ไม่ได้เก่งแค่แดนปลาดิบ! MAGURO ซุ่มปั้นแบรนด์ “หลาย” ลุยตลาดอาหารอีสาน-ไทย ยกระดับสตรีทฟู้ดสู่ความพรีเมียมในราคาเริ่มแค่ 89 บาท เจาะตรงกลุ่มออฟฟิศและครอบครัว มุ่งปูทางสู่ผู้นำธุรกิจร้านอาหารครบวงจรตัวจริง
การขยับตัวครั้งสำคัญของ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ที่สลัดภาพผู้นำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีระดับพรีเมียม ก้าวเข้าสู่สมรภูมิร้านอาหารไทย-อีสานอย่างเต็มตัว
ล่าสุด ประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ "หลาย" (Lai) นำร่องเจาะตลาดด้วยเมนูส้มตำและอาหารท้องถิ่นยอดฮิต หวังดึงดูดผู้บริโภคทุกกลุ่มผ่านคอนเซปต์ Premium yet Accessible ที่ผสานความพิถีพิถันแบบพรีเมียมเข้ากับราคาที่จับต้องได้
ก้าวสำคัญสู่ผู้นำธุรกิจร้านอาหารครบวงจร
จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเปิดตัวแบรนด์ "หลาย" ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้เวลาเตรียมการมานานเกือบ 2 ปี เพื่อสอดแทรกเข้าสู่ตลาดอาหารไทยซึ่งเป็นฐานตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพสูง โดยเลือกใช้เมนูอาหารอีสานและส้มตำเป็นหัวหอกในการบุกตลาด
"ปัจจุบัน MAGURO Group ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้นำร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลีพรีเมียมอีกต่อไป แต่บริษัทฯ กำลังเติบโตและมุ่งหน้าสู่การเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารที่ครบวงจร ครอบคลุมหลากหลายสัญชาติและรูปแบบ ผ่านสองกลยุทธ์หลัก คือการนำเข้าแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากประเทศญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาแบรนด์ใหม่ขึ้นเองภายในองค์กร เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในทุกมิติ" จักรกฤติ กล่าว

ตีความ "Authenticity" สู่บริบทร่วมสมัย
เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว แบรนด์จึงถูกตั้งชื่อว่า "หลาย" ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาอีสานแปลว่า "มาก" หรือ "เยอะ" สื่อถึงความตั้งใจที่จะส่งมอบสิ่งดีๆ ให้ลูกค้าอย่างเต็มที่ ทั้งวัตถุดิบคุณภาพ รสชาติที่กลมกล่อมจัดจ้าน รวมถึงการต้อนรับที่จริงใจและเสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหารแบบฉบับคนอีสาน
มากไปกว่านั้น "หลาย" ยังตีความความต้นตำรับของอาหารอีสานใหม่ โดยมองว่าเสน่ห์ที่แท้จริงไม่ได้มีแค่สูตรดั้งเดิม แต่อยู่ที่วิถีชีวิตและการแบ่งปันความสุขร่วมกัน ร้านนี้จึงถ่ายทอดหัวใจของครัวอีสานออกมาในรูปแบบที่ร่วมสมัยและเข้าถึงง่าย เป็นเสมือน comfort food ที่ทุกคนพึ่งพาได้ในทุกมื้อ
นอกจากนี้ แบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่อาหารอีสาน แต่เพิ่มเมนูอาหารไทยและอาหารจานเดียว เพื่อรองรับฐานลูกค้าทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ต้องการความรวดเร็ว กลุ่มครอบครัวที่มองหาเมนูสำหรับแบ่งปันอย่างกุ้งแม่น้ำย่างหรือต้มยำ ไปจนถึงนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสรสชาติท้องถิ่นในบรรยากาศสบายและทันสมัย
โดยราคาส้มตำจะเริ่มต้นอยู่ที่ 89 บาท ส่วนอาหารจานเดียวอย่างข้าวผัดพริกขี้หนูคอหมูย่าง เริ่มต้นที่ 109 บาท และเมนูแจ่วฮ้อนหมูเริ่มต้นที่ 359 บาท

ยกระดับรสชาติอีสาน ด้วยเทคนิคไฟน์ไดนิ่ง
ขณะที่ในด้านปฏิบัติการ แบรนด์ได้ยกระดับมาตรฐานการทำอาหารอีสานให้เทียบเท่าร้านระดับไฟน์ไดนิ่ง ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงที่พิถีพิถัน รวมถึงประยุกต์ใช้เทคนิค dry aging เพื่อรักษากลิ่นหอมและดึงรสชาติเนื้อให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับเวลาในการเตรียมอาหาร เช่น การหมักคอหมูย่าง 4 ชั่วโมง ทำซูวีลิ้นวัวนาน 16 ชั่วโมง และตุ๋นเครื่องในถึง 6 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมเมนูไฮไลต์อย่างข้าวเหนียวแสงแรก พันธุ์ข้าวพื้นเมืองหายากที่ให้สัมผัสนุ่มเด้งเรียวยาว

อย่างไรก็ตาม การโดดลงมาเล่นในตลาดอาหารสตรีทฟู้ดด้วยมาตรฐานพรีเมียมของ MAGURO Group ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ตอกย้ำว่าบริษัทพร้อมขยายขีดจำกัดเพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาด F&B อย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ ร้าน "หลาย" สาขาแรก จะพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2569 ณ โครงการ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา
ภาพ : มากุโระ กรุ๊ป
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : อิ่มตัวแต่ยังมีช่อง! MAGURO ทุ่ม 60 ล้าน ส่ง “Ginza Onodera” ชิงเค้กซูชิสายพานพรีเมียม เล็งกวาดรายได้ 2 พันล้านต่อปี ดีเดย์ 28 ก.ค.นี้
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


