HAVE A sip DAY CAFE by เพรียว รุกตลาดเฮลท์ตี้ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • HAVE A sip DAY CAFE by เพรียว รุกตลาดเฮลท์ตี้

HAVE A sip DAY CAFE by เพรียว รุกตลาดเฮลท์ตี้

SAPPE เปิดตัวร้าน เพรียว คาเฟ่ ภายใต้ชื่อ HAVE A sip DAY CAFE by เพรียว นำร่องสาขาแรกใจกลางสยามสแควร์ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ด้วยส่วนผสมหลักจากเพรียวมาสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มพิเศษ พร้อมต่อยอดพัฒนาเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ในอนาคตขยายส่วนแบ่งการตลาดกาแฟควบคุมน้ำหนักเดิมที่ 20% ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญและใส่ใจกับรูปร่างพร้อมกับการดูแลรักษาสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกาแฟควบคุมน้ำหนักที่บริษัทให้ความสำคัญพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านรูปร่างและสุขภาพรวมกัน เช่น เพรียว นิวทริเกรน (Nutri-grain) สูตรเมล็ดเชีย (Chia Seed) และเพรียว สูตรข้าวกล้อง (Brown Rice Flake) ผสมไฟเบอร์ 3,000 มิลลิกรัม

ขณะเดียวกันบริษัทยังเล็งเห็นโอกาสสร้างการเติบโตในตลาดกาแฟควบคุมน้ำหนักผ่านช่องทางใหม่ๆ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ช่องทางการจำหน่ายผ่านธุรกิจออนไลน์ หรือธุรกิจ Cafe นอกเหนือจากช่องทางจำหน่าย Traditional Trade และ Modern Trade

“จุดเริ่มต้นแนวคิดในการเปิดตัวเพรียว คาเฟ่ มาจากไอเดียการประกวดความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานในทีม InnoStudio ของ SAPPE ที่มองเห็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่มุ่งเน้นไปในทิศทางที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น การลด ละ เลิกอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาล ไขมัน หรือแคลอรี่สูง โดยเฉพาะสาวๆ ที่มักคำนวณแคลอรี่ก่อนรับประทานอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าสนใจ

ด้วยความที่ SAPPE มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพรียว อันโดดเด่นด้านการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งแบรนด์มีจุดยืนที่ชัดเจนเรื่องการให้ผลลัพธ์ด้านรูปร่างที่สวยเพรียว ผ่านตัวผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของผงชงสำเร็จ จึงเป็นที่มาของแนวคิดการเปิดตัวร้าน HAVE A sip DAY CAFE by เพรียว เพื่อสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่ม โดยใช้ส่วนผสมหลักจากผลิตภัณฑ์ของเพรียว”

ปิยจิตกล่าวถึงการเปิดตัวร้านเพรียว ในย่านสยามสแควร์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ แต่ยังคงต้องการเครื่องดื่มรสชาติอร่อย ถ่ายภาพสวย พร้อมนำนวัตกรรมต่างๆ ของเพรียว มาสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มแปลกใหม่ โดยใช้ส่วนผสมหลักจากผลิตภัณฑ์ของเพรียวเสิร์ฟในธีมบรรยากาศที่ตกแต่งด้วยการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งได้รับการรังสรรค์โดยทีม InnoStudio ของ SAPPE ออกแบบ 4 เมนูสุดพิเศษ ได้แก่ เมนู Rudolf the Reindeer เมนู Christmas Carol เมนู Jingle Bell Log และเมนู Grinch Soda ทั้งยังมีกาแฟเพรียวสูตรออริจินอล (เพรียว โครเมียม) ให้เลือกในรูปแบบชงร้อนและเย็น

“เราไม่ได้มุ่งเน้นผลในแง่ของยอดขาย แต่คาดหวังการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค ทั้งการพูดถึง หรือการแชร์เรื่องราวของ HAVE A sip DAY CAFE by เพรียว เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เราต้องการให้เพรียวเป็นมากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์ผงที่ช่วยในการควบคุมรูปร่าง ควบคุมน้ำหนัก ซึ่งวันนี้แบรนด์เพรียวสามารถเอาไปทำอะไรสร้างสรรค์และต่อยอดได้ไกลกว่านี้อีกมาก” ปิยจิตกล่าวถึงโอกาสการพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับ SAPPE หากได้รับผลตอบรับที่ดี และความพร้อมเปิดสาขาเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต

ขณะที่ในปัจจุบันเพรียว คอฟฟี่ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ราวร้อยละ 20 (ข้อมูล Nielsen Thailand October 2020) โดยเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักที่จะเป็นแรงขับเคลื่อน ตลาดกาแฟควบคุมน้ำหนัก และมีส่วนกำหนดทิศทางแนวโน้มของตลาดกาแฟควบคุมน้ำหนัก

อย่างไรก็ตาม การบริโภคในประเทศช่วงวิกฤตโควิด-19 อาจจะทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่บริษัทได้เล็งเห็นโอกาสมากมาย ทั้งช่องทางการขายแบบดั้งเดิม รวมถึงไอเดียแนวทางการขายใหม่ๆ ที่จะผลักดันให้แบรนด์สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2564

ทั้งนี้ บริษัทมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เพรียวมีทั้งหมด 11 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบเครื่องดื่มประเภทผง, เครื่องดื่มประเภทขวดพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มประเภทกระป๋อง รวมถึงผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ คือเพรียว สูตรออริจินัล เป็นกาแฟ 3 in 1 ประเภทซอง ช่วยควบคุมน้ำหนัก และมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของเพรียว ที่มีส่วนผสมของ โครเมียม อะมิโน แอซิด คีเลต

ที่ช่วยในเรื่องของการลดความอยากอาหาร และเพรียว คลอโรฟิลล์ ที่มีส่วนผสมของคลอโรฟิลล์จากต้นอ่อนข้าวสาลี (Wheatgrass) นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ช่วยในเรื่องของการดีท็อกซ์ล้างสารพิษ เริ่มวางจำหน่ายเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม:  5 ข้อคิด “ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ” ให้ประสบความสำเร็จ


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP