มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เปิดครบแล้ว 77 จังหวัดทั่วไทย สบโอกาสค่าครองชีพสูง เตรียมลุยระดับอำเภอ ทุ่ม 2,000 ล้านบาท เปิดใหม่อีก 200 แห่งปีนี้ เน้นร้านสแตนด์อะโลน พร้อมดึงลูกค้ากำลังซื้อสูงช่วงเศรษฐกิจไม่เป็นใจ
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน และกำลังซื้อหดจากหนี้ครัวเรือน มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ประกาศลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่อีก 200 สาขาทั่วประเทศภายในปีนี้ ซึ่ง 90% หรือ 180 สาขา จะเน้นการขยายภายใต้รูปแบบสแตนด์อะโลนบนพื้นที่ราว 700 ตารางเมตร เพราะไม่มีการขยายศูนย์การค้า หรือร้านค้าปลีกมากเพียงพอที่จะเอื้อให้เปิดสาขาใหม่ตามที่กำหนด
ประกอบกับรูปแบบสแตนด์อะโลนสามารถเปิดได้ทุกที่ที่มีโอกาส จึงสามารถเข้าถึงคนไทยได้มากขึ้น โดยเฉพาะระดับอำเภอที่เมืองไทยมีอยู่กว่า 900 อำเภอทั่วประเทศ และทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และอีก 10% หรือ 20 สาขา จะเปิดในพื้นที่ค้าปลีกรูปแบบต่างๆ
แอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว ใน 3 ปีแรกที่ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เข้ามาทำตลาด ได้เน้นการขยายร้านในพื้นที่ค่าปลีกต่างๆ อาทิ โลตัส บิ๊กซี มาบุญครอง เป็นต้น
แต่เนื่องจากจำนวนศูนย์การค้า หรือค้าปลีกรูปแบบต่างๆ มีจำนวนจำกัด และการระบาดของโควิคได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้การเปิดสาขาแบบสแตนด์อะโลนตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น จนจำนวนร้านสาขาของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ในปัจจุบัน 69% อยู่ภายใต้รูปแบบสแตนด์อะโลน และที่เหลืออีก 31% เป็นร้านที่เปิดในห้างค้าปลีก

นอกจากแผนขยาย 200 สาขาในปีนี้แล้ว บริษัทยังวางแผนเปิดสาขาใหม่อีกปีละ 200 สาขาในปี 2569 และปี 2570 ตามลำดับ
ตามแผนการขยายสาขาดังกล่าวจะทำให้สาขาของร้านมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีทั้งสิ้น 1,132 แห่งในปี 2568 ครอบคลุม 77 จังหวัด โดยจังหวัดพังงาจะเป็นจังหวัดสุดท้ายที่จะเปิดให้บริการในวันที่ 28 มีนาคมนี้
สำหรับในปี 2567 บริษัทเปิดสาขาใหม่ทั้งหมด 195 สาขา ทำให้มีสาขาของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ทั่วประเทศ 932 แห่ง แบ่งเป็น ภาคกลาง 299 แห่ง ภาคอีสาน 198 แห่ง กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกอย่างละ 110 แห่ง ส่วนอีก 112 แห่งอยู่ในภาคตะวันตกและภาคเหนืออย่างละเท่าๆ กัน และที่เหลือ 103 แห่งอยู่ในภาคใต้

“โอกาสในการขยายร้านมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ยังมีอีกมากกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับมาเลเซียที่มีจำนวนร้านมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ถึง 1,400 แห่งทั้งที่ประชากรน้อยกว่าประเทศไทยถึง 50% ร้านมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ในมาเลเซีย 1 สาขาให้บริการลูกค้าเฉลี่ย 25,000 คน ขณะที่ประเทศไทยให้บริการลูกค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 77,000 คนต่อสาขา” แอนดี้ กล่าว
ปัจจุบันค่าเฉลี่ยการซื้อต่อบิลอยู่ที่ 160 บาท จากการทำสำรวจพบว่าสินค้าในร้านมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ถูกกว่าคู่แข่งรายสำคัญถึง 24.7% เพราะจัดการต้นทุนโลจิสติกส์และคลังสินค้าด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีและดีลธุรกิจโดยตรงกับซัพพลายเออร์ไม่ต้องผ่านคนกลาง อีกทั้งโครงสร้างธุรกิจของบริษัทที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกถึง 4,500 สาขา และมีความยืดหยุ่นเรื่องรูปแบบร้านค้าสูง
“ท่ามกลางวิกฤตของค่าครองชีพที่สูงขึ้น เปิดโอกาสให้มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ขยายสาขาเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า ทำให้สินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น สินค้ามิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. อาจจะไม่ได้เป็นที่สนใจของลูกค้าระดับล่างถึงกลางเท่านั้น แต่ยังจะดึงความสนใจลูกค้ากำลังซื้อสูงให้หันมาใช้บริการที่ร้านของเรามากขึ้นในอนาคต” แอนดี้กล่าว

นอกจากแผนขยายสาขาแล้ว บริษัทยังวางกลยุทธ์สำคัญอีก 3 แนวทาง เพื่อเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน ได้แก่ การยืนหยัดในความคุ้มค่าของสินค้าที่หลากหลายประมาณ 16,000 รายการจาก 6 หมวดสินค้า ซึ่ง 69% นำเข้าจากต่างประเทศ และ 31% สั่งซื้อจากผู้ผลิตภายในประเทศ และ 45% ของสินค้าทั้งหมดเป็นสินค้า Own Brand
สำหรับสินค้าที่ขายมากสุดคิดเป็นสัดส่วน 35.4% ได้แก่ สินค้าของใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้าน รองลงมา ได้แก่ สินค้าฮาร์ดแวร์ 16.9% เครื่องใช้ไฟฟ้า 9.1% สินค้าเครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา 8.7% สินค้าของเด็กเล่น 6.6% และที่เหลือ 23.4% เป็นสินค้าอื่นๆ
และเพื่อตอกย้ำเรื่องความคุ้มค่าที่ให้กับผู้บริโภค ในปีนี้บริษัทเตรียมจัดโปรโมชั่นและแคมเปญพิเศษมากกว่า 50 รายการตลอดปี เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้อย่างทั่วถึง
จากแผนการทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักจากยอดขาย 16,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
ภาพ: มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : วิ่งช้าอาจไม่ทันกระแส! MOSHI รับมือทุนจีน-ยุโรปรุกสินค้า Lifestyle ออกสินค้าใหม่เน้น ‘เร็ว-คุ้มค่า’ ขั้นต่ำ 1,000 Sku/เดือน
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine