประกอบการปี 2568 ด้วยรายได้รวม 520,706 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารสด การเติบโตของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท รวมถึงการเติบโตของกลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิส และรายได้จากการขายนอกร้าน

    ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 CP Axtra มีรายได้รวม 136,050 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,793 ล้านบาท โดยยอดขายยังเติบโตต่อเนื่องจากทั้งธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก รวมถึงยอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Makro PRO และ Lotus’s Smart App ที่เพิ่มขึ้น 27.6% จากปีก่อนหน้า


“Big C” ของเจ้าสัวเจริญยังโตแกร่ง

    อีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด คือ Big C ของเจ้าสัว “เจริญ สิริวัฒนภักดี” โดย บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ในปี 2568 มีรายได้รวม 166,623 ล้านบาท แม้จะลดลง 2.5% แต่ยังคงมีกำไรกว่า 4,011 ล้านบาท 

    โดยโครงสร้างรายได้หลักมาจากกลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ 65% กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค 14% กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ 15% และกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และทางเทคนิค 6%

เครดิตภาพ Big C


    สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 BJC มีรายได้รวม 41,935 ล้านบาท และกำไร 1,057 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคมีรายได้จากการขาย 5,486 ล้านบาท

    ทั้งนี้ เครือข่ายร้านค้าของ Big C ณ เดือนธันวาคม 2568 มีจำนวนรวม 1,696 สาขา ประกอบด้วย ไฮเปอร์มาร์เก็ต 153 สาขา มาร์เก็ต 36 สาขา ฟู้ดเพลส 7 สาขา และ Big C Mini 1,490 สาขา คิดเป็นพื้นที่ค้าปลีกราว 1.3 ล้านตารางเมตร และพื้นที่ให้เช่าราว 1.0 ล้านตารางเมตร


CRC กำไรนิวไฮ

    ฝั่งอาณาจักรแสนล้านอย่าง “เซ็นทรัล” ภายใต้การนำของ “ทศ จิราธิวัฒน์” ซึ่งธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งหลักอยู่ภายใต้ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ดูแลธุรกิจตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า Central ซูเปอร์มาร์เก็ต Tops ค้าส่ง GO Wholesale ร้านวัสดุก่อสร้าง ไทวัสดุ และร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า Power Buy

    ในปี 2568 ที่ผ่านมา CRC มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 253,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 7,411 ล้านบาท แม้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งจะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว

เครดิตภาพ Centralretail



    ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้กว่า 66,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,888 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

    โดยผลสำเร็จดังกล่าวมาจากการปรับพอร์ตโฟลิโอ โดยมุ่งเน้นตลาดหลักที่มีศักยภาพสูงอย่างประเทศไทยและเวียดนาม พร้อมเดินหน้าขยายสาขา รีโนเวตร้านค้า และอัปเกรดแบรนด์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง


CJ ท้าชนยักษ์ค้าปลีก

    ท่ามกลางสมรภูมิค้าปลีกไทยที่เต็มไปด้วยยักษ์ใหญ่ CJ กลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ถูกจับตามอง หลังเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากจุดเริ่มต้นที่เป็นร้านค้าปลีกภูธร ก่อนถูกพัฒนาและขยายธุรกิจครั้งใหญ่ภายใต้การนำของ “เสถียร เสถียรธรรมะ” แห่งคาราบาว กรุ๊ป


เครดิตภาพ CJ MORE


    จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มคาราบาวเข้าซื้อกิจการ และเดินหน้าปรับโมเดลสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มรูปแบบ พร้อมวางจุดยืนเป็นร้านค้าปลีกของชุมชน ภายใต้จุดแข็ง “ครบ ถูก คุ้ม” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่

    ล่าสุดได้ประกาศขยายสาขา CJ More ครบ 2,000 สาขา ในเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ ขณะที่ผลประกอบการปี 2568 บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด มีรายได้รวม 79,765,920,889 บาท และกำไร 4,954,728,142 บาท เติบโตจากปีก่อน 28.39%



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “เซ็นทรัล รีเทล” ไตรมาส 1/69 โตแกร่ง! กำไรนิวไฮ 2,888 ล้านบาท หลังขยาย-ต่อยอดธุรกิจทั้งไทยและเวียดนาม

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine