KT OPTIC ชู “ป้องกันก่อนรักษา” เหนือเกมสงครามราคาร้านแว่น รีโนเวตใหญ่สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ดันรายได้แตะ 850 ล้านบาท

KT OPTIC ชู “ป้องกันก่อนรักษา” เหนือเกมสงครามราคาร้านแว่น รีโนเวตใหญ่สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ดันรายได้แตะ 850 ล้านบาท

ร้านแว่นยุคนี้ ไม่ได้ขายแค่แว่นอีกต่อไป! KT OPTIC ปรับเกมธุรกิจครั้งใหญ่ พลิกโฉมสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์สู่แฟล็กชิป ชูแนวคิด "ป้องกันก่อนรักษา" ใช้ AI ตรวจคัดกรองสุขภาพตา ดันยอดขายสาขานี้พุ่ง 2-3 ล้านบาท/เดือน ตั้งเป้ากวาดรายได้รวมแตะ 850 ล้านบาท


    ตลาดแว่นตาไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจค้าปลีกสู่ธุรกิจสุขภาพและไลฟ์สไตล์ หลังพฤติกรรมผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลให้ปัญหาสายตา โดยเฉพาะสายตาสั้นในเด็กและวัยทำงาน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ขณะที่สังคมผู้สูงอายุยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญให้ความต้องการแว่นสายตาและเลนส์เฉพาะทางเติบโต แม้กำลังซื้อจะชะลอตัว แต่ผู้ประกอบการยังมองเห็นโอกาสจากตลาดการดูแลสุขภาพตาเชิงป้องกัน ซึ่งยังมีช่องว่างอีกมากในประเทศไทย

    ชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยออพติค จำกัด เจ้าของร้าน KT OPTIC กล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาสายตามากขึ้น โดยเฉพาะจีนที่ออกมาตรการควบคุมปัญหาสายตาสั้นในเด็กและเยาวชน หลังพบว่าการใช้สมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดีย และการอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลให้ผู้มีปัญหาสายตาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแสงจากอุปกรณ์ดิจิทัลและสภาพแวดล้อมในเมือง ยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคทางตาเมื่ออายุมากขึ้น

    ในทางกลับกัน ผู้บริโภคชาวไทยยังให้ความสำคัญกับการ “รักษา” มากกว่าการ “ป้องกัน” ทั้งที่ประเทศไทยมีผู้มีปัญหาทางสายตาราว 15% ของประชากรทั้งหมด แต่มีผู้เข้าสู่ระบบการตรวจและดูแลสุขภาพตาเพียง 2-4 ล้านคนเท่านั้น

ชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ


    “ปรัชญาของ KT OPTIC คือ การป้องกันดีกว่าการรักษา เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพตาควรเริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดปัญหา มากกว่ารอให้สายตาเสื่อมแล้วค่อยรักษา” ชัชวาลย์กล่าว

    เขาระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากเมื่อกว่า 20 ปีก่อนที่คนส่วนใหญ่จะตัดแว่นเฉพาะเมื่อมีปัญหาทางสายตา ต่างจากผู้บริโภคในยุโรปที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องดวงตาจากรังสี UV และนิยมสวมแว่นกันแดดเป็นประจำ ปัจจุบันคนไทยเริ่มตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพตามากขึ้น แม้จะยังมีสัดส่วนเพียงประมาณ 15% ของประชากร แต่ถือเป็นทิศทางที่เติบโตต่อเนื่อง

    อีกหนึ่งเทรนด์ที่เห็นได้ชัดคือ ปัญหาสายตาในเด็กที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 สะท้อนผ่านยอดขายเลนส์ควบคุมสายตาสั้นสำหรับเด็ก ซึ่งเพิ่มจาก 2% ของยอดขายรวม เป็น 5% ในปัจจุบัน

    สำหรับตลาดแว่นตาไทยปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 15,000-16,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดแว่นสายตา 70% และแว่นแฟชั่น 30% โดยในอดีตตลาดเติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี แต่ปีนี้มีแนวโน้มทรงตัวจากกำลังซื้อที่ชะลอลง ผู้บริโภคเลื่อนการเปลี่ยนแว่นคู่ใหม่ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งหันไปซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ชัชวาลย์มองว่า การแข่งขันของธุรกิจร้านแว่นตาไม่ได้อยู่ที่ “ราคา” อีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันด้านบริการ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ โดยผู้ซื้อแว่นคู่แรกอาจยังให้ความสำคัญกับราคา แต่ลูกค้าที่เปลี่ยนแว่นคู่ที่สองหรือสาม จะให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความหลากหลายของสินค้ามากกว่า

    “ร้านแว่นทั่วไปอาจจะเน้นเรื่องราคา แต่ของเราไม่ลดราคา บางร้านมาร์จิ้นสูงมาก แต่เขาทำแว่นแบรนด์ตัวเอง ใช้เลนส์ที่ระบุว่าเป็นเลนส์จากเขาเอง แล้วขายในราคาเทียบเท่าแบรนด์ ส่วน KT OPTIC เป็นร้านมัลติแบรนด์ แต่ละแบรนด์มีการตลาดของเขา และเราได้มาร์จิ้นส่วนต่าง เราขายแบรนด์เนม ขายเลนส์ที่มีเทคโนโลยี” ชัชวาลย์ย้ำ ก่อนจะระบุเพิ่มเติมว่าปัจจุบันบริษัทติดอันดับ Top 5 ของตลาดในด้านรายได้ และอยู่ใน Top 3 เมื่อวัดประสิทธิภาพการสร้างรายได้ต่อสาขา


    ท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนไป KT OPTIC ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 58 ปี และมีสาขากว่า 140 แห่งทั่วประเทศ จึงเดินหน้าปรับกลยุทธ์ด้วยการรีโนเวตสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์สู่คอนเซ็ปต์ Vision & Eyewear Destination ยกระดับร้านแว่นตาให้เป็นศูนย์รวมการดูแลสุขภาพตาแบบครบวงจร พร้อมตั้งเป้าผลักดันรายได้ปี 2569 แตะ 850 ล้านบาท


    โดยสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ได้รับการขยายพื้นที่จาก 125 ตารางเมตร เป็นกว่า 180 ตารางเมตร เพิ่มสินค้าจาก 1,000 SKU เป็นกว่า 2,000 SKU พร้อมติดตั้งเครื่องวัดสายตามาตรฐานจาก ZEISS และระบบตรวจสุขภาพตาด้วย Airdoc AI ที่สามารถคัดกรองความเสี่ยงโรคทางตาได้ถึง 13 โรค


    รวมถึงมีทีม optician และ eyewear stylist ให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับร้านจากร้านจำหน่ายแว่นตา สู่ศูนย์ดูแลสุขภาพตาอย่างครบวงจร

    ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายให้สาขาแห่งนี้สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2-3 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิมเฉลี่ยราว 1.5 ล้านบาท และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน 5 สาขาที่ทำรายได้สูงสุดของเครือข่าย พร้อมผลักดันรายได้รวมปี 2569 แตะ 850 ล้านบาท จาก 800 ล้านบาทในปีก่อน



ภาพ: KT OPTIC



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เซ็นทรัลชิดลม พลิกเกมรีเทล ดึง "Brooo" รันนิ่งแวร์สัญชาติไทย เปิดแฟล็กชิปสโตร์แรกใจกลางกรุง หวังปั้นห้างสู่คอมมูนิตี้คนรักการวิ่ง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine