พญาไท-เปาโล ต่อยอดข้อมูลผู้ป่วยกว่า 10 ปี สู่การเปิดตัว Addwise Comorbid อัลกอริทึมผู้ช่วยแพทย์ที่ไม่ได้เน้นความรวดเร็ว แต่เน้นความละเอียดในการค้นหาโรคร่วมและปัจจัยเสี่ยงที่มองไม่เห็น เสริมทัพด้วย Longevity Assistant ที่ช่วยเปลี่ยนเวลารอคอยให้เป็นโอกาสในการดูแลเชิงรุก เพื่อขยับการรักษาจาก “การรอป่วย” สู่การป้องกันอย่างตรงจุดและยั่งยืน
นพ.อนันตศักดิ์ อภัยรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เปิดเผยว่า เมื่อ 2-3 ปีก่อน เครือฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการใช้ดิจิทัลยกระดับการบริการ เช่น แอปพลิเคชัน Health Up และ telecare ซึ่งมียอดดาวน์โหลดกว่า 1 ล้านครั้ง
แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมผู้ป่วยเปลี่ยนไป สุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น มีโรคร่วม หรือปัจจัยเสี่ยงจากไลฟ์สไตล์ ทั้งการกิน การนอน และความเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น
“โจทย์ของเราคือ value-based healthcare การดูแลที่เน้นคุณค่าและการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ข้อจำกัดของระบบโรงพยาบาลทั่วไปคือแพทย์มักดูแลเฉพาะโรคหลักที่คนไข้มาพบ ทำให้การค้นหาความเสี่ยงรายบุคคลหรือโรคร่วมมักทำได้ไม่ครบถ้วน” นพ.อนันตศักดิ์ กล่าว
ดังนั้น เครือฯ จึงพัฒนาแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยแพทย์ในการระบุความเสี่ยงตามอายุ เพศ และพฤติกรรม เพื่อให้การตัดสินใจรักษาหรือวางแผนป้องกันทำได้รวดเร็วและครบถ้วนขึ้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็น partner for life ที่ดูแลสุขภาพคนไข้ตลอดช่วงชีวิต

ทำไมต้อง “Algorithm” ไม่ใช่ “AI”
โดยเบื้องหลังความชาญฉลาดของ Addwise Comorbid นพ.เจตน์ จอห์น เทพทรงวัจ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ รพ.พญาไท 2 และที่ปรึกษาฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล อธิบายว่า ระบบนี้เลือกใช้ฐานการทำงานแบบ algorithm ไม่ใช่ generative AI ทั่วไปที่คนรู้จัก เพราะเรื่องความปลอดภัยทางคลินิกเป็นสิ่งที่ผิดพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหา AI ที่อาจเชื่อมโยงข้อมูลคลาดเคลื่อน
ดังนั้นอัลกอริทึมของ Addwise Comorbid จึงถูกสร้างขึ้นอย่างรัดกุม ด้วยการดึงข้อมูลผู้ป่วยที่สะสมมาตั้งแต่ปี 2015 ผสานกับแนวทางการรักษามาตรฐานระดับโลก (WHO) มาปรับแต่งให้สอดรับกับบริบทหรือ demographic ของคนไทย โดยระบบจะนำข้อมูลของคนไข้แต่ละราย ทั้งเพศ อายุ และประวัติการรักษา มาประมวลผลเพื่อชี้เป้าความเสี่ยงให้แพทย์ได้รับรู้ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

เสริมพลังแพทย์ด้วยเครื่องมือและผู้ช่วยมืออาชีพ
เมื่อระบบประมวลผลความเสี่ยงออกมาแล้ว หัวใจสำคัญคือการนำไปใช้จริง นพ.ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล อธิบายว่า ระบบนี้ไม่ได้มาแทนการตัดสินใจของแพทย์ แต่เป็นผู้ช่วยติดอาวุธให้แพทย์มองเห็นภาพรวมคนไข้ได้ชัดเจนขึ้น
โดยจิ๊กซอว์สำคัญคือตำแหน่ง longevity assistant (LA) ซึ่งเป็นผู้ช่วยแพทย์ที่ทำหน้าที่เป็น clinical navigator คอยพูดคุยและเก็บข้อมูลพฤติกรรมคนไข้ระหว่างรอพบหมอ เช่น การสอบถามประวัติคนในครอบครัว เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัย
นพ.ทวนทศพร ยกตัวอย่างว่า “บางเคสที่เตรียมผ่าตัดใหญ่ ระบบอาจพบข้อมูลที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เมื่อ LA เข้าไปซักประวัติเพิ่มจนรู้ว่าคนในบ้านสูบบุหรี่ ทำให้สามารถคัดกรองตรวจปอดเพิ่มและพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกที่ตัดออกได้ทันที นี่คือการใช้เทคโนโลยีเสิร์ฟข้อมูลให้หมอ เพื่อให้หมอมีเวลาใช้ human touch คุยกับคนไข้ได้อย่างเต็มที่”

ลงทุนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อลดเวลา
ขณะที่ในมุมของการบริหารจัดการธุรกิจ หลายคนอาจมองว่าเทคโนโลยีต้องมาช่วยลดเวลาการทำงาน เพิ่ม capacity ในการรับคนไข้ให้มากขึ้น แต่สำหรับแพลตฟอร์มนี้ ทีมผู้บริหารย้ำชัดเจนว่า เป้าหมายหลักไม่ใช่การลดเวลาของแพทย์ แต่คือการ “ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำได้มาก่อน” ภายในกรอบเวลาเท่าเดิม
แนวคิดนี้ทำให้ช่วงเวลาระหว่างรอพบแพทย์ ซึ่งเดิมอาจเป็นเพียงเวลารอคอย ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ผ่านการพูดคุยและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากคนไข้ เพื่อค้นหาความเสี่ยงที่อาจยังไม่ถูกพบมาก่อน แม้เวลาในการตรวจรักษาอาจไม่ได้สั้นลง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือข้อมูลที่ช่วยให้แพทย์เห็นภาพสุขภาพของคนไข้ได้รอบด้านกว่าเดิม

เช่นเดียวกับเรื่องต้นทุน เครือโรงพยาบาลฯ ไม่ได้พัฒนา Addwise Comorbid เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วย แต่ใช้งบประมาณด้านการพัฒนาระบบดิจิทัลที่มีอยู่แล้ว นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การดูแลสุขภาพมีความละเอียดและครอบคลุมมากขึ้น โดยมองผลลัพธ์ที่คนไข้ได้รับในระยะยาวเป็นเป้าหมายสำคัญ
สุดท้ายแล้วเป้าหมายของ Addwise Comorbid คือการเห็นความเสี่ยงให้เร็วขึ้น เพื่อวางแผนดูแลก่อนโรคจะรุนแรง โดยเครือฯ ยังจัดตั้ง Addwise Comorbid Academy เพื่อยกระดับบุคลากรให้มีมาตรฐานเดียวกัน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ partner for life ที่มุ่งใช้ทั้งข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของแพทย์ หลอมรวมกันเพื่อดูแลสุขภาพคนไข้ให้ดีที่สุดอย่างยั่งยืน
ภาพ : เครือพญาไท-เปาโล
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : MALEE ครึ่งปีแรกโกย 3.59 พันล้าน ปรับแผนสู้เศรษฐกิจ-ตลาดชายแดน ส่ง “Malee COCO - MAS” ลุยตลาด จับเมกะเทรนด์ Longevity ปั้นพอร์ตสุขภาพ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


