บางนาเตรียมรับแลนด์มาร์กใหม่! เปิด “Happitat” 21 ส.ค.นี้ มิกซ์ยูส 2 หมื่นล้านจากเครือซีพี ปักหมุดเป็นอาณาจักรแห่งความสุขของผู้คน

บางนาเตรียมรับแลนด์มาร์กใหม่! เปิด “Happitat” 21 ส.ค.นี้ มิกซ์ยูส 2 หมื่นล้านจากเครือซีพี ปักหมุดเป็นอาณาจักรแห่งความสุขของผู้คน

FORBES THAILAND / ADMIN
15 Jul 2026 | 10:46 AM
READ 184

บางนาเตรียมได้แลนด์มาร์กมิกซ์ยูสแห่งใหม่ “Happitat” พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 21 สิงหาคม 2569 หลังลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร วางตำแหน่งเป็น “New Global Landmark of Happiness” พร้อมยกระดับย่านบางนาให้เป็นอีกหนึ่งเดสติเนชันสำคัญของกรุงเทพฯ


    อรดา เกิดหงษ์ President บริษัท แอ็กซ์ตร้า แฮปปี้แทท จำกัด กล่าวว่า Happitat ไม่ได้ถูกพัฒนาให้เป็นเพียงศูนย์การค้าแห่งใหม่ แต่เป็นโครงการที่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาเดสติเนชัน (Destination Creation) ผ่านแนวคิด “Happiness-Led Destination” ที่ใช้ “ความสุข” เป็นหัวใจในการออกแบบพื้นที่ ประสบการณ์ และการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ

    “ในวันที่การแข่งขันของโครงการมิกซ์ยูสและศูนย์การค้าส่วนใหญ่มุ่งเน้นความครบครันและความสะดวกสบาย Happitat เลือกเริ่มต้นจากคำถามว่า จะออกแบบพื้นที่ที่สร้างความสุขให้ผู้คนได้อย่างยั่งยืนอย่างไร ก่อนพัฒนาเป็นแนวคิด Happiness Movement ที่ยกระดับบทบาทของโครงการจากพื้นที่จับจ่ายใช้สอย สู่พื้นที่ที่สร้างคุณค่าทางอารมณ์และคุณภาพชีวิต” อรดา กล่าว


ดึงทีมออกแบบระดับโลก ยกระดับโครงการมิกซ์ยูส

    Happitat พัฒนาโครงการร่วมกับทีมออกแบบระดับโลก นำโดย Foster + Partners ร่วมกับ F&P (Thailand), TK Studio และ Atelier Ten ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการระดับโลกอย่าง Jewel at Changi Airport และส่วนขยายพิพิธภัณฑ์ MoMA โดยให้ความสำคัญกับการผสานธรรมชาติเข้ากับสถาปัตยกรรม

    ภายในโครงการจัดสรรพื้นที่สีเขียวทั้งแนวราบและแนวดิ่ง พร้อมออกแบบ Pocket Garden กระจายทั่วพื้นที่ รวมถึงเชื่อมต่อกับพื้นที่ป่ากว่า 30 ไร่ ด้านหลังโครงการ ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็น Bangna's Urban Lung หรือปอดแห่งใหม่ของย่านบางนา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเมืองกับธรรมชาติ


ปรับเกมมิกซ์ยูส สู่ Experience Destination

    นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Happitat ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ (experience economy) ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมโยงโลกจริงและโลกดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Immersive World

    หนึ่งในไฮไลต์คือจอ LED ขนาดใหญ่บริเวณ Grand Stairs ซึ่งเป็นหนึ่งในจอดิจิทัลภายในอาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


    ซึ่ง Happitat เตรียมนำผลงาน immersive ระดับโลกมาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยร่วมกับทีมสร้างสรรค์จากหลายประเทศ ได้แก่ Pixel Artworks สตูดิโอออกแบบประสบการณ์จากสหราชอาณาจักร เจ้าของผลงานเปิดตัว Netflix's Stranger Things, BoraBora Studios จากเยอรมนี เจ้าของรางวัล Gold-Best Immersive Experience จากเวที Mondo-DR Awards 2026 จากผลงาน The Lost World Aquarium Dubai, Idyllias ผู้พัฒนาประสบการณ์อินเทอร์แอ็กทีฟ เทคโนโลยี AI และ Gamification รวมถึง Yellaban สตูดิโอของไทยที่เคยได้รับคัดเลือกให้จัดแสดงผลงาน Projection Mapping ภายในงาน World Expo Osaka 2025

    โดยคอนเทนต์ทั้งหมดจะหมุนเวียนตลอดทั้งปี เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้มาเยือนในแต่ละครั้ง และทำให้ Happitat เป็นจุดหมายปลายทางที่สดใหม่

    ขณะเดียวกัน โครงการยังสร้างพื้นที่สำหรับครอบครัวอย่าง Whimsical Market ที่ผสานร้านอาหาร คาเฟ่ และการเล่าเรื่องผ่านคาแรกเตอร์เฉพาะของโครงการ รวมถึง Lumis Theater Hall ฮอลล์อเนกประสงค์สำหรับการจัดนิทรรศการ การแสดง และ immersive experience


ดึงแบรนด์ดังสร้าง Ecosystem รองรับทุกไลฟ์สไตล์

    ในด้าน tenant mix บริษัทระบุว่า Happitat ไม่ได้มุ่งเพิ่มจำนวนร้านค้า แต่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกพันธมิตรที่สามารถร่วมสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ของโครงการ

    โครงการรวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 100 แบรนด์ รวมกว่า 3,000 เมนู ตั้งแต่ร้าน fine dining ของเชฟมิชลิน ร้านอาหารชื่อดังจากต่างประเทศ ไปจนถึงร้านคอนเซ็ปต์ใหม่และร้านสาขาแรกในศูนย์การค้า

    ร้านไฮไลต์ ได้แก่ Vuur by Jacob Jan Boerma ของเชฟ Jacob Jan Boerma เชฟมิชลิน 3 ดาวจากเนเธอร์แลนด์ รวมถึงร้านใหม่ของเชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟมิชลิน 1 ดาว 9 ปีซ้อน ในเครือ Chim นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารที่ได้รับสัญลักษณ์บิบ กูร์มองด์ และร้านจากเซเลบริตี้เชฟอีกหลายแห่ง

    และร้านที่เตรียมเปิดให้บริการ ได้แก่ CHAGEE คอนเซ็ปต์ Pet-Friendly แห่งแรกของประเทศไทย, Sostare Gelato แบรนด์เจลาโตอาร์ติซานจากอิตาลีที่เปิดสาขาแรกในศูนย์การค้า, Forist Delight ร้านขนมหวานภายใต้แนวคิด "The Edible Forest", UORIKI ร้านอาหารญี่ปุ่นจาก CP-Uoriki, CTM ชาไทยพรีเมียมจากชาตรามือ รวมถึง เกี๊ยวหยวนจี ร้านเกี๊ยวปั้นสดจากจีน

    นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่มอีกหลายแบรนด์ อาทิ Ahjou Tea, Dairy Queen, GAGA, Good Cha, Greek's Cup, 1:2 Coffee, Paul, White Story, เกศเตี๋ยว ตลอดจนร้านสตรีทฟู้ดชื่อดัง

    พร้อมดึงพันธมิตรหลายกลุ่มเข้ามาพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ อาทิ Lotus's PRIVE Market, Axtra Club ศูนย์รวมสินค้าคัดสรรจากทั่วโลกสำหรับสมาชิก, 7-Eleven รูปแบบใหม่ที่เปิดเพื่อโครงการ Happitat โดยเฉพาะ, True Branding Shop & TrueSphere

    นอกจากนี้ ด้านสุขภาพและความงาม Happitat ยังเตรียมเปิดฟิตเนสรูปแบบใหม่ พร้อมสระว่ายน้ำและสนาม pickleball court ลอยฟ้า รวมถึงรวบรวมผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ความงาม และการฟื้นฟูร่างกาย เช่น Kaew Pilates Studio, Flex Rehab, Setai Exclusive, Sarang Hair, HANA STUDIO และ THE LOFT CLINIC

    รวมถึงอีกหนึ่งกลุ่มสำคัญคือ บริการสำหรับสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร โดย Happitat ร่วมกับแบรนด์ Jerhigh พัฒนาบริการ pet service พร้อมออกแบบพื้นที่ pet-friendly และ pet park ขนาดกว่า 150 ตารางเมตร เพื่อให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้ใช้เวลาร่วมกัน รวมถึงต่อยอดการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ภายในโครงการ


ตั้งเป้ายกระดับบางนาเป็นเดสติเนชันระดับโลก

    อรดา กล่าวว่า เป้าหมายของ Happitat ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตลาดในประเทศ แต่ต้องการผลักดันให้โครงการก้าวสู่การเป็นเดสติเนชันระดับโลก โดยเชื่อว่าความสำเร็จของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตจะไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้มาใช้บริการหรือผลตอบแทนทางธุรกิจ แต่รวมถึงคุณค่าที่สามารถสร้างให้กับผู้คนและเมืองได้ในระยะยาว

    “หาก Happitat สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ผู้พัฒนาโครงการหันมาให้ความสำคัญกับธรรมชาติ สุขภาวะ และประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น ก็จะเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต” อรดา กล่าวปิดท้าย




ภาพ : Happitat




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : บิ๊กมูฟ 1.1 หมื่นล้านกลางสยามสแควร์! เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก มิตซูบิชิ เอสเตท ปั้น “CenTRal cENtrAL” ชิงทำเลสี่แยกปทุมวัน ดีเดย์เปิดเฟสแรกปี 2570

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine