พลิกโฉมใหญ่ในรอบ 40 ปี! “ไก่ย่างห้าดาว” ขอสลัดภาพสตรีตฟู้ด ดันแฟรนไชส์สู่โมเดล QSR นำร่อง 450 สาขารับทศวรรษใหม่

พลิกโฉมใหญ่ในรอบ 40 ปี! “ไก่ย่างห้าดาว” ขอสลัดภาพสตรีตฟู้ด ดันแฟรนไชส์สู่โมเดล QSR นำร่อง 450 สาขารับทศวรรษใหม่

FORBES THAILAND / ADMIN
09 Jun 2026 | 12:25 PM
READ 2516

ไก่ย่างห้าดาว (Five Star) ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี ยกระดับแฟรนไชส์สู่โมเดล QSR นำร่อง 450 สาขา เสริมแกร่งด้วยนวัตกรรมอาหารและซัพพลายเชน CPF พร้อมใช้ฐานที่มั่นหมื่นสาขาเป็นสปริงบอร์ด สยายปีกรุกหนักตลาดต่างประเทศ เล็งเจาะอินเดีย ปากีสถาน รัสเซีย และยุโรป หวังปูทางสู่โกลบอลแบรนด์ในทศวรรษใหม่


    หากพูดถึงแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ Five Star หรือ ไก่ย่างห้าดาว คือโมเดลธุรกิจที่สร้างอาชีพให้ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ "เถ้าแก่เล็ก" มาแล้วนับไม่ถ้วน ปัจจุบันแบรนด์มีสาขาในไทยกว่า 5,000 แห่ง และขยายธุรกิจในต่างประเทศรวมกว่า 10,000 สาขา

    แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท การเดินหน้าสู่ทศวรรษต่อไปจึงต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ ซึ่ง สุนทร จักษุกรรฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนแบรนด์มานานกว่า 36 ปี มองว่านี่คือการวางเสาเข็มใหม่เพื่อสเกลธุรกิจสู่โกลบอลแบรนด์

    “โจทย์ของเราในวันนี้ คือทำยังไงให้ทุกคนที่อยู่ในระบบเดินไปต่อพร้อมกับเราได้ เราจึงต้องยืนอยู่บนสมดุลระหว่าง 3 หัวใจสำคัญอย่างผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์ และความยั่งยืน เพื่อให้ธุรกิจไปต่ออย่างมั่นคงที่สุด โดยไม่ทิ้งความสำเร็จและเสาหลักเดิมของแบรนด์ไว้” สุนทร กล่าว

​

​

ยกระดับ "เถ้าแก่เล็ก" สู่โมเดลร้าน QSR

    สุนทร กล่าวว่า เพื่อให้ภาพสมดุลดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก้าวแรกคือการพากลุ่มแฟรนไชส์ที่อยู่คู่แบรนด์มาอย่างยาวนาน ทรานส์ฟอร์มจากโมเดลสตรีตฟู้ดริมทาง ยกระดับสู่ร้านรูปแบบ Quick Service Restaurant (QSR) อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งปัจจุบัน Five Star สามารถผลักดันร้านรูปแบบ QSR เต็มตัวได้แล้วกว่า 450 สาขา

    โดยกลไกเบื้องหลังที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ QSR เป็นไปอย่างราบรื่นนั้น แบรนด์ใช้วิธีเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนศักยภาพให้สาขาเดิมแบบเจาะลึก ทั้งการประเมินทำเล การขยายพื้นที่ เสริมระบบเดลิเวอรี และระบบตรวจสอบคุณภาพ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและดึงดูดให้คนรุ่นใหม่มองเห็นโอกาสในการรับช่วงต่อกิจการ

    อย่างไรก็ตาม แบรนด์ยังคงเสน่ห์เดิมไว้ด้วยการตั้งตู้โชว์ด้านหน้าสำหรับลูกค้ากลุ่ม Grab & Go ควบคู่ไปกับการจัดพื้นที่นั่งทานในห้องแอร์เพื่อรองรับลูกค้ายุคใหม่

    นอกจากนี้ Five Star ยังรุกขยายทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ๆ เช่น โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน รวมถึงสนามบิน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างน่าสนใจ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เมนูชิกเก้นแรปสามารถทำยอดขายได้สูงกว่า 300 ชิ้นต่อวัน สะท้อนให้เห็นว่าการนำแบรนด์ไปตั้งในพื้นที่ใหม่ๆ สามารถสร้างประสบการณ์และมูลค่าเพิ่มได้เป็นอย่างดี

​

​

นวัตกรรมอาหาร บนจุดแข็งด้าน Supply Chain

    ควบคู่ไปกับการขยายทำเลและปรับโฉมร้าน การพัฒนานวัตกรรมอาหารคืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญ แม้ไก่ย่างจะเป็นเมนูซิกเนเจอร์ แต่ Five Star มีการปรับตัวด้านโปรดักต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกเมนูเบอร์เกอร์ ชิกเก้นแรป หรือเมนูตามฤดูกาลอย่าง ไก่จ๊อไข่ผำ และไก่จ๊อกะเพรา รวมถึงการปรับรูปแบบจากไก่เป็นชิ้นสู่เมนูชุดข้าว เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกรวดเร็ว

    ซึ่งการจะสเกลเมนูใหม่ๆ ให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกสาขานั้น ต้องอาศัยข้อได้เปรียบสำคัญจากการอยู่ภายใต้เครือ CPF ที่สามารถบริหารจัดการซัพพลายเชนได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

    “วัตถุดิบไก่ทุกชิ้นผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ปลอดสารตกค้าง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพด้วยโปรตีนคุณภาพสูง อย่างไก่จ๊อ 1 ไม้ ให้โปรตีนสูงถึง 15 กรัม นี่คือการตอกย้ำว่าเราขายทั้งความอร่อย คุ้มค่า และได้คุณค่าทางโภชนาการในคำเดียว” สุนทร กล่าว

    นอกจากนี้ โมเดลการผสานนวัตกรรมอาหารเข้ากับความแข็งแกร่งด้านซัพพลายเชนก็ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในตลาดต่างประเทศควบคู่กับกลยุทธ์ R&D เพื่อปรับรสชาติให้เข้ากับท้องถิ่นด้วยเช่นกัน โดยยังคงอัตลักษณ์ความเป็นไทยไว้ เช่น เมนูไก่กรอบมาซาล่าในอินเดีย หรือไก่ย่างรสชาติโลคอลในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติเปิดใจยอมรับ

​

​

บริหารจัดการเพื่อ "ความยั่งยืน"

    นอกเหนือจากเกมการแข่งขันด้านนวัตกรรมและซัพพลายเชน จิ๊กซอว์อีกชิ้นที่ขาดไม่ได้ในการสเกลอัพธุรกิจยุคนี้คือโจทย์ด้าน "สิ่งแวดล้อม" โดย Five Star ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารสต็อกและซัพพลายเชน เพื่อลดปัญหา Food Waste และเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน โรงงานของแบรนด์ถูกพัฒนาในรูปแบบ Green Building ที่ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยน้ำเสีย

    ขณะที่ฝั่งหน้าร้าน มีการลดใช้พลาสติกลงถึง 30% และมีแผนเปลี่ยนมาใช้ช้อนส้อมสเตนเลสสำหรับร้านแบบนั่งทาน ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้จริงในเชิงธุรกิจ

​

​

ปักธง "โกลบอลแบรนด์" สยายปีกเอเชีย-ยุโรป

    สุนทร กล่าวย้ำว่า ก้าวต่อไปของ Five Star คือการขยายขอบเขตการเติบโต สู่ตลาดเอเชียที่มีกำลังซื้อสูงอย่าง อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ ควบคู่กับการเปิดตัวในรัสเซีย และตั้งเป้าเจาะตลาดยุโรปในอนาคต

    "แม้ในวันนี้ที่ Five Star ต้องคิดในระดับ Global Brand แต่สิ่งที่แบรนด์ยังยึดถือมาตลอด คือการรักษาหัวใจเดิมไว้ ทั้งเสน่ห์ของไก่ย่างแบบไทยๆ ที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่า และสร้างโอกาสให้คนตัวเล็ก เราอยากพาทุกคนที่เดินมาด้วยกันไปถึงอนาคตพร้อมกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" สุนทร กล่าว


ภาพ : ไก่ย่างห้าดาว




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สุกี้ตี๋น้อย ประกาศปิดร้าน 3 สาขา! เร่งปรับโฉมใหม่ดึงดูดใจ หลังคนแห่ใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" จากร้านที่ร่วมโครงการจนลูกค้าหาย​

​​​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine​