JETRO ตั้งเป้าส่งออกสินค้าเกษตรญี่ปุ่นเข้าไทยเพิ่ม 10% ต่อปี ชูสินค้าเด่นอาหารทะเล-เนื้อวัว - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • JETRO ตั้งเป้าส่งออกสินค้าเกษตรญี่ปุ่นเข้าไทยเพิ่ม 10% ต่อปี ชูสินค้าเด่นอาหารทะเล-เนื้อวัว

JETRO ตั้งเป้าส่งออกสินค้าเกษตรญี่ปุ่นเข้าไทยเพิ่ม 10% ต่อปี ชูสินค้าเด่นอาหารทะเล-เนื้อวัว

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

JETRO เร่งผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตร ป่าไม้ และประมงเพิ่มทั่วโลก ตั้งเป้ามูลค่าแตะ 1 ล้านล้านเยนในปี 2562 ด้านประเทศไทยตลาดสำคัญอันดับ 6 เดินหน้าสร้างกลยุทธ์เพิ่มการบริโภค 10% ต่อปี จัดงานเจรจาธุรกิจ-สร้างพันธมิตรร้านอาหาร-พัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซ

Hiroki Mitsumata ประธาน องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JETRO กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ประเทศญี่ปุ่นมีการส่งออกสินค้าอาหาร เกษตร ป่าไม้ และประมงทั่วโลก มูลค่ากว่า 7.5 แสนล้านเยนในปี 2559 และญี่ปุ่นตั้งเป้าเร่งผลักดันมูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้เป็น 1 ล้านล้านเยนภายในปี 2562 ตามแผนมาตรการทางเศรษฐกิจในการปฏิบัติการลงทุนเพื่ออนาคตของรัฐบาล

โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าสูงอันดับ 6 ของญี่ปุ่น เมื่อปี 2559 ไทยมีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากญี่ปุ่นมูลค่า 3.29 หมื่นล้านเยน ซึ่งลดลง -8.2% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 ญี่ปุ่นส่งออกสินค้าเกษตรมายังไทยแล้ว 2.21 หมื่นล้านเยน ซึ่งเติบโตขึ้น 10.6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นสัญญาณที่ดีของตลาด

ตัวอย่างสินค้าอาหารจากญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ในรายละเอียดพบว่าสินค้าสำคัญที่ทำให้มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรญี่ปุ่นเติบโต คือ หนังหมู เติบโต 45% จากปีก่อน เนื่องจากไทยมีการนำเข้ามาเพื่อฟอกหนังแปรรูปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหนัง และสินค้าปลาทูน่า (ปลาโอ/มากุโร่) เติบโต 30% เพราะมีการนำเข้ามาแปรรูปเพิ่มขึ้นเช่นกัน

Takuro Wanami ผู้อำนวยการแผนกประชาสัมพันธ์ธุรกิจอาหาร เกษตร ป่าไม้ และประมง JETRO สำนักงานใหญ่ ญี่ปุ่น กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย JETRO ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหาร 10% ต่อปี โดยมีกลยุทธ์ต่างๆ เช่น

1.การช่วยเหลือจับคู่เจรจาธุรกิจทั้งในงาน THAIFEX ของไทย และงานเจรจาธุรกิจอาหาร สินค้าเกษตรและประมงจากญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ที่ปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ-ผู้ผลิตสินค้าญี่ปุ่นมีโอกาสเจรจากับเอเย่นต์จัดจำหน่ายในไทย

2.ตั้งทีม J-Food ผู้วางแผนงานประชาสัมพันธ์การบริโภคอาหารญี่ปุ่น

3.มีระบบรับรอง ร้านค้าผู้สนับสนุน (Japanese Food Supporter) ให้กับร้านค้าปลีกและร้านอาหารที่จำหน่ายหรือประกอบอาหารจากญี่ปุ่น

4.พิจารณาการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซเพื่อให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีโอกาสส่งสินค้าจำหน่ายที่เมืองไทยได้มากขึ้น ทั้งในรูปแบบ B2B และ B2C

บรรยากาศงานเจรจาจับคู่ธุรกิจอาหาร สินค้าเกษตรและประมงจากญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ปี 2560

สำหรับ งานเจรจาธุรกิจอาหาร สินค้าเกษตรและประมงจากญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ปี 2560 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 ต.ค.60 ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี่ มีผู้ผลิตญี่ปุ่นเข้าร่วม 66 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าประมง เช่น ปลาทูน่า, ปลาซาบะ, หอยเชลล์, หอยนางรม รองลงมาเป็นสินค้าเนื้อวัว อาหารเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ด้าน Kazuhiro Shimane รองผู้อำนวยการแผนกวัฒนธรรมอาหารและพัฒนาตลาด กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ภายในงานเจรจาธุรกิจครั้งนี้ จะมีการสาธิตการทำอาหารด้วยวัตถุดิบจากญี่ปุ่นด้วย เพื่อให้คู่ค้าร้านอาหารและเอเย่นต์เข้าใจการใช้วัตถุดิบมากยิ่งขึ้น นำไปสู่ยอดขายในอนาคต

ส่วนเครื่องหมายร้านค้าผู้สนับสนุน เป็นอีกกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย โดยกระทรวงฯ จะให้เครื่องหมายนี้กับร้านค้าปลีกหรือร้านอาหารที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากญี่ปุ่นอย่างจริงจัง เป็นการสนับสนุนให้ผู้บริโภคในต่างประเทศทั่วโลกได้สัมผัสรสชาติที่แท้ของอาหารญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าผู้สนับสนุนแล้ว 929 ร้านทั่วโลก และอยู่ในประเทศไทย 122 ร้าน

Forbes Facts 

  • ประเทศที่เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของญี่ปุ่นเรียงตามมูลค่าการส่งออกปี 2559 ได้แก่ ฮ่องกง, สหรัฐฯ, ไต้หวัน, จีน, เกาหลีใต้, ไทย, เวียดนาม และสิงคโปร์
  • ‎สินค้าเกษตรส่งออกจากญี่ปุ่นมาไทยที่สำคัญเรียงตามมูลค่าปี 2559 ได้แก่ หนังหมู, ปลาทูน่า/ปลาโอ, ปลาซาบะ, เครื่องปรุงรส, ปลาแซลมอน/ปลาเทราต์, ปลาซาร์ดีน และเนื้อวัว
BACK TO TOP